หุ้นฮ็อต

| 23 ธันวาคม 2559 | 09:55

FN นิวไฮต่อเนื่องตั้งแต่เข้าเทรด วอลุ่มคึกไม่สนติด Cash Balance

    FN สุดฮ็อต ราคาพุ่งทำนิวไฮต่อเนื่องตั้งแต่เข้าเทรดกลางเดือน พ.ย. ที่ผ่านมา แถมวอลุ่มยังคึกไม่สนติด Cash Balance ข้ามปี บล.เคจีไอ อัพเป้ารวดเดียวแตะ 10 บาท จาก 5.50 บาท คำนวณโดยวิธี DCF มองธุรกิจโตแข็งแกร่ง แต่หากใช้ P/E ราคาเหมาะสมอยู่แค่ 5.50 - 6 บาท

  บริษัท เอฟเอ็น แฟคตอรี่ เอ๊าท์เลท จำกัด (มหาชน) หรือ FN เรียกได้ว่าสร้างความประทับใจให้กับนักลงทุน ตั้งแต่เข้าซื้อขายใน SET เมื่อวันที่ 14 พ.ย. 59 ที่ผ่านมา จากราคา IPO ที่ 3.88 บาท ล่าสุดปิดการซื้อขายทำ High ใหม่ที่ 8.20 บาท หรือ 111.34% ในเวลาไม่ถึง 2 เดือน
  FN ดำเนินธุรกิจศูนย์จัดจำหน่ายสินค้าประเภท "เอ๊าท์เลท" ภายใต้ชื่อ "เอฟเอ็น แฟคตอรี่ เอ๊าท์เลท ซึ่งจำหน่ายผลิตภัณฑ์อุปโภคบริโภค ประเภทเสื้อผ้า เครื่องนอน เครื่องหนัง เฟอร์นิเจอร์ และของใช้ภายในบ้าน ภายใต้ตราสินค้าของบริษัท และตราสินค้าอื่นๆ ที่เป็น International Brand เป็นส่วนใหญ่
  หลังเข้าเทรดได้เพียง 2 สัปดาห์ FN ติดรายชื่อหลักทรัพย์ที่เข้าข่ายมาตรการกำกับการซื้อขาย ระดับ 1 ต้องซื้อขายในบัญชี Cash Balance ตั้งแต่ 28 พ.ย. 59 ข้ามปีไปจนถึง 6 ม.ค. 60 แต่ก็ไม่ได้ทำให้ความนิยมในการเก็งกำไรลดลงไป โดยล่าสุดวานนี้ (22 ธ.ค.) ปริมาณการซื้อขายหุ้นยังเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 208% (ตามโปรแกรม F6 ของ eFin Stock Pick Up) จากที่เทรดวันละ 8.99 ล้านหุ้น ขึ้นมาเป็น 18.72 ล้านหุ้น
  สาเหตุที่ทำให้ FN คงความยอดนิยมไม่เสื่อมคลาย ส่วนหนึ่งมาจากการอัพเป้าของโบรกเกอร์ขึ้นเป็น 10 บาท จาก 5.50 บาท โดยมองธุรกิจเติบโตแข็งแกร่ง โดยเฉพาะ Q4/59 ที่ทั้งเป็น High season และ ได้อานิสงส์จากช็อปช่วยชาติ
  บล.เคจีไอ ระบุ ผู้บริหาร FN ยืนยันที่จะมุ่งนำเสนอสินค้าและบริการที่คุ้มค่าให้แก่ลูกค้า ในขณะที่โครงสร้างของกิจการที่แข็งแกร่งหลังเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ อีกทั้งการกลับมาเดินหน้าแผนขยายกิจการอีกครั้ง คาดจะช่วยหนุนให้กำไรเติบโตได้อย่างยั่งยืน
  การเริ่มรับรู้รายได้จาก outlet ที่อยุธยาซึ่งเปิดเมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2559 บวกกับช่วง high season ตอนปลายปี และอานิสงส์จากมาตรการช้อปช่วยชาติ คาดจะช่วยหนุนให้ยอดขายใน 4Q59 โตได้ 5.7% YoY เป็น 303 ล้านบาท นอกจากนี้ อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ที่ทรงตัวอยู่ในระดับสูงที่ 47.0% จากส่วนผสมที่ลงตัวของสินค้า private brand ผลักดันให้กำไรสุทธิของ FN ใน 4Q59 ออกมาแข็งแกร่งที่ 39 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 140% YoY จาก 16 ล้านบาทใน 4Q58 อย่างไรก็ตาม กำไรที่ชะลอตัวมากกว่าที่คาดใน 3Q59 ทำให้เราปรับลดประมาณการกำไรสุทธิปี 2559 ลง 4.5% เหลือ 139 ล้านบาท จากเดิมที่คาดไว้ที่ 146 ล้านบาท
  เราประเมินทิศทางการแข่งขันในธุรกิจค้าปลีกยังคงความเข้มข้น โดยเฉพาะธุรกิจค้าปลีกประเภท cross-market ซึ่งมีลูกค้าเป้าหมายกลุ่มเดียวกัน และใช้กลยุทธ์ด้านราคาและความสามารถในการเข้าถึงได้ง่ายในการดึงดูดความสนใจของผู้บริโภค อย่างไรก็ตาม platform ร้าน outlet ของ FN เน้นขายทั้งต้นน้ำโดยผ่านการทำ OEM และปลายน้ำโดยการขายผ่าน outlet ของตัวเอง สร้างความแตกต่างจากคู่แข่ง และทำให้ FN ได้เปรียบจากการเป็นศูนย์กระจายสินค้าใหม่ซึ่งขายความเป็นเอกลักษณ์โดยไม่ต้องเสียค่าขนส่งและการตลาด ยิ่งไปกว่านั้น การกลับมาเริ่มขยายสาขาอีกครั้งหลังจากที่ขยายสาขาครั้งล่าสุดเมื่อปี 2554 และการเพิ่มสัดส่วนสินค้า private brand ซึ่งมี GPM สูงถึง 45.0-48.0% และรวมถึงรายได้จากค่าเช่าพื้นที่ที่เพิ่มขึ้นหลังการปรับปรุงพื้นที่ จะช่วยหนุนให้กำไรเติบโตได้อย่างมั่นคงในอนาคต
  ปรับเพิ่มประมาณการกำไรสุทธิปี 2560 ขึ้นอีก 6.1% เป็น 210 ล้านบาท เนื่องจาก i) คาด GPM ปี 2560 จะขยับเพิ่มขึ้นเป็น 46.0% จากเดิม 45.8% เนื่องจากบริษัทตั้งเป้าที่จะเพิ่มสัดส่วนสินค้า private brand/ยอดขายรวม เป็น 70.0% จากปัจจุบันที่ 65.0% และ ii) ค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยที่ลดลง 90.0% YoYหลังจากที่ชำระเงินกู้ระยะยาวไป 250 ล้านบาทในปี 2559 ขณะเดียวกัน เรายังคงประมาณการอัตราการเติบโตของรายได้ไว้ที่ 25.9% YoY เป็น1.3 พันล้านบาทจากกำลังซื้อในตลาดที่ฟื้นตัวขึ้น, การรับรู้ผลการดำเนินงานเต็มปีของ outlet ที่อยุธยา และการเปิด outlet ใหม่อีกสองสาขาใน 2Q60 และ 4Q60
 ด้วยโครงสร้างธุรกิจที่แข็งแกร่งซึ่งจะช่วยหนุนแนวโน้มการเติบโตของกำไรในระยะยาว ทำให้เรายังคงแนะนำ “ซื้อ” โดยให้ราคาเป้าหมายใหม่ที่คำนวณโดยวิธี DCF ที่ 10.0 บาท เพิ่มขึ้นจากเดิมที่ 5.50 บาท โดยมีความเสี่ยงคือ เศรษฐกิจที่อาจฟื้นตัวช้ากว่าที่คาด
  ขณะที่ บล.ทิสโก้ ประเมินมูลค่าที่เหมาะสมเบื้องต้นของ FN ที่ 5.5-6.0 บาท หากเทียบ P/E ของธุรกิจใกล้เคียงกัน
  บทวิเคราะห์ระบุว่า FN บริษัทมีแผนขยายสาขาเพิ่ม 5 สาขาภายในปี 2018 โดยคาดว่าจะใช้เงินลงทุนต่อสาขาประมาณ 120 ล้านบาท นอกจากนี้ยังมีแผนปรับปรุงสาขาปัจจุบันที่มีอยู่ทั้ง 7 สาขา ให้เป็นรูปแบบเดียวกันกับสาขาใหม่ที่จะเปิดในอาคต ที่จะมีความทันสมัยและมีสิ่งอำนวยความสะดวก รวมไปถึงการเพิ่มพื้นที่เช่าให้มากขึ้น โดยจะแล้วเสร็จภายในปี 2019
  เราประเมินมูลค่าที่เหมาะสมเบื้องต้นของ FN ที่ 5.5-6.0 บาท โดยเทียบกับ PER ของกลุ่มค้าปลีกที่ประกอบธุรกิจใกล้เคียงกัน โดยใช้ระดับ PER 23 – 26 เท่า แต่เรามองว่า FN ยังมีอัพไซด์ที่สูงเนื่องจากแนวโน้มการเติบโตของรายได้ที่สูงเมื่อเทียบกับคู่แข่งรวมถึงอัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจที่สูงเนื่องจากเป็น, ได้ประโยชน์โดยตรงจากการท่องเที่ยวที่ฟื้นตัวขึ้น และการจัดการทัวร์ศูนย์เหรียญส่งผลกระทบต่ำ
 ความแรงของ FN อาจยั่วใจนักเก็งกำไรในช่วงนี้ โดยเฉพาะเมื่อมีนักวิเคราะห์ปรับเป้าหมายขึ้นเป็น 10 บาท แต่อย่าลืมว่าเป็นการคำนวณ DCF หรือส่วนลดกระแสเงินสด ซึ่งสะท้อนอนาคตไปอีกหลายปี หากคำนวณ P/E ราคาเหมาะสมจะอยู่ในระดับ 5-6 บาทเท่านั้น ขึ้นอยู่กับว่านักลงทุนจะมองในมุมไหน
 

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด