หุ้นฮ็อต

| 13 มกราคม 2560 | 09:42

AP ถึงจุดวัดใจ! ลุ้นนิวไฮรอบ 4 ปี กำไรปี 60 โตโดดเด่น อัพไซด์สูง 15-26%

        AP ลุ้นราคาหุ้นปิดเกิน 7.8 บาท ทำจุดสูงสุดใหม่รอบ 4 ปี หลังขึ้นมาชนระดับนี้ 2 รอบก่อนหน้านี้ แต่หมดแรงไปต่อ ขณะที่โบรกแห่เชียร์ ให้อัพไซด์ 15-26% เหตุคาดการณ์กำไรปี 60 โตโดดเด่นเทียบกับกลุ่ม
           ราคาหุ้น บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) หรือ AP วิ่งขึ้นแตะ 7.8 บาท เพิ่มขึ้น 15% ภายใน 3 สัปดาห์ แต่ระดับนี้ถือเป็นแนวต้านที่สำคัญ ซึ่งราคาหุ้นเคยขึ้นมาทดสอบ 2 ครั้งก่อนหน้านี้ แต่ไม่สามารถผ่านไปได้
            AP ประกอบธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ทั้งในรูปแบบของคอนโดมิเนียม ทาวน์โฮม บ้านเดี่ยว และโฮมออฟฟิศ
            สำหรับแนวโน้มราคาหุ้นนั้น หาก AP สามารถทะลุขึ้นไปเกิน 7.85 บาท จะเป็นจุดสูงสุดใหม่ในรอบเกือบ 4 ปี เพราะราคาหุ้นในระดับที่สูงกว่า 8 บาท ต้องย้อนไปถึงเดือน พ.ค. ปี 56 ฉะนั้นจึงอาจจะไม่ง่ายนักสำหรับการฝ่าแนวต้านตรงจุดนี้ขึ้นไป
           ในเชิงปัจจัยพื้นฐาน นักวิเคราะห์หลายรายมีความเห็นตรงกันว่า ผลประกอบการไตรมาส 4/59 จะเป็นจุดสูงสุดของปี ขณะที่ปี 60 เอพีจะเป็นหนึ่งในหุ้นที่มีกำไรเติบโตโดดเด่นเทียบกับกลุ่ม
            บล.ทรีนีตี้ ระบุว่า ในภาพรวมเรายังคงประเมินว่ากลุ่มอสังหาริมทรัพย์จะยังคงเผชิญกับปัจจัยท้าทายทางด้านมหภาคหลายๆ อย่าง ดังนั้นมองว่าหากจะลงทุนในกลุ่มนี้ น่าจะเลือกลงทุน (Selective) ไปยังบริษัทที่มีแนวโน้มเติบโตสูงกว่ากลุ่มไปก่อน
            โดย AP ถือเป็นหนึ่งในนั้น เนื่องจาก ปี 60 จะเป็นปีที่บริษัทได้รับส่วนแบ่งรายได้จากโครงการร่วมทุน (JV) ราว 780 ล้านบาท ขณะเดียวกันมี Backlog ส่วนคอนโดมิเนียมที่รอโอนอยู่แล้ว 8.5 พันล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะช่วยหนุนให้อัตราการเติบโตของกำไรสุทธิต่อหุ้น (EPS) อยู่ที่ 38% สูงกว่าผู้ประกอบการรายอื่นๆ ค่อนข้างมาก นอกจากนี้ AP ยังมีความน่าสนใจจากระดับอัตราเงินปันผลราว 5.8%
             ในปี 59 บริษัทได้เปิดโครงการใหม่ทั้งสิ้น 17 โครงการ (14 โครงการ เป็นแนวราบ และ 3 โครงการเป็นคอนโด) มูลค่ารวม 1.9 หมื่นล้านบาท โดยเลื่อนการเปิดโครงการคอนโด 2 โครงการ ไปเป็นช่วง 1H60 แทน (นับรวมโครงการ ๑ Wireless)
            AP ทำยอด Presales 11M59 ไป 2.25 หมื่นล้านบาท นับเป็น 73% ของเป้าหมายที่ 3.1 หมื่นล้านบาท โดยได้รับแรงหนุนหลักจากการขายโครงการ Life Sukhumvit 48 และ Rhythm Ekkamai ที่ได้ Sold out ภายในช่วงระยะเวลาอันสั้น
            ส่วนผลประกอบการปี 59 ได้ปรับลดประมาณการรายได้ลง 5.1% จาก 2.24 หมื่นล้านบาท เป็น 2.13 หมื่นล้านบาท และกำไรสุทธิลง 5% จาก 2.74 พันล้านบาท เป็น 2.61 พันล้านบาท ด้วย 2 ปัจจัย ได้แก่ การเลื่อนเปิดโครงการ Vittorio ที่เป็นโครงการ Pre-built พร้อมโอนไปเป็นปี 60 แทน และคาดว่าแนวโน้มรายได้จากการขายเพื่อโอนในส่วนของคอนโดมิเนียมจะชะลอตัวลง จากการที่ไม่มีการทำการตลาดผ่านสื่อต่างๆ ในช่วงปลายปี
             อย่างไรก็ตามบริษัทมี Backlog อยู่แล้ว 1.31 หมื่นล้านบาท หากนำมารวมกับรายได้ 9 เดือนที่ผ่านมา จะนับเป็น 96% ของประมาณการใหม่ จึงยังเชื่อมั่นว่าไตรมาส 4/59 จะเป็นไตรมาสที่โดดเด่นที่สุดสำหรับปี เพราะมีโครงการเสร็จพร้อมโอนใหม่ 7 โครงการ
            ด้าน บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) คาดว่า กำไรของบริษัทในไตรมาส 4/59 จะกลับมาโตได้อย่างแข็งแกร่งทั้งจากไตรมาสก่อน และจากปีก่อน โดยคาดว่าทั้งปีจะมีกำไรสุทธิ 2,730 ล้านบาท จาก 9 เดือนแรกที่ทำได้เพียง 1,437 ล้านบาท ซึ่งบริษัทมี Backlog อยู่แล้ว 95%
            อย่างไรก็ตาม บริษัทยังได้ปรับลดเป้า presales ลงจาก 3.1 หมื่นล้านบาท เหลือ 2.6 หมื่นล้านบาท หลังจากเลื่อนโครงการ Life One Wireless และโครงการที่รัชโยธิน มูลค่ารวม 1.248 หมื่นล้านบาท ออกไปจากเดิมที่คาดจะเปิดตัวไตรมาส 4/59 เป็นไตรมาส 1/60 แทน  
            ส่วนแนวโน้มปี 60 เราได้ปรับลดประมาณการกำไรสุทธิลง 7% จากการปรับกำหนดการของโครงการ JV บางโครงการ และการเลื่อนเปิดตัวโครงการ JV ใหม่ แต่โดยภาพรวมกำไรยังคงแข็งแกร่ง คาดว่าจะโตถึง 24% จากปีนี้ อยู่ที่ 3,386 ล้านบาท และคาดว่าจะเติบโต 11% ในปี 61 ทั้งนี้ Backlog ที่มีจะทำให้มีรายได้จากการโอนแน่นอนแล้วประมาณ 55% ของประมาณการยอดโอนทั้งหมดในปี 60 และ 61
              ส่วนมูลค่าของ AP นั้น นักวิเคราะห์ส่วนมากต่างให้ราคาเป้าหมายในระดับตั้งแต่ 9 บาทขึ้นไป ทำให้ยังมีอัพไซด์จากราคาปัจจุบันอยู่ราว 15 – 26%
            โดย บล.ซีไอเอ็มบี ให้ราคาเป้าหมาย 9 บาท
            บล.เคจีไอ ให้ราคาเป้าหมาย 9.20 บาท
            บล.ทรีนีตี้ ให้ราคาเป้าหมาย 9.9 บาท
            AP มีโอกาสที่จะฝ่าแนวต้านขึ้นไปทำจุดสูงสุดใหม่ได้อีกครั้ง แต่ด้วยภาวะเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็วในปัจจุบัน นักลงทุนคงจะต้องติดตามยอดขายและยอดโอนของบริษัทอย่างใกล้ชิด เพราะอย่างที่รู้กันว่าธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในปัจจุบันแข่งขันสูง ขณะที่กำลังซื้อของผู้บริโภคก็ยังไม่ได้ฟื้นตัวกลับมาดีนัก หากยอดขายชะงักไป ราคาหุ้นก็อาจจะชะงักตามไปได้เช่นกัน

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด