หุ้นฮ็อต

| 29 ธันวาคม 2559 | 10:00

POLAR จับตาซื้อ a day ลงทุนจริง หรือแค่เกมการเงิน?

 จับตา POLAR ประกาศควักเงิน 308 ล้านบาท ซื้อ "เดย์ โพเอทส์" เจ้าของนิตยสารและสื่อโฆษณาเครือ a day ทั้งที่ตัวเองยังขาดทุน และแทบไม่มีเงินสดในมือ ตรวจสอบพฤติกรรมในอดีต พบความน่าสงสัยมากมาย ตั้งแต่เป็นหุ้นที่เปลี่ยนชื่อบ่อยที่สุดจาก HTX เป็น LL - WAT ก่อนมาเป็น POLAR ช่วง 4 ปีที่ผ่านมาเพิ่มทุนถึง 13 ครั้ง ผู้สอบบัญชีตั้งข้อสังเกตต่องบการเงินมากมาย โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการลงทุน และการนำเงินไปซื้อขายหุ้นที่ติดบัญชีหุ้นร้อน แถมล่าสุดรวบพาร์เป็น 30 บาท ขณะที่ราคาหุ้นบนกระดานแค่ 0.15 บาท แทบเป็นเศษกระดาษ

 กลายเป็นที่ฮือฮาเมื่อ บริษัท โพลาริส แคปปิตัล จำกัด (มหาชน) หรือ POLAR ประกาศมติคณะกรรมการ อนุมัติเข้าลงทุนในธุรกิจสื่อและสิ่งพิมพ์ โดยซื้อหุ้นสามัญของบริษัทเดย์ โพเอทส์ จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายสิ่งพิมพ์และสื่อโฆษณาในเครือ a day ในสัดส่วน 70% ใช้เงินลงทุนราว 308 ล้านบาท คาดว่าจะแล้วเสร็จในเดือน มี.ค. 2560
  โดยให้เหตุผลว่า จะสามารถรับรู้รายได้และผล กำไรจากการประกอบกิจการของ "เดย์ โพเอทส์" ได้ทันที อีกทั้งบริษัท เดย์ฯ ยังมีกำไรสะสมที่นำมาจ่ายเป็นเงินปันผลให้แก่บริษัทได้ ซึ่งจะทำให้บริษัทสามารถได้รับ ผลตอบแทนจากการลงทุนในระยะเวลาอันใกล้ อีกทั้งยังเป็นการกระจายความเสี่ยงจากการประกอบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่จำเป็นต้องใช้ เงินลงทุนจำนวนมากและมีการแข่งขันสูง ซึ่งต้องใช้ระยะเวลาในการพัฒนาโครงการนานกว่าที่จะสามารถรับรู้รายได้
  ซึ่งดูจะขัดแย้งกับงบการเงินงวดสิ้นสุดเดือน มิ.ย. ของ เดย์ โพเอทส์ ที่มีขาดทุนสุทธิ 9.25 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันของปีก่อนกำไรสุทธิ 2.04 ล้านบาท โดยมีกำไรสะสมเพียง 8.03 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสะสมถึง 17.29 ล้านบาท
  POLAR ประกอบธุรกิจ พัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อขาย ทั้งแนวราบและแนวสูง แต่กลับเข้าลงทุนในสิ่งพิมพ์ ที่มีแนวโน้มเป็น "ขาลง" อย่างชัดเจน อีกทั้งฐานะทางการเงินของ POLAR นับว่าอ่อนแอ งวด 9 เดือนที่ผ่านมา มีผลขาดทุนสุทธิกว่า 726 ล้านบาท มีขาดทุนสะสมถึง 2,082 ล้านบาท ขณะที่มีเงินสดเพียง 54 ล้านบาท แต่ยังมีหนี้สินต่อทุนในระดับต่ำ 0.08 เท่า
  แต่นี่ดูเหมือนจะไม่ใช่ครั้งแรกที่ POLAR มีพฤติกรรมน่าสงสัย เพราะในอดีตที่ผ่านมา บริษัทฯ เคยเข้าลงทุนใน NMG และ อควา แอด โดยให้เหตุผลเดียวกัน ว่าเพื่อกระจายความเสี่ยง และรับรู้รายได้เร็วกว่าธุรกิจอสังหาฯ แต่หลังจากนั้นกลับขายหุ้นในราคาต่ำกว่าทุน เกิดผลขาดทุนเป็นจำนวนมาก จนตลาดหลักทรัพย์ต้องสั่งให้ชี้แจง ซึ่งบริษัทฯ แจงง่ายๆ ว่า เป็นเพราะบริษัทที่เข้าไปลงทุน ผลประกอบการไม่เป็นไปตามแผน
  ตรวจสอบประวัติของ POLAR นับว่าเป็นหุ้นที่ "ไม่ธรรมดา" เพราะผ่านการเปลี่ยนชื่อมาหลายครั้ง จากการเข้าไปเทคโอเวอร์ บริษัท นครหลวงเส้นใย จำกัด (มหาชน) หรือ HTX ในปี 2550 โดยกลุ่มลิฟวิ่งแลนด์ จึงเปลี่ยนชื่อเป็น LL ก่อนเปลี่ยนเป็น บริษัท วธน แคปปิตัล จำกัด (มหาชน) ชื่อย่อ WAT และมาเป็น POLAR ทั้งที่ยังทำธุรกิจเดิม และผลประกอบการขาดทุนต่อเนื่องมาโดยตลอด
  ในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา (2556-2559) พบว่า POLAR เพิ่มทุนต่อเนื่องถึง 13 ครั้ง ทั้ง PP และ RO รวมถึงการรวบพาร์จาก 1 บาท เป็น 30 บาท ขณะที่ราคาหุ้นล่าสุดปิดการซื้อขายอยู่ที่ 0.15 บาท เรียกว่าแทบจะไม่เหลือมูลค่าเหลืออยู่เลยด้วยซ้ำ
  นอกจากนี้ POLAR ยังนับว่าเป็นหุ้นที่ "ไม่มีเจ้าภาพ" ล่าสุดมีฟรีโฟลทถึง 99.99% มีจำนวนผู้ถือหุ้นรายย่อยถึง 11,523 ราย โดยผู้ถือหุ้นใหญ่สุดคือ นาย จำนงค์ พุทธิมา ถือหุ้นเพียง 4.73%
  ล่าสุดยังพบว่า ตลาดหลักทรัพย์สั่งให้ POLAR ชี้แจงงบการเงินตั้งแต่งวดไตรมาส 1/59 หลังผู้สอบบัญชีมีข้อสังเกตต่องบการเงินในรายการสำคัญต่างๆ โดยเฉพาะเรื่องค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการลงทุน ซึ่งรวมถึงการทำ Due Diligence บริษัทเดย์ โพเอทส์ จำกัดด้วย และยังมีการพบว่า POLAR นำเงินไปซื้อขายหลักทรัพย์โดยใช้บัญชีเครดิตบาลานซ์จำนวนมากผิดปกติ โดยให้ชี้แจงภายในวันที่ 27 ธ.ค. 59 แต่บริษัทฯ กลับขอเลื่อนเป็นวันที่ 6 ม.ค. 60 โดยประเด็นที่สั่งชี้แจงมีดังนี้ 
1. รายการค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการลงทุน
  1.1 ความสามารถของบริษัทกลอรี่ แอคเม่ จำกัด (บริษัทร่วม 49%) ในการจ่ายเงินที่เหลือตามสัญญาเช่าโครงการThe Sherwood (มูลค่าตามสัญญา 107.19 ล้านปอนด์ หรือ 5,574 ล้านบาท) และความสามารถในการจ่ายคืนเงินกู้ยืมแก่ POLAR เนื่องจาก POLAR ได้ตั้งค่าเผื่อเงินให้กู้ยืมดังกล่าว 73.39 ล้านบาท รวมทั้งผลกระทบต่อ POLAR จากการเป็นผู้ค้ำประกันสัญญาเช่าโครงการ The Sherwood
  1.2 รายการวางเงินมัดจำ 120 ล้านบาท เพื่อเข้าทำ Due Diligence บริษัทเดย์ โพเอทส์ จำกัด โดยมีแหล่งเงินทุนจากการออกตั๋วสัญญาใช้เงิน 100 ล้านบาท แต่นำที่ดินมูลค่า 189 ล้านบาทไปใช้เป็นหลักประกันเงินกู้ดังกล่าว
  1.3 ความสมเหตุสมผลของการเงินจ่ายล่วงหน้าแก่บริษัท ฮาริสัน จำกัด (มหาชน) 17 ล้านบาท ซึ่่งคิดเป็น 26.16% ของมูลค่าตามสัญญาจ้าง 64.99 ล้านบาทในการเป็นผู้จัดหาแหล่งเงินทุนจากนักลงทุนต่างชาติ เพื่อนำไปพัฒนาโครงการที่ดิน จ.พังงา
2. รายการเกี่ยวกับค่าเผื่อด้อยค่าสินทรัพย์ที่สำคัญ โดยเฉพาะค่าเผื่อด้อยค่าเงินมัดจำค่าที่ดินที่ถนนพหลโยธินตัดใหม่ทั้งจำนวน 350 ล้านบาท โดยที่ยังไม่ครบกำหนดชำระค่าที่ดินส่วนที่เหลือ (ครบกำหนดชำระภายในวันที่ 30 มิถุนายน 2560)
3. ผลกระทบการปรับปรุงรายการทางบัญชีของงบการเงินประจำปี 2558 ย้อนหลัง ซึ่งเป็นผลให้ผลการดำเนินงานปี 2558 บริษัทขาดทุนเพิ่มขึ้นจาก (162.73) ล้านบาท เป็น (378.13) ล้านบาท
4. การซื้อขายหลักทรัพย์โดยใช้บัญชีเครดิตบาลานซ์ในวงเงิน 201.48 ล้านบาท
  ตลาดหลักทรัพย์ จึงขอให้ผู้ลงทุนศึกษาข้อมูลรายงานผู้สอบบัญชี ตัวเลขในงบการเงิน และหมายเหตุประกอบงบการเงินของ POLAR อย่างระมัดระวังก่อนการตัดสินใจลงทุนในหลักทรัพย์ของบริษัทและติดตามคำชี้แจงของบริษัทต่อไป ขณะที่ล่าสุด POLAR เข้าข่ายมาตรการกำกับการซื้อขายระดับ 1 Cash Balance จนถึงวันที่ 3 ก.พ. 60


  POLAR จึงนับว่าเป็นหุ้นที่ไม่น่าไว้วางใจอย่างยิ่ง การเข้าซื้อ a day ในครั้งนี้จะเป็นการลงทุนจริง หรือเป็นเพียง "เกมการเงิน" จะซ้ำรอยกับการลงทุน NMG และอควา แอด ในอดีตที่สุดท้ายก็ต้องขายขาดทุนหรือไม่ ยังคงต้องจับตา การเก็งกำไรในหุ้นตัวนี้ จึงต้องใช้วิจารณญาณอย่างสูง
 

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด