หุ้นฮ็อต

| 4 มกราคม 2560 | 09:38

BBL หุ้นดีปี 60 - ราคายังต่ำบุ๊ค จับตาฝ่ามรสุมทีวีดิจิทัล

        โบรกฯ ชู BBL เป็นหุ้นเด่นปี 60 คาดสินเชื่อโดดเด่นที่สุด ขณะที่ราคากระดานเทรดต่ำกว่า Book Value ต่อเนื่อง 2 ปีซ้อน จับตาฝ่ามรสุมลูกหนี้ หลังออกแบงก์การันตีให้ทีวีดิจิทัลถึง 14 ช่อง

  ธนาคารกรุงเทพ หรือ BBL ธนาคารพาณิชย์สินทรัพย์อันดับ 1 ของไทย ที่แม้ว่าจะถูกหยิบยกเป็น Top pick ของหุ้นกลุ่มแบงก์ แต่ในแง่ของราคาหุ้นในช่วง 2 ปีที่ผ่านมานี้ กลับร่วงลงเคลื่อนไหวในระดับต่ำกว่า 200 บาทมาโดยตลอด
  ล่าสุดหุ้น BBL ปิดการซื้อขายสิ้นปี 59 ที่ 159.50 บาท ซึ่งต่ำกว่ามูลค่าหุ้นทางบัญชี (Book Value) ที่ล่าสุดอยู่ที่ 194.30 บาท หรือเทรดเพียง 0.82 เท่าของบุ๊คเท่านั้น
  กล่าวได้ว่าธนาคารกรุงเทพ เจอมรสุมหนักหลังจากปล่อยแบงก์การันตีให้กับทีวีดิจิทัล ที่ดูเหมือนว่าหลายช่องส่ออาการ "ไปไม่รอด" เริ่มจาก เจ๊ติ๋ม ทีวีพูล ประกาศ "ไม่มี ไม่หนี ไม่จ่าย" ค่าใบอนุญาตที่ชนะการประมูลมาถึง 2 ช่อง รวมเป็นเงิน 1,976 ล้านบาท แบ่งเป็นช่องไทยทีวี ในประเภทหมวดข่าวสาร และสาระ ชนะการประมูลมาในราคา1,328 ล้านบาท ค้างชำระ 1,107 ล้านบาท ส่วนช่องโลก้า ต่อมาได้เปลี่ยนเป็นช่องเอ็มวีทีวี แฟมิลี่ ในประเภทรายการเด็กเยาวชน และครอบครัว ชนะการประมูลในราคา 648 ล้านบาท ค้างชำระ 527.2 ล้านบาท ทั้งนี้รวมเงินค้าง 5งวด รวมเป็นเงินจำนวน 1,634.2 ล้านบาท
และล่าสุด BBL ยังถูกฟ็อกซ์ เน็ตเวิร์ค กรุ๊ป เอเชีย (FOX) ประกาศฟ้องร้องต่อศาล ฐานไม่จ่ายแบงก์การันตี ค่าลิขสิทธิ์การออกอากาศแทน แกรมมี่ และ CTH เป็นเงินกว่า 2,500 ล้านบาท แถมจุดประเด็นว่าธนาคารกรุงเทพออกแบงก์การันตีให้ผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลถึง 14 ราย แม้ว่าธนาคารจะออกมาชี้แจงว่าสาเหตุที่ไม่จ่ายเพราะ CTH ยืนยันว่าฝ่ายของฟ็อกซ์ เป็นผู้ผิดสัญญา แต่ก็ทำให้ธนาคารระดับแนวหน้าของไทยมัวหมองไปไม่น้อย
  สำรวจความเห็นนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ ต่างมองว่าในกรณีเลวร้ายที่สุด BBL จะเสียหายจากกรณีดังกล่าวมากสุดเพียง 7% และยังคงยกเป็นหุ้นแบงก์ที่มีแนวโน้มการเติบโตสูงสุดในปีไตรมาส 4/59 และปี 2560 รับกับการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล 
  บล.เอเซียพลัส ระบุว่า นับเป็น Sentiment ลบของกลุ่มทีวีดิจิทัลอีกครั้งกับกรณีของ CTH, GMM กับฟ็อกซ์ ที่ BBL มีส่วนเกี่ยวข้องในฐานะผู้ออก BG จากนี้ว่าด้วยเรื่องของการพิสูจน์สัญญาตามกระบวนการศาล ซึ่งกรณีเลวร้าย อย่างมากกระทบกำไรปี 2560 แค่ 2.5% ยังมองเป็นโอกาสดีให้เข้าสะสมเมื่อราคาหุ้นอ่อนตัว โดยให้ Fair value 200 บาท
  ในขณะที่ระบุว่า ว่าธนาคารพาณิชย์ 10 แห่งที่ทำการศึกษา คาดจะมีกำไรสุทธิไตรมาส 4 ประมาณ 5.06 หมื่นล้านบาท ลดลง 2.5% จากไตรมาสก่อนหน้า แต่เติบโตขึ้น 16.3% ซึ่งถูกฉุดโดยการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน โดยเฉพาะในเรื่องของการลงทุน ไอที และด้านการตลาด/โฆษณา อย่างไรก็ตาม ในส่วนรายได้จากธุรกิจหลักทรัพย์เติบโตเพิ่มขึ้นทั้งรายได้จากดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) เพิ่มเล็กน้อยจากต้นทุนดอกเบี้ยจ่ายที่ลดลงต่อเนื่องเริ่มจำกัดแล้ว โดยธนาคารกรุงเทพ (BBL) ทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ป (TISCO) ทุนธนชาต (TCAP) กำไรเติบโตโดดเด่น
  ด้าน บล.ทิสโก้ ระบุว่า หากศาลตัดสินให้ BBL ชดใช้เงิน 2.5 พันล้านบาท จะกระทบผลประกอบการ 2017F ราว 6% หรือ 1.06 บาท/หุ้น และแม้ว่า BBL จะมีความเสี่ยงจากธุรกิจสื่อแต่ธนาคารอื่นๆ ก็มีความเสี่ยงเฉพาะเช่นกัน KBANK และ TMB มีความเสี่ยงจาก SME, SCB มีความเสี่ยงจากสินเชื่อธุรกิจ และการตั้งสำรองที่ต่ำของ KTB
  ขณะที่แนวโน้มการขึ้นดอกเบี้ยของ FED และเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นในปี 2017 เรามองว่า BBL จะได้ประโยชน์มากกว่าธนาคารอื่นในด้าน NIM และ NII ในสถานการณ์ที่เงินเฟ้อเพิ่มขึ้นจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ธนาคารอื่นจะไม่สามารถผลักภาระให้ลูกค้าได้จากคุณภาพสินเชื่อที่ลดลง แต่ BBL ที่เน้นสินเชื่อธุรกิจสามารถผลักภาระให้ได้, การปรับราคาสินเชื่อและความต้องการเงินทุนของธุรกิจที่เพิ่มขึ้น ในด้านของ Non-NII KBANK และ SCB จะได้ประโยชน์จากผลตอบแทนของพันธบัตรที่เพิ่มขึ้น แต่ BBL มีความเสี่ยงจากพอร์ตของตราสารหนี้ที่ใหญ่
  จากการประเมินมูลค่า BBL มีมูลค่าที่เหมาะสม 164 บาท (GGM) มีความน่าสนใจกว่าคู่แข่ง แต่เรายังแนะนำเพียง “ถือ”
  ส่วน บล.ทรีนีตี้ มองว่าประเด็นดังกล่าวเป็นปัจจัยกดดันในเชิงจิตวิทยา ส่วนผลกระทบเชิงพื้นฐานนั้น ยังไม่มีความแน่นอน ซึ่งต้องรอการพิจารณาของศาล โดยในเบื้องต้นเรามองว่ามีโอกาสสูงที่ธนาคารจะต้องบันทึกการตั้งสำรองค่าใช้จ่ายที่อาจเกิดขึ้นจากภาระผูกพันไปก่อนในปี 60 ซึ่งจะกระทบต่อประมาณการกำไรสุทธิปี 60 ที่เราทำไว้ราว 7.6% และหาก BBL ต้องรับภาระการชำระเงินตามสัญญาค้ำประกันจริง จะต้องเรียกชำระจาก CTH และ GMM ในกรณีที่เลวร้ายสุดหากทั้งสองเจ้าไม่สามารถชำระคืนหนี้ได้ก็อาจกลายเป็น NPL ซึ่งจะกระทบต่อประมาณการและราคาเป้าหมายได้
  เรายังคงประมาณการกำไรและราคาเป้าหมายไว้ที่ระดับเดิมที่ 186 บาท อิง PBV 0.9 เท่า โดยในเบื้องต้นเราแนะนำให้หลีกเลี่ยงการลงทุนไปก่อนเพื่อรอความชัดเจนและรายละเอียดของประเด็นดังกล่าวเพิ่มเติม

  แม้ว่า BBL จะมีแนวโน้มการเติบโตที่ดีตามภาวะเศรษฐกิจจากการกระตุ้นของรัฐบาล แต่ประเด็นมรสุมแบงก์การันตีทีวีดิจิทัล ยังเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องจับตา และอาจกดดันราคาให้เทรดต่ำกว่าบุ๊คต่อไป การตัดสินใจลงทุนจึงต้องประเมินความคุ้มค่าและความเสี่ยง หรืออาจหลีกเลี่ยงไปลงทุนหุ้นแบงก์ตัวอื่น

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด