หุ้นฮ็อต

| 22 ธันวาคม 2559 | 09:39

GFPT รับอานิสงส์ 2 เด้ง ‘ไข้หวัดนกระบาด – เงินบาทอ่อนค่า’

      GFPT รับข่าวดี 2 เด้ง ไข้หวัดนกระบาดในญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ โบรกเก็งนำเข้าไก่จากไทยเพิ่ม ขณะที่เงินบาทอ่อนค่าแตะ 36 บาทต่อดอลลาร์ เพิ่มอัพไซด์กำไรปีหน้า ขณะที่ราคาหุ้นเด้งรับข่าว 7% รอบสัปดาห์ วอลุ่มพุ่ง 470%

  ราคาหุ้น บริษัท จีเอฟพีที จำกัด (มหาชน) หรือ GFPT กระตุกกว่า 7% รอบสัปดาห์ที่ผ่านมา วิ่งทำนิวไฮรอบ 1 เดือน แตะ 15.10 บาท ขณะที่ปริมาณการซื้อขายเมื่อ 20 ธ.ค. ที่ผ่านมา เพิ่มขึ้น 472.16% เทียบกับค่าเฉลี่ย 5 วันทำการก่อนหน้า ตามโปรแกรม F6 ของ eFin Stock Pick Up
  GFPT ประกอบธุรกิจการเกษตรครบวงจร ครอบคลุมตั้งแต่ธุรกิจอาหารสัตว์ ธุรกิจฟาร์มเลี้ยงไก่ปู่ย่าพันธุ์ ธุรกิจฟาร์มเลี้ยงไก่พ่อแม่พันธุ์ ธุรกิจฟาร์มเลี้ยงไก่เนื้อ ธุรกิจชำแหละและแปรรูปผลิตภัณฑ์จากเนื้อไก่ โดยผลิตภัณฑ์หลักของกลุ่มบริษัท ได้แก่ อาหารสัตว์บก อาหารสัตว์น้ำ และผลิตภัณฑ์จากเนื้อไก่ รวมถึง เนื้อไก่สด อาหารแปรรูปจากเนื้อไก่ และ อาหารปรุงสุกพร้อมรับประทาน จำหน่ายทั้งในประเทศและต่างประเทศ
 ย้อนไปเมื่อปลายปี 57 จนถึงปลายปี 58 บริษัทเผชิญกับราคาไก่ปรับตัวลดลงค่อนข้างมาก ฉุดกำไรบริษัทจากเกือบ 1.8 พันล้านบาท ลงมาเหลือ 1.2 พันล้านบาท ขณะที่ราคาหุ้นดิ่งแรงจาก 21 บาท ลงไปแตะจุดต่ำที่ 8.20 บาท
  แต่เมื่อเข้าสู่ปี 59 ทิศทางของ GFPT กลับมาสดใสอีกครั้ง หลังเกิดสภาวะขาดแคลนปู่ย่าพันธุ์ หนุนให้ราคาไก่เพิ่มขึ้นแตะ 43 บาทต่อกิโลกรัม เมื่อเดือน ส.ค. ที่ผ่านมา ทำให้กำไรงวด 9 เดือน เติบโตถึง 54.69% ทำได้ 1,151.34 ล้านบาท ขณะที่ราคาหุ้นก็ปรับตัวขึ้นต่อเนื่องเกิน 50% ไปแตะจุดสูงสุดที่ 16.20 บาท
 หลังผ่านจุดพีคของปีในไตรมาส 3 ราคาไก่อ่อนตัวลงมาอยู่ที่บริเวณ 33-35 บาทต่อกิโลกรัม กดดันให้ราคาหุ้นแกว่งตัวออกข้างอยู่ในกรอบ 14 – 16 บาท ก่อนที่จะเริ่มมีสัญญาณเชิงบวกเข้ามาอีกครั้งในช่วงปลายปีนี้ ไม่ว่าจะเป็น ปัญหาไข้วัดนกระบาดในต่างประเทศ และค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลง
  บล.เอเซียพลัส ระบุว่า เดือน พ.ย. ที่ผ่านมา เกิดปัญหาไข้หวัดนกระบาดในต่างประเทศ ได้แก่ เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น และหลายประเทศในทวีปยุโรป น่าจะช่วยเพิ่มช่องทางระบายไก่สู่ต่างประเทศมากขึ้น โดยในส่วนของญี่ปุ่นนั้น มีแนวโน้มนำเข้าเนื้อไก่จากประเทศไทยมากขึ้นจากคาดการณ์ปัจจุบันที่ 3.8 แสนตันในปี 60 เพิ่มขึ้น 6% จากปีนี้ โดยญี่ปุ่นเป็นตลาดส่งออกเนื้อไก่ใหญ่สุดของไทย สัดส่วนถึง 50% ของปริมาณการส่งออกทั้งหมด
  ส่วนเกาหลีใต้เพิ่งอนุมัติให้ผู้ประกอบการไทยส่งออกไก่สดแช่แข็งไปเกาหลีใต้ได้แล้วตั้งแต่วันที่ 9 พ.ย. 59 นับเป็นครั้งแรกในรอบ 12 ปี โดยไทยเคยส่งออกไก่สดแช่แข็งสู่เกาหลีใต้มากสุดราว 4 หมื่นตันต่อปี แต่ในช่วงต้นฝ่ายวิจัยประเมินว่าปริมาณการส่งออกไก่สดแช่แข็งสู่เกาหลีใต้จะอยู่ที่ 1-2 หมื่นตันในปี 60 หรือคิดเป็น 2-3% ของปริมาณการส่งออกไก่ของไทย และจะทยอยส่งออกเพิ่มขึ้นเป็น 4 หมื่นตัน ในช่วง 2 ปีข้างหน้า
  ขณะที่เงินบาทซึ่งอ่อนค่ามาอยู่ที่ 36.02 บาทต่อดอลลาร์ อ่อนค่ากว่าสมมติฐานที่ฝ่ายวิจัยกำหนดเฉลี่ยปี 2560 ไว้ที่ 35 บาทต่อดอลลาร์ โดยทุกๆ 1 บาทต่อดอลลาร์ ที่อ่อนค่าจากสมมติฐานดังกล่าว จะส่งผลบวกต่อแนวโน้มกำไรสุทธิกลุ่มเกษตร-อาหาร ปี 60 ให้เพิ่มขึ้น 4.4% จากคาดการณ์ปัจจุบัน
 ซึ่งในส่วนของ GFPT นั้น คาดว่าผลกำไรสุทธิจะเพิ่มขึ้นจากประมาณการเดิม 2.4% หนุนให้ราคาเหมาะสมปี 2560 ปรับเพิ่มขึ้น 0.5% จากที่คาดการณ์ไว้ 19 บาท ปัจจุบัน GFPT มีสัดส่วนรายได้จากธุรกิจไก่ราว 70% และมีส่วนแบ่งตลาดจากปริมาณการส่งออกไก่ไทยสู่ญี่ปุ่น 13%
  ขณะที่ บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) คาดว่ากำไรสุทธิไตรมาส 4/59 จะอ่อนลงไม่มากจากไตรมาส 3/59 ที่ 496 ล้านบาท ซึ่งเป็นช่วงไฮซีซั่นของธุรกิจ เนื่องจากการส่งออกอยู่ในระดับสูง และราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์ที่ต่ำลงทำให้มาร์จิ้นอยู่ในเกณฑ์สูง และคาดว่าอัตรากำไรขั้นต้นจะอ่อนลงจาก 17% เมื่อไตรมาสก่อนเล็กน้อย ขณะที่ยอดขายจะชะลอตัวลงเพราะผ่านช่วงพีคไปแล้ว และในเดือน ธ.ค. มีวันหยุดยาวในเทศกาลคริสต์มาส ทำให้การส่งออกจะน้อยลงไป
  โดยประมาณการกำไรสุทธิไตรมาส 4/59 ไว้ที่ 456 ล้านบาท เติบโต 3% จากปีก่อน แต่อ่อนลง 8% จากไตรมาสก่อน
  ส่วนในระยะยาวเชื่อว่าจะเติบโตได้ต่อเนื่อง บริษัทยังคงเดินหน้าขยายกำลังการผลิตในส่วนฟาร์มและโรงเชือดตามแผนเพื่อรองรับอุปสงค์ที่เพิ่มขึ้นทั้งในส่วนของ GFPT, McKey และ GFN โดยในส่วนของ McKey จะสร้างโรงงานใหม่เพิ่มอีก 1 แห่ง กำลังการผลิต 1,000 ตันต่อเดือน จากที่มีอยู่ 2,000-2,400 ตันต่อเดือน คาดว่าจะแล้วเสร็จไตรมาส 4/60 ส่วนของ GFN จะเพิ่มสายการผลิตปรุงสุกสายที่ 5 ทำให้มีกำลังการผลิตเพิ่ม 400 ตันต่อเดือน จากปัจจุบัน 1,600-1,800 ตันต่อเดือน คาดว่าจะเริ่มผลิตได้ในกลางปี 60 ซึ่งเหล่านี้ทำให้ผลประกอบการปี 61 จะขยายตัวได้ดี ถ้าราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์ไม่ปรับขึ้นแรงมาก และไม่ประสบปัญหาอุปทานล้นเกินอย่างมาก
  แนะนำ ซื้อ โดยปรับเพิ่มคาดการณ์กำไรสุทธิปี 59-60 ขึ้น 5% และ 6% เป็น 1.61 พันล้านบาท และ 1.68 พันล้านบาท สะท้อนอัตรากำไรขั้นต้นที่มีแนวโน้มดีกว่าคาด และปรับราคาพื้นฐานปี 60 ขึ้นเป็น 17.40 บาท อิงกับ P/E ปี 60 ที่ 13 เท่า
 หากเทียบ GFPT กับธุรกิจที่ใกล้เคียงอย่าง CPF และ TFG พบว่าหุ้นยังมี P/E ต่ำที่สุด อยู่ที่ 11-12 เท่า เทียบกับ CPF ที่15 เท่า และ TFG 34 เท่า โดยหากมองย้อนไปในช่วงปีที่ผ่านมา GFPT เคยขึ้นไปซื้อขายที่ P/E สูงสุดราว 14 เท่า และด้วยปัจจัยหนุนที่เข้ามาทำให้ราคาหุ้นเริ่มเป็นที่น่าสนใจมากขึ้น แต่สิ่งที่ต้องระวังคือ หากราคาอาหารสัตว์ปรับตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว อาจจะกระทบต้นทุนและอัตรากำไรของบริษัทก็เป็นได้
 

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด