หุ้นฮ็อต

| 9 มกราคม 2560 | 09:58

TTA ลุ้นบริษัทลูกพร้อมใจฟื้น หวังเทิร์นอะราวด์ (ของจริง)


     TTA วอลุ่มเพิ่ม 1,000% แนวโน้มบริษัทลูกพร้อมใจฟื้นตัว หวังปีนี้พลิกมีกำไรในรอบ 3 ปี ด้านราคาหุ้นยังต้องลุ้นฝ่าแนวต้านบริเวณ 10 บาท หลังจากวิ่งขึ้นทดสอบมา 5 รอบก่อนหน้านี้ ด้านโบรกฯ คาดไตรมาส 4/59 มีกำไร ให้ราคาเป้าหมาย 10.7 บาท

  ปริมาณการซื้อขายของหุ้น บริษัท โทรีเซนไทย เอเยนต์ซีส์ จำกัด (มหาชน) หรือ TTA เพิ่มขึ้นมากกว่า 1,000% เมื่อ 5 ม.ค. ที่ผ่านมา เทียบจากค่าเฉลี่ย 5 วันทำการก่อนหน้า (ตามโปรแกรม F6 ของ eFin Stock Pick Up) หนุนให้ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นมาปิดที่ 9.5 บาท เป็นราคาสูงสุดในรอบ 1 เดือนที่ผ่านมา
  TTA ประกอบธุรกิจการลงทุน โดยลงทุนใน 4 ธุรกิจหลัก ได้แก่ ธุรกิจขนส่ง ธุรกิจพลังงาน ธุรกิจโครงสร้างพื้นฐาน และธุรกิจอื่นๆ โดยมีบริษัทย่อยหลักๆ 4 บริษัท ได้แก่ โทรีเซน ชิปปิ้ง กรุ๊ป (TSG) ประกอบธุรกิจขนส่งทางเรือ เมอร์เมด มาริไทม์ (MML) ให้บริการเรือขุดเจาะใต้ทะเล พีเอ็ม โทรีเซน เอเชีย โฮลดิ้งส์ (PMTA) ลงทุนในธุรกิจปุ๋ยชื่อ บาคองโก ที่เวียดนาม และยูนิค ไมนิ่ง เซอร์วิสเซส (UMS) นำเข้าและจำหน่ายถ่านหิน
  ที่ผ่านมาธุรกิจหลักของ TTA ต่างประสบปัญหาเข้ามาพร้อมๆ กัน จนทำให้บริษัทต้องรายงานผลขาดทุนถึง 1.13 หมื่นล้านบาท เมื่อปี 58 จากการด้อยค่าของสินทรัพย์ที่มีอยู่
  สำหรับธุรกิจให้บริการขนส่งทางเรือ เจอปัญหาเศรษฐกิจโลกชะลอตัว และอุปทานเรือล้นตลาด จนค่าระวางลดต่ำกว่าต้นทุน ธุรกิจให้บริการเรือขุดเจาะใต้ทะเลโดนผลกระทบจากราคาน้ำมันดิบโลกลดลงอย่างรุนแรง จนปริมาณงานและค่าบริการลดตามไปด้วย ขณะที่ธุรกิจปุ๋ยแม้จะยังมีกำไร แต่ก็ต่ำกว่าที่คาดไว้จากปัญหาภัยธรรมชาติ ส่วนธุรกิจถ่านหินก็ได้รับผลกระทบจากราคาถ่านหินที่เป็นขาลงก่อนหน้านี้
 ภาพรวม TTA เหมือนจะส่งสัญญาณผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็นทางด้านราคาหุ้นที่เคยดิ่งลงจาก 23 บาท ไปแตะจุดต่ำราว 7 บาท เมื่อต้นปี 59 ก่อนจะฟื้นตัวกลับมายืนบริเวณ 9-10 บาท
  อย่างไรก็ตาม ในเชิงจิตวิทยานั้น TTA มีแนวต้านที่สำคัญคือบริเวณ 10 บาท เพราะก่อนหน้านี้ราคาหุ้นเคยขึ้นไปทดสอบจุดนี้มาแล้ว 5 ครั้ง แต่ไม่สามารถผ่านไปได้ แม้จะเคยขึ้นไปแตะ 10.6 บาท แต่ก็ร่วงกลับลงมาเช่นเดิม
  ขณะที่ธุรกิจหลักแต่ละส่วนก็เริ่มมีสัญญาณเชิงบวกเข้ามา ไม่ว่าจะเป็นราคาน้ำมันที่กลับมายืนเหนือระดับ 50 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลอีกครั้ง ค่าระวางเรืออิงจากดัชนี BDI ที่เพิ่มขึ้นจากจุดต่ำสุดตลอดกาลที่ 290 จุด ขึ้นไปแตะ 1,257 จุด ก่อนจะลดลงมาอยู่ที่ 900 – 1,000 จุด ราคาถ่านหินที่ฟื้นจากราว 50 ดอลลาร์ต่อตัน มายืนอยู่ 80-100 ดอลลาร์ต่อตัน
  บล.ทิสโก้ ระบุว่า แนวโน้มไตรมาส 4/59 ของ TTA ดีขึ้นทั้งจากไตรมาสก่อน และจากปีก่อน โดยธุรกิจเดินเรือไม่ฉุดภาพรวม เนื่องจากดัชนีBSI เฉลี่ย (1 ต.ค. –28 พ.ย.) อยู่ที่ 728 จุด เพิ่ม 7.8% จากไตรมาสก่อน และ 31.8% จากปีก่อน ซึ่งเป็นระดับที่ค่าระวางเรือของ TTA สามารถมีกำไรได้
 ขณะที่ PMTA ปกติจะดีขึ้นจากไตรมาสก่อนตามปัจจัยฤดูกาล และ UMS คาดจะขาดทุนลดลงหรือมีกำไรได้ หลังจากนำเข้าถ่านหินมาขาย ทำให้มีรายได้ที่สูงขึ้น และคุมค่าใช้จ่ายอย่างต่อเนื่อง แต่ MML จะอ่อนลงจากไตรมาสก่อนตามฤดูกาล
  ภาพรวมหากไม่มีรายการพิเศษคาดว่าไตรมาส 4/59 จะมีกำไรสุทธิ ดีขึ้น โดยในไตรมาส 4/58 บริษัทบันทึกด้อยค่าสินทรัพย์สูง ทำให้ขาดทุนถึง 11,284 ล้านบาท อย่างไรก็ตามทางฝ่ายได้ปรับลดคาดการณ์รายได้ลงเป็น 13,659 ล้านบาท จากค่าระวางเรือและส่วนแบ่งกำไรออกมาต่ำกว่าคาดในช่วง 9 เดือนแรก และปรับเพิ่มคาดการณ์ เป็นขาดทุน 173 ล้านบาท จากเดิมคาดขาดทุนที่ 34 ล้านบาท
  สำหรับแนวโน้มในปี 60 เชื่อว่าดัชนี BSI จะฟื้นตัวต่อเนื่อง การเติบโตของอุปทานที่เพิ่มเพียง 0.6% ต่ำกว่าอุปสงค์ที่โต 2.1% ช่วยหนุนให้ค่าระวางเรือของ TSG น่าจะผ่านคุ้มทุนได้ ขณะที่ MML มี backlog ที่จะรับรู้ราว 100 ล้านดอลลาร์ และยังหา backlog เพิ่มต่อเนื่อง ทิศทางน้ำมันที่ดีขึ้นส่งผลต่ออัตราค่าเช่าและปริมาณงาน ด้าน PMTA กำไรยังดีต่อเนื่อง และ UMS น่าจะกลับเป็นกำไร รวมถึงน่าจะมีความชัดเจนในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่ตั้งบริษัทย่อยและซื้อที่ดินไว้แล้วมูลค่า 1.6 พันล้านบาท และบริษัทร่วมที่จะทำธุรกิจน้ำดื่มและบำบัดน้ำเสีย โดยอาจเห็นธุรกิจใหม่จากการทำ M&A ที่ต้องตามดูต่อไป
  ทั้งนี้ ปรับคาดรายได้ขายและบริการเป็น 15,916 ล้านบาท แต่ปรับเพิ่มกำไรเป็น 550 ล้านบาท จาก 309 ล้านบาท อิง P/BV เฉพาะกิจการที่0.9 เท่า ราคาพื้นฐานปรับเป็น 10.70 บาท
  ด้าน บล.บัวหลวง ระบุว่า มีมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มการดำเนินงานของบริษัทปี 60 อย่างไรก็ตามแนวโน้มที่ค่าระวางเรือจะอ่อนตัวลงในระยะเวลาอันใกล้นี้ (ช่วงปลายไตรมาส 4/59) เนื่องจากเป็นช่วงโลว์ซีซั่น จะเป็นแรงกดดันต่อราคาหุ้นในระยะสั้น อย่างไรก็ตามความคาดหวังต่อการฟื้นตัวของกำไรของผู้ให้บริการขนส่งด้วยเรือเทกองซึ่งได้แรงหนุนจากอุปสงค์-อุปทานที่ปรับตัวดีขึ้น และการดำเนินงานของ UMS ที่ดีขึ้นน่าจะช่วยหนุนราคาหุ้นได้ อีกทั้งอาจมีอัพไซต์ต่อกำไรระยะยาวของบริษัทจากการลงทุนใหม่ นอกจากนี้ราคาหุ้นยังคงถูกมาก โดยปัจจุบันซื้อขายอยู่ที่ระดับP/BV ณ สิ้นปี 60 ที่ 0.6 เท่า ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาวที่ 0.9 เท่า และต่ำกว่าค่าเฉลี่ยภูมิภาคที่ 0.8 เท่า ให้ราคาเป้าหมายพื้นฐาน 11.7 บาท
 TTA โชว์ผลงานแย่มาอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา จนกำไรสะสมของบริษัทลดลงจากกว่าหมื่นล้านบาท เหลือเพียง 290 ล้านบาท และที่ผ่านมาก็ยังไม่ประสบผลสำเร็จในการซื้อกิจการใหม่ๆ อย่างที่เคยพูดไว้ แต่ด้วยธุรกิจหลักที่อิงกับสินค้าโภคภัณฑ์ซึ่งเริ่มฟื้นตัวตั้งแต่ปี 59 ทำให้เริ่มเห็นแสงสว่างขึ้นมาอีกครั้ง แต่สุดท้ายกำไรคงจะเป็นคำตอบว่าบริษัทจะเทิร์นอะราวด์ได้จริงหรือไม่
 

    
 


 
 
 

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด