ข่าวนี้ที่ 1

| 17 กรกฎาคม 2560 | 17:05

FTE เคาะราคาไอพีโอ 2.95 บ./หุ้น ชูส่วนลดเกือบ 50%


    "ไฟร์เทรดเอ็นจิเนียริ่ง"สรุปราคาขายไอพีโอหุ้นละ 2.95 บาท เตรียมเปิดให้จองซื้อ 150 ล้านหุ้น ในวันที่ 20-21 และ 24 ก.ค.นี้ คาดเข้าเทรดใน SET 27 ก.ค.นี้ ผู้บริหารมั่นใจนักลงทุนตอบรับล้นหลาม เหตุพื้นฐานแกร่ง รายได้โตต่อเนื่อง D/E ต่ำเพียง 0.4 เท่า อัตรากำไรขั้นต้น 23-25% เตรียมนำเงินระดมทุนสร้างคลังสินค้า-เปิดสำนักงานขายและบริการ 3 แห่ง และใช้เป็นทุนหมุนเวียน ด้านอันเดอร์ไรท์มองราคาขายให้ส่วนลดสูงถึง 49.50% พี/อีแค่ 18 เท่า

*** ขายไอพีโอหุ้นละ 2.95 บาท
    นายทักษิณ ตันติไพจิตร กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไฟร์เทรดเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ FTE ผู้ประกอบธุรกิจจำหน่าย ออกแบบ ติดตั้งอุปกรณ์และระบบดับเพลิงครบวงจร เปิดเผยว่า บริษัทจะเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้กับประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO) จำนวน 150 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้ (พาร์) หุ้นละ 0.50 บาท ในราคาเสนอขายหุ้นละ 2.95 บาท โดยจะเปิดจองระหว่างวันที่ 20-21 และ 24 ก.ค.นี้ คาดว่าจะเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET)เป็นวันแรกในวันที่ 27 ก.ค. นี้
    สำหรับการระดมทุนครั้งนี้ FTE จะนำเงินที่ได้ไปก่อสร้างคลังสินค้า 190 ล้านบาท ปลายปี 61 หรือต้นปี 62 เปิดสำนักงานขายและบริการในประเทศ 3 จังหวัด คือ เชียงใหม่ เปิดในไตรมาส 4/60 ระยอง ในไตรมาส 2/61 ภูเก็ตในไตรมาส 4/61 ใช้เงินลงทุนสาขาละ 2 ล้านบาท และที่เหลือใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน
    นายสมภพ กีระสุนทรพงษ์ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) ในฐานะผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้น FTE เปิดเผยว่า สำหรับราคาหุ้น FTE ในราคา 2.95 บาท ถือเป็นระดับราคาที่น่าสนใจลงทุน เนื่องจากบริษัทมีพื้นฐานและโอกาสทางธุรกิจที่ดีเป็นอย่างมาก โดยมีอัตราราคาต่อกำไรต่อหุ้น(P/E) 18 เท่า เมื่อเทียบบริษัทที่ดำเนินธุรกิจใกล้เคียงกัน ที่มี P/E 36 เท่า ถือเป็นการกำหนดราคาที่มีส่วนลด 49.5% เชื่อว่าการเปิดจองหุ้น IPO จะได้รับความสนใจและมีกระแสตอบรับที่ดี
    "ที่ผ่านมาหุ้น IPO ที่เข้าตลาดฯตั้งแต่ต้นปี 60 มีผลตอบแทนการลงทุนไม่หวือหวา เพราะเป็นหุ้นขนาดใหญ่ ซึ่งนักลงทุนรอหุ้นไซส์เล็ก เช่น FTE เพื่อจะมาทำให้กระแส IPO กลับมาคึกคักอีกครั้ง"
    ทั้งนี้ การเสนอขายหุ้นไอพีโอของ FTE มีผู้จัดจำหน่ายฯ ร่วมอีก 5 แห่ง ประกอบด้วย บริษัทหลักทรัพย์ โนมูระ พัฒนสิน จำกัด (มหาชน), บริษัทหลักทรัพย์ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน), บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด, บริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ จำกัด และบริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด

*** โรดโชว์ 14 จังหวัด นักลงทุนตอบรับล้นหลาม
    นายสมศักดิ์ ศิริชัยนฤมิตร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอสเซท โปร แมเนจเม้นท์ จำกัด(APM)ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน เปิดเผยว่า FTE เป็นบริษัทที่มีความโดดเด่นในธุรกิจจำหน่าย ออกแบบ ติดตั้งอุปกรณ์และระบบดับเพลิงครบวงจร การระดมทุนในครั้งนี้จะเป็นส่วนที่เสริมสร้างโอกาสทางธุรกิจและการเติบโตให้ FTE ได้เป็นอย่างมาก
    “ธุรกิจของบริษัทมีแนวโน้มขยายตัวได้ดี จากโครงการภาครัฐและเอกชน ที่มีความจำเป็นในการติดตั้งอุปกรณ์และระบบสัญญาณแจ้งเหตุเพลิงไหม้ เพื่อให้เป็นไปตามกฏหมายควมคุมอาคาร รวมถึงการออกแบบติดตั้งระบบตามสถานีไฟฟ้าแรงสูง ที่มีแผนการการก่อสร้างอย่างต่อเนื่องตามการเติบโตของปริมาณการใช้ไฟฟ้าในประเทศ ถือเป็นโอกาสที่ดีในการเข้ารับงานในอนาคต เชื่อมั่นว่า FTE สามารถเติบโตได้อย่างมั่นคง และจะเป็นหุ้นที่สร้างผลตอบแทนที่ดีในระยะกลาง-ยาว จากการมีปัจจัยพื้นฐานที่ดี การเติบโตของผลประกอบการ และความพร้อมในการขยายธุรกิจ”นายสมศักดิ์ กล่าว 
    ส่วนการเดินสายโรดโชว์ของ FTE ใน 14 จังหวัดที่ผ่านมา มีนักลงทุนเข้าร่วมรับฟังการนำเสนอข้อมูลกว่า 3,000 ราย ซึ่งนักลงทุนส่วนใหญ่มีความเชื่อมั่นต่อทิศทางการดำเนินงาน ปัจจัยพื้นฐาน วิสัยทัศน์ของผู้บริหารเป็นอย่างดี อีกทั้งบริษัทยังมีการโรดโชว์กับเจ้าหน้าที่การตลาดและนักวิเคราะห์ผ่านทางโบรกเกอร์ต่างๆ อาทิ บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด  บริษัท หลักทรัพย์ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) และ บริษัทหลักทรัพย์ โนมูระ พัฒนสิน จำกัด (มหาชน)

*** ผู้บริหารมั่นใจรายได้โตต่อเนื่อง
    นายทักษิณ กล่าวต่อว่า  มั่นใจรายได้บริษัทปีนี้สูงกว่าปีก่อนที่มีรายได้รวม 822.56 ล้านบาท เนื่องจากรับรู้รายได้จากงานในมือปัจจุบันมี 435 ล้านบาท ส่วนใหญ่รับรู้รายได้ในปีนี้ แบ่งเป็นรายได้จากการขาย 140 ล้านบาท และอีก 295 ล้านบาท เป็นงานออกแบบติดตั้งระบบดับเพลิง และบริษัทอยู่ระหว่างประมูลงานออกแบบติดตั้งระบบดับเพลิง ของการไฟฟ้าฝ่ายผลิต (กฟผ. )เพิ่ม จากมีแผนที่จะติดตั้งระบบดับเพลิงในสถานีโรงไฟฟ้า อีก 168 แห่ง ในระยะ10 ปี ซึ่งปีละประมาณ 16 แห่ง ซึ่งบริษัทมีโอกาสได้งาน 65% จากมีประสบการณ์ในการรับงานดังกล่าว
    ในช่วงไตรมาส 1/60 บริษัทมีรายได้รวม 236.62 ล้านบาท มีกำไรสุทธิ 27.31 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากไตรมาส 1/59 ที่มีราายได้ 204.19 ล้านบาท มีกำไรสุทธิ 16.92 ล้านบาท
    จากการโรดโชว์ 14 จังหวัดที่ผ่านมา นักลงทุนให้การตอบรับที่ดี เนื่องจาก FTE มีประสบการณ์ในการดำเนินธุรกิจมากว่า 27 ปี เป็นผู้นำในการจัดจำหน่ายอุปกรณ์ดังเพลิงที่มีความหลากหลาย เป็นผู้ให้บริการงานระดับเพลิงครบวงจร และแบรนด์ชั้นระดับโลก มีอัตราหนี้สินต่อทุน ( D/E) ต่ำเพียง 0.9 เท่า หลังขาย IPO คาดเหลือ 0.4 เท่า มีรายได้สม่ำเสมอ มีอัตรากำไรขั้นต้นเฉลี่ย 23-25% อัตรากำไรสุทธิ 11-12%

*** `ซิก้า อินโนเวชั่น`เตรียมขายไอพีโอ 130 ล้านหุ้น เข้า mai
    นายศุภกิจ งามจิตรเจริญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซิก้า อินโนเวชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ZIGA ประกาศแต่งตั้ง บล.ธนชาต เป็นอันเดอร์ไรท์ นำหุ้นไอพีโอจำนวน 130 ล้านหุ้น เข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (mai) ไตรมาส 3/2560 ตามแผน เผยนำเงินซื้อที่ดิน สร้างโรงงาน และซื้อเครื่องจักรใหม่ รวมถึงใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน รองรับแผนการขยายกำลังการผลิต พร้อมชูจุดเด่นเป็นหุ้นที่เพียบด้วยศักยภาพ ธุรกิจมีอนาคต-ออเดอร์สม่ำเสมอ
    บมจ.ซิก้า อินโนเวชั่น (ZIGA) ประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายเหล็กโครงสร้างประเภท Pre-zinc และท่อเหล็กร้อยสายไฟ เปิดเผยว่า ขณะนี้บริษัทมีความพร้อมในทุกๆ ด้านแล้ว ที่จะเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้กับประชาชนครั้งแรก (ไอพีโอ) จำนวน 130 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้ (พาร์) หุ้นละ 0.50 บาท เพื่อเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (mai) ไตรมาส 3/2560 โดยได้แต่งตั้งให้บริษัทหลักทรัพย์ ธนชาต จำกัด (มหาชน) เป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้นสามัญเพิ่มทุนของบริษัทฯก่อนที่จะนำหุ้นเข้าจดทะเบียน
    “การตัดสินใจเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ mai ในครั้งนี้ ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของบริษัทฯ ที่จะช่วยสนับสนุนให้ธุรกิจเติบโตบนพื้นฐานที่แข็งแกร่งมากกว่าเดิม โดยบริษัทฯ จะนำเงินที่ได้จากการระดมทุนในครั้งนี้ ไปซื้อที่ดิน สร้างโรงงาน และซื้อเครื่องจักรใหม่ รวมถึงใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน รองรับแผนขยายกำลังการผลิต เพื่อผลักดันรายได้และกำไรเติบโตอย่างแข็งแกร่ง และมั่นคงมากยิ่งขึ้น”นายศุภกิจกล่าว
    ทั้งนี้ ในอนาคตบริษัทฯ บริษัทมีโครงการที่จะก่อสร้างโรงงานแห่งใหม่เพื่อเพิ่มกำลังการผลิต และเพิ่มพื้นที่สำหรับบริหารจัดการวัตถุดิบและสินค้าสำเร็จรูป เนื่องจากปัจจุบันบริษัทมีพื้นที่ไม่เพียงพอในการเพิ่มเครื่องจักรใหม่รวมถึงไม่มีพื้นที่เพียงพอที่จะจัดเก็บวัตถุดิบและสินค้าสำเร็จรูปเพื่อรองรับการเติบโตของยอดขาย ดังนั้น บริษัทจึงมีความจำเป็นที่จะต้องเตรียมการหาพื้นที่เพิ่มเติม ทั้งนี้ แผนการลงทุนของบริษัทมีมูลค่ารวมประมาณ 350.00 ล้านบาท
    ด้านนายวรชาติ ทวยเจริญ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฟินเน็กซ์ แอ๊ดไวเซอรี่ จำกัด ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน กล่าวว่า ZIGA เป็นบริษัทฯ ที่มีความน่าสนใจในการลงทุนอย่างมาก เนื่องจากมีปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่ง และมีผลประกอบการเติบโตในทิศทางที่ดีมาโดยตลอด จึงถือเป็นอีกบริษัทฯ ที่น่าสนใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งแนวโน้มในอนาคตที่ยังสามารถเติบโตต่อไปได้อีกมาก ตามการขยายตัวของภาคอุตสาหกรรมก่อสร้างและธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งในเบื้องต้นคาดว่าจะสามารถเสนอขายหุ้นได้ภายในไตรมาส 3/2560
    สำหรับผลการดำเนินงานย้อนหลังในปี 2557 มีกำไรสุทธิ 17.31 ล้านบาท ปี 2558 เพิ่มเป็น 68.60 ล้านบาท และในปี 2559 ปรับตัวสูงขึ้นเป็น 226.13 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิ 3.89% , 9.95% และ 24.01% ตามลำดับ เนื่องจากจากการเพิ่มขึ้นของอัตรากำไรขั้นต้น และเป็นผลจากการนำระบบ ERP มาใช้ในการบริหารจัดการ ส่งผลให้มีการมีการสูญเสียลดลง ประกอบกับต้นทุนทางการเงินเมื่อเปรียบเทียบกับรายได้รวมมีแนวโน้มลดลง ณ สิ้นปี 2559 บริษัทฯมีสินทรัพย์รวม 626.44 ล้านบาท หนี้สินรวม 311.10 ล้านบาท ส่วนของผู้ถือหุ้น 315.34 ล้านบา
    ทั้งนี้ บริษัทฯ มีทุนจดทะเบียน ณ วันที่ 28 ก.พ.2560 เท่ากับ 260 ล้านบาท มูลค่าที่ตราไว้ (พาร์) หุ้นละ 0.50 บาท โดยมีทุนเรียกชำระแล้ว 220 ล้านบาท คิดเป็นหุ้นสามัญ 440 ล้านหุ้นการเสนอขายหุ้น IPO ครั้งนี้เป็นการจำหน่ายหุ้นเดิม 50 ล้านหุ้น และหุ้นเพิ่มทุน 80 ล้านหุ้น รวมเป็น 130 ล้านหุ้นซึ่งคิดเป็น 25% ของทุนจดทะเบียนของบริษัท โดยหุ้นเพิ่มทุน คิดเป็น 15.38% ของทุนจดทะเบียนของบริษัท จะทำให้บริษัทฯมีทุนชำระแล้วรวม 260 ล้านบาท คิดเป็นจำนวนหุ้นสามัญทั้งสิ้น 520 ล้านหุ้น

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด