หุ้นฮ็อต

| 26 ธันวาคม 2559 | 14:26

AU ราคาพุ่งเกินพื้นฐาน จับตาแค่หุ้นกระแสหรือของจริง?

         AU ยังหอมหวานต่อเนื่อง ปริมาณซื้อขายเพิ่มกว่า 300% ดันราคาเหนือ 15 บาท P/E พุ่ง 100 เท่า จากราคา IPO ที่ 34.6 เท่า ส่งสัญญาณนักลงทุนคาดหวังสูงต่อกำไรปีหน้า ต้องโตไม่ต่ำกว่า 100% ขณะที่นักวิเคราะห์คาดโตราว 32-35% ดังนั้น การเก็งกำไรตามน้ำต้องระวัง สุดท้ายราคาจะสะท้อนพื้นฐาน ที่วงการเคาะไว้ 6-9 บาทเท่านั้น

  ราคาหุ้นบริษัท อาฟเตอร์ ยู จำกัด (มหาชน) หรือ AU ยังร้อนแรงไม่หยุด หลังเข้าเทรดตลาด mai เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (23 ธ.ค.) สามารถปิดชนซิลลิ่งหรือ 200% ที่ 13.50 บาท และยังพุ่งขึ้นแรงต่อเนื่องในการซื้อขายวันนี้ โดยเปิดเทรด 14.60 บาท และขึ้นไปสูงสุดที่ 15.20 บาท ปริมาณหุ้นที่ซื้อขายเพิ่มขึ้นกว่า 357% (ตามโปรแกรม F6 ของ eFin Stock Pick Up) ก่อนจะปิดการซื้อขายภาคเช้าที่ 14.50 บาท เพิ่มขึ้น 1 บาท หรือ 7.41% มูลค่าการซื้อขาย 3.21 พันล้านบาท 
  "อาฟเตอร์ ยู" ทำธุรกิจร้านขนมหวาน ที่เรารู้จักกันภายใต้ชื่อ ร้านอาฟเตอร์ ยู และ ร้านเมโกริ นอกจากนี้ ยังมีธุรกิจบริการจัดงานนอกสถานที่และการรับจ้างผลิต ถือหุ้นใหญ่โดย นางสาว กุลพัชร์ กนกวัฒนาวรรณ ซึ่งเป็นผู้เริ่มต้นธุรกิจ จากความหลงใหลในขนมหวาน 
  AU เข้าเทรดวันแรก 23 ธ.ค.59 ที่ผ่านมา สร้างความฮือฮาส่งท้ายปี 59 เพราะเป็นหุ้นไอพีโอที่ทำสถิติเข้าเทรดวันแรก ราคาหุ้นเปิดเทรดพุ่งแรงที่สุด 155% ก่อนจะพุ่งชนซิลลิ่ง 200% ในการซื้อขายภาคบ่าย
 ประมวลสาเหตุของแรงเก็งกำไรที่เข้ามาต่อเนื่อง 2 วันที่เข้าเทรด น่าจะมาจากหลายสาเหตุ ดังนี้ 
  - เป็นร้านขนมหวานที่วัยรุ่นส่วนใหญ่รู้จัก ประกอบกับลักษณะธุรกิจเข้าใจง่าย ไม่ซับซ้อน 
 - มี "ธีรพงศ์ จันศิริ" ซีอีโอ บมจ.ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป (TU)บริษัทส่งออกทูน่าระดับโลก เป็นผู้ให้คำปรึกษาอยู่เบื้องหลัง โดยพบว่านายธีรพงศ์ เคยให้เงินกู้แก่บริษัท เพราะมีสายสัมพันธ์ที่ดีกับครอบครัวของ นางสาว กุลพัชร์ กนกวัฒนาวรรณ และนายแม่ทัพ ต.สุวรรณ กรรมการผู้จัดการ AU แลกกับการได้หุ้น IPO ไปราว 12 ล้านหุ้น หรือ 1.60% ของหุ้นทั้งหมด
 สายสัมพันธ์นี้ ถูกคาดหวังว่าจะเข้ามาช่วยเรื่องการขยายตลาดต่างประเทศ ที่ล่าสุดผู้บริหาร AU ระบุว่ากำลังศึกษาการขยายธุรกิจไปฮ่องกงและจีน
  - เป็นหุ้นไอพีโอตัวสุดท้ายของปี นักลงทุนจึงเข้ามาซื้อขายกันคึกคักส่งท้ายก่อนวันหยุดยาวปีใหม่ 
  ราคาหุ้นที่พุ่งขึ้นมาสองวันติดต่อกัน ดันค่า P/E พุ่งขึ้นไปถึง 111 เท่า จาก P/E ก่อนเข้าเทรดที่ 34.6 เท่า สะท้อนว่า นักลงทุนคาดหวังการเติบโตของกำไรในปีหน้าถึง 111% ขณะที่นักวิเคราะห์ คาดอัตราการเติบโตของกำไรสุทธิ AU เฉลี่ยใน 2 ปีข้างหน้าเพียง 32-35% เท่านั้น พร้อมประเมินราคาเหมาะสมปีหน้าในช่วง 6-9 บาท ขณะที่ราคากระดานพุ่งแตะ 15 บาท นับว่าเกินมูลค่าที่เหมาะสมไปถึงเกือบ 100% 
   บล.ทิสโก้ ประเมินมูลค่าเหมาะสมเบื้องต้นของ AU ที่ 6-7.15 บาท พร้อมระบุว่า AU มีการเติบโตจากการขยายสาขาที่สูงปีละ 5-6 สาขา เพื่อให้ได้เป้าที่ 30 สาขาภายในปี 2018
   บล.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ประเมินมูลค่าเบื้องต้น คาด EPS ปีหน้าที่ 0.18 บาท หรือ 130.50 ล้านบาท และ BVที่ 1.60 บาท ประเมินราคาเหมาะสมของ AU ด้วยวิธี P/BV เปรียบเทียบกับบริษัทที่ทำธุรกิจใกล้เคียง (HOTPOT-OISHI-CENTEL-MINT-M-SNP)ซึ่งมีค่า P/BV เฉลี่ย 4.9 เท่า ได้มูลค่ายุติธรรม 7.84 บาทซึ่งเทียบเท่ากับ P/E ปีหน้าที่ 43.6 เท่า 
  บล.บัวหลวง ซึ่งเป็นแกนนำอันเดอร์ไรท์หุ้น AU คาดว่ากำไรของบริษัทฯ ในช่วง 3 ปีนี้ (59-61) เติบโตเฉลี่ย 32% โดยปัจจัยการเติบโตมาจากการเติบโตของยอดขายสาขาเดิม 16% , 8% และ 5% ในปี 59-61 ตามลำดับ และการขยายสาขาเพิ่มขึ้น จาก 20 สาขาในปัจจุบัน แนะนำ "ซื้อ" ราคาเป้าหมาย 9 บาท (DCF) ยังไม่รวมโอกาสในการปรับประมาณการขึ้นจากการเติบโตของ ร้านเมโกริ และธุรกิจรับจ้างผลิต 
 บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง ยังไม่มีคำแนะนำพื้นฐานในขณะนี้ เนื่องจากมีข้อมูลที่จำกัด พร้อมระบุว่าราคาเหมาะสมเฉลี่ยของ Co-underwrite ทั้ง 3 บริษัทอยู่ที่ 5.75 บาท/หุ้น แต่ก็มีมุมมองเชิงบวกต่อโมเดลธุรกิจของ "อาฟเตอร์ ยู" และหากอิงยอดขาย/สาขา โต 14.5% เท่ากับงวด 9 เดือน โมเดลร้าน "อาฟเตอร์ ยู" จะมีจุดคุ้มทุนภายใน 2-2.5 ปี แต่ความเสี่ยงที่ต้องระวังคือร้านคาเฟ่ขนมหวานมีการแข่งขันที่สูง และคนเข้ามาทำธุรกิจนี้ได้ง่าย 
 แรงซื้อที่เข้ามาในตอนนี้ จึงอาจเป็นการเข้ามาเก็งกำไรตามน้ำ เพราะหากจะมองกันในทางพื้นฐาน ต้องให้เวลาแก่ธุรกิจในการขยายสาขา และเพิ่มยอดขาย ขณะที่เมื่อดูราคาหุ้นในกระดานปัจจุบันราว 15 บาท เทียบกับมูลค่าเหมาะสมที่โบรกฯ ประเมินในช่วง 6-9 บาท ราคาได้เพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว ดัน P/E พุ่งขึ้นไปถึง 111 เท่า สูงกว่า P/E ตลาด mai ที่ 61 เท่า และยังสูงกว่าบริษัทที่ทำธุรกิจใกล้เคียงกันอย่าง OISHI ,M ,SNP อีกด้วย ซึ่ง AU คงไม่ใช่ธุรกิจมหัศจรรย์ ที่เพียงไม่กี่วันจะเสกพื้นฐานธุรกิจเปลี่ยนรวดเร็วทันใจ ดังนั้น การเข้าเก็งกำไร-เล่นตามรอบต้องระวัง เพราะในที่สุดแล้วราคาหุ้นย่อมสะท้อนพื้นฐานของบริษัท
 

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด