หุ้นฮ็อต

| 10 มกราคม 2560 | 14:10

TACC แตกไลน์เครื่องดื่มบำรุงกำลัง อนาคตโตตาม 7-11

           TACC วอลุ่มพุ่งกว่า 200% รับข่าวแตกไลน์สู่เครื่องดื่มบำรุงกำลัง "จั๊มพ์ สตาร์ท" รุกกัมพูชา ส่วนสินค้าเดิมยังโตตามเซเว่นฯ - All Cafe ขณะที่งบ Q4/59 กำไรจ่อนิวไฮ กูรูเคาะเป้าสูงสุด 12.30 บาท ราคามีอัพไซด์ แต่ระวังถูกทุบ เหตุฟรีโฟลทอยู่ในมือรายย่อยเพียง 1,500 ราย

      ราคาหุ้น บมจ.ที.เอ.ซี.คอนซูเมอร์ (TACC) ปรับเพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่น และมีปริมาณการซื้อขายเพิ่มขึ้นเกินปกติ โดยเปิดที่ 9.60 บาท ก่อนขึ้นไปทำไฮที่ 9.75 บาท หรือเพิ่มขึ้นเกือบ 4% ก่อนปิดการซื้อขายภาคเช้าที่ 9.65 บาท เพิ่มขึ้น 0.25 บาท หรือ 2.66% ปริมาณหุ้นที่ซื้อขายเพิ่มขึ้น 223% เทียบค่าเฉลี่ย 5 วันทำการก่อนหน้าตามโปรแกรม F6 ของ eFin Stock Pick Up
       TACC เป็นผู้ผลิตและจำหน่ายเครื่องดื่มประเภทชา กาแฟ ใน 7-11 เป็นเครื่องดื่มในโถกด , เครื่อมดื่มชนิดผงพร้อมชง ขายให้ร้าน All Cafe และยังมีเครื่องดื่มภายใต้แบรนด์ของบริษัท เช่น ชาเขียวพร้อมดื่ม ตรา "เชนย่า", กาแฟปรุงสำเร็จ ตรา "วีสลิม" เป็นต้น 
      บริษัทฯ เข้าซื้อขายในตลาด mai เมื่อปลายปี 58 ที่ราคา IPO 2.88 บาท โดยหุ้นเคยขึ้นทำไฮที่ 10.50 บาทในเดือน ต.ค. 59 ก่อนจะลงมาเคลื่อนไหวในระดับราว 9 บาท
      ด้วยการเป็นพันธมิตรทางธุรกิจกับ บมจ.ซีพีออลล์ (CPALL) มากว่า 13 ปี รายได้ส่วนใหญ่เกิน 80% จึงมาจากการขายสินค้าให้กับ 7-11 ดังนั้น ยิ่ง 7-11 ขยายสาขามากเท่าไหร่ TACC ก็จะมียอดขายมากขึ้นเท่านั้น
      ผลการดำเนินงาน TACC ปี 58 มีกำไรสุทธิราว 68 ล้านบาท ส่วนงวด 9 เดือนปี 59 ทำกำไรได้ ถึง 73 ล้านบาท มากกว่าปีก่อนทั้งปี ขณะที่ไตรมาสสุดท้ายของปีเป็นไฮซีซั่น ตลาดคาดว่ากำไ รQ4/59 จะโดดเด่น 
      สัญญาณหุ้น TACCที่มีแรงซื้อเข้ามาหนาแน่น หลังจากประกาศเปิดตัวผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มชูกำลัง ตรา "จั๊มพ์สตาร์ท" เริ่มวางจำหน่ายในประเทศกัมพูชา ตั้งแต่วันที่ 5 ม.ค.60 จากก่อนหน้าที่ทำตลาดชาเขียว อยู่ก่อนแล้วภายใต้แบรนด์ "เซนย่า" 
      นายชัชชวี วัฒนสุข ประธานกรรมการบริหาร กล่าวว่า บริษัทฯ เปิดตัวเครื่องดื่มชูกำลัง ผสมจินเส็ง ชาเขียว และวิตามินรวม ตรา "จั๊มพ์ สตาร์ท" โดยมี 2 รสชาติ ได้แก่ รสผลไม้รวม และรสน้ำทับทิม ในรูปแบบกระป๋องขนาด 245 มล. 
      "การเข้าไปครั้งนี้เพราะเห็นโอกาสตลาดตลาดเครื่องดื่มบำรุงกำลังในกัมพูชา ซึ่งมีมูลค่ามากกว่าตลาดชาเขียวถึง 7 เท่า และตลาดนี้มีอัตราการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ" นายชัชชวี กล่าว 
      นอกจากนี้ การแตกไลน์เข้าสู่ธุรกิจเครื่องดื่มบำรุงกำลังของ TACC ในครั้งนี้ ถือเป็นการขยายฐานลูกค้า และช่วยผลักดันรายได้ของบริษัทฯ ให้เติบโตต่อไปในอนาคต
      ด้านมุมมองนักวิเคราะห์ ต่างมีความเห็นเชิงบวกต่อ TACC เนื่องจากจะเติบโตเกาะไปกับการเติบโตของ7-11 ที่มีแผนขยายสาขาโดยเฉพาะมุมเครื่องดื่ม All cafe อย่างต่อเนื่อง ขณะที่ตลาดในกัมพูชา มีแนวโน้มขยายตัวได้ดี และ TACCยังมีแผนขยายตลาดในประเทศจีน จากการขายน้ำทุเรียนและน้ำมะม่วง เริ่มล็อตแรกในไตรมาส 1 ปีนี้ 
      บล.บัวหลวง แนะนำซื้อ เป้าหมายพื้นฐาน 12.30 บาท คาดกำไรในไตรมาส 4/59 จะทำจุดสูงสุด นอกจากนี All Caf? เติบโตสูงมากจะดีต่อ TACC ด้วย ประกอบกับไตรมาส 1/60 จะเห็นรายได้ในประเทศจีนเพิ่มขึ้น จากการขายน้ำทุเรียนและน้ำมะม่วงซึ่งจะเริ่มส่งของเป็นล็อตแรก ปัจจุบันราคาหุ้นเทรดบน PEG 0.89 เท่า ซึ่งต่ำกว่าบริษัทที่อยู่ในกลุ่มเดียวกันอีกมากอย่าง CBG 4 เท่า แนะหาจังหวะเข้าทยอยสะสม
      ขณะที่อีก 2 โบรกฯ ให้ราคาพื้นฐานในช่วง 10.00-10.40 บาท มองตรงกันไตรมาส 4/59 โตเด่น 
      บล.กรุงศรี คาดไตรมาส 4/59 ดีต่อเนื่องจากสินค้าใหม่ และกําไรปี60 คาดโต 46% YoY จากการติดตั้งเครื่องดื่มในโถร้อนที่บริษัทตั้งเป้า 1,500 เครื่องภายในปี 60 ให้ราคาเป้าหมาย10 บาท แนะถือ 
      ส่วน บล.ฟิลลิป แนะนำทยอยซื้อ ราคาพื้นฐานปี 60 ที่ 10.40 บาท อิง PEG ที่ 1 เท่ามองบวกต่อผลการดำเนินงานปี 60 คาดเติบโตได้แข็งแกร่งจากทั้งธุรกิจเดิมขยายตัวต่อเนื่องและธุรกิจใหม่รับรู้รายได้เข้ามาเต็มปี
      ราคาหุ้น TACC บนกระดาน นับว่ายังมีอัพไซด์จากราคาเหมาะสมที่ 12.30 บาท แต่จุดที่น่าสังเกตคือฟรีโฟลทของ TACC ที่มีมากถึง 49% แต่มีจำนวนผู้ถือหุ้นรายย่อยเพียง 1,500 ราย ลดลงจากปีก่อนที่มีฟรีโฟลท 40% แต่มีรายย่อย 4,871 ราย นั่นหมายถึงแต่ละรายน่าจะมีหุ้นจำนวนมาก ซึ่งอาจมากพอที่จะลากขึ้น หรือทุบลงเมื่อไหร่ก็ได้!
 

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด