หุ้นฮ็อต

| 23 ธันวาคม 2559 | 14:19

TKT นิวไฮกว่า 1 ปี ระวัง! ปีนี้ยังส่อขาดทุน

    TKT ทำนิวไฮในรอบ 1 ปีครึ่ง สวนทางงบขาดทุน สำรวจพบ Q4/59 ได้งานผลิตโมเดลรถยนต์ 100 ลบ. แต่ไม่น่ามีนัยต่อราคาหุ้น เอกซเรย์บริษัทกำลังรีเอ็นจิเนียริ่งองค์กร เร่งเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ขณะที่อาการหุ้นพุ่งแรง 2 วันติด การเก็งกำไรต้องระวัง ปีนี้ยังส่อขาดทุน ส่วนปีหน้ายังต้องพิสูจน์ฝีมือ กลุ่ม "เตชะไกรศรี"

  บริษัท ที.กรุงไทยอุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน) หรือ TKT ราคายังแรงไม่หยุด จากวานนี้ที่ปิดชนซิลลิ่ง พร้อมกับปริมาณการซื้อขายที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเปิดที่ 2.76 บาท ก่อนปรับขึ้นแตะ 2.82 บาท หรือ 17.50% ทำนิวไฮในรอบ 1 ปีครึ่ง ปริมาณหุ้นที่ซื้อขายเพิ่มขึ้น 325% เทียบกับค่าเฉลี่ย 5 วันทำการก่อนหน้า ตามโปรแกรม F6 ของ eFin Stock Pick Up ก่อนจะปิดการซื้อขายภาคเช้าที่ 2.56 บาท เพิ่มขึ้น 0.16 บาท หรือ 6.67% มูลค่าการซื้อขาย 90.5 ล้านบาท 
  "ที.กรุงไทยอุตสาหกรรม" ถือหุ้นใหญ่โดยกลุ่ม "เตชะไกรศรี" ทำธุรกิจผลิตชิ้นส่วนพลาสติก ออกแบบแม่พิมพ์ตามคำสั่งซื้อลูกค้า และบริหารซ่อมแซมแม่พิมพ์ มีลูกค้าหลัก เป็นกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ เช่น โตโยต้า คาวาซากิ รองลงมาคือกลุ่มผู้ประกอบการเครื่องใช้ไฟฟ้า เช่น ฮิตาชิ พานาโซนิค 
 TKT เป็นบริษัทขนาดเล็กสุดในกลุ่ม AUTO นอกจากนี้ ความสามารถในการทำกำไรรั้งท้ายกลุ่ม เข้าตลาดหุ้นเมื่อปี 47 ที่ราคาไอพีโอ 4.10 บาท 
  ผลการดำเนินงานของ TKT กำไรลดลงต่อเนื่องในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา สาเหตุหลักมาจากยอดขายที่ลดลง ตามอุตสาหกรรมยานยนต์ที่ชะลอตัว ยอดผลิตรถยนต์ในประเทศยังไม่ฟื้น รวมถึงการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก ทำให้ผู้ประกอบการเครื่องใช้ไฟฟ้าส่งออกไปขายได้น้อยลงโดยเฉพาะทางฝั่งยุโรป จนกระทั่ง 9 เดือนแรกของปีนี้ TKT พลิกเป็นขาดทุน 52 ล้านบาท 
  นอกจากอุตสาหกรรมยานยนต์ที่ชะลอแล้ว อีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้งบ 9 เดือนพลิกเป็นขาดทุน มาจากความสูญเสียจากการผลิตที่แผนกพ่นสีในโรงงานสุวินทวงศ์ กว่าจะกลับสู่ปกติก็ราว Q2/60 ขณะที่ค่าใช้บางตัวนั้นคงที่ทำให้ต้นทุนโดยรวมสูง นอกจากนี้ ยังมีการสูญเสียรายได้จากการเลิกรุ่นการผลิตแม่พิมพ์ และรอบของการรับรู้รายได้แม่พิมพ์ที่เลื่อนออกไป
 สำรวจราคาหุ้นในอดีต TKT เคยทำนิวไฮที่ 5.05 บาทเมื่อปี 55 ซึ่งปีนั้นเป็นปีที่กำไรพีคสุด 88 ล้านบาท นับตั้งแต่เข้าตลาดเมื่อปี 47 จากนั้นก็เคลื่อนไหวต่ำกว่า 5 บาท และ 2-3 ปีมานี้ก็ต่ำกว่าราคาไอพีโอมาตลอด
  สัญญาณหุ้น TKT ที่ปรับขึ้นอย่างผิดปกติใน 1-2 วันนี้ ยังไม่พบว่ามีประเด็นที่จะผลักดันราคาหุ้นอย่างมีนัยสำคัญ แต่ย้อนกลับไปก่อนหน้านี้ ผู้บริหารเคยระบุว่าในไตรมาส 4/59 จะได้นิว โมเดล มูลค่าราว 100 ล้านบาท รวมถึงการเจรจาโครงการชิ้นส่วนยานยนต์ในค่ายรถยนต์ที่จะเปิดรถรุ่นใหม่ 2-3 ค่าย ที่คาดว่าจะเริ่มงานได้ในปี 61-63 ที่จะทำให้ผลประกอบการ TKT ฟื้นตัว
  ส่องอนาคตระยะยาว TKT ยังอยู่ในช่วงของการปรับฐานทางธุรกิจไม่ว่าจะเป็นกลุ่มลูกค้าที่กระจายไปยังฟอร์ด และมิตซูบิชิ ลดพึ่งพิงโตโยต้าเจ้าหลัก การปรับโครงสร้างองค์กรภายใน ลดค่าใช้จ่าย ลงทุนเครื่องจักรที่มีประสิทธิภาพเพื่อเพิ่ม "Productivity"รองรับการกลับมาใช้กลยุทธ์เติบโตรอบใหม่ในช่วงที่อุตสาหกรรมยานยนต์ฟื้นตัว 
  ระยะสั้นในงวดปีนี้จึงไม่มีอะไรโดดเด่น ตอกย้ำด้วยคำกล่าวของผู้บริหารก่อนหน้านี้ ที่ยอมรับปี 59 อาจจะยังขาดทุน สาเหตุมาจากการรับรู้รายได้แม่พิมพ์ที่เลื่อนออกไป และมีความสูญเสียจากการผลิตที่แผนกพ่นสี แต่จะพยามปรับให้เข้าสู่ปกติในปีหน้า ! 
  ส่วนภาพรวมอุตสาหกรรมรถยนต์ปีหน้าดูดีขึ้น อิงจากสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ได้ตั้งเป้ายอดผลิตรถยนต์ในประเทศที่ 2 ล้านคัน โดยคาดหวังว่าเศรษฐกิจจะดีขึ้น น่าจะช่วยหนุนยอดขายรถยนต์ได้ ส่วนยอดผลิตรถยนต์ 11 เดือนแรกอยู่ที่ 1.8 ล้านคัน เพิ่มขึ้น 2.7%

  แม้จะมีประเด็นบวกรออยู่ ทั้งภาพรวมอุตสาหกรรมที่ดูดีขึ้น และออเดอร์ใหม่ที่จะได้รับ แต่ก็ยังไม่แน่ชัดว่าจะทำให้ผลการดำเนินพลิกเป็นบวกได้เมื่อไหร่ ซึ่งยังคงต้องพิสูจน์ฝีมือ กลุ่ม "เตชะไกรศรี" ขณะที่ราคาหุ้น TKT ที่พุ่งขึ้น อาจแรงเกินกว่าพื้นฐานที่จะดีขึ้น จึงนับว่าต้องใช้ความระมัดระวังในการเก็งกำไร
 

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด