ข่าวนี้ที่ 1

| 14 พฤศจิกายน 2560 | 18:06

GL ขาดทุนยับ! ตั้งสำรองปล่อยกู้ฉ้อฉลเต็มจำนวน


    บมจ.กรุ๊ปลีส (GL) พลิกขาดทุน  2.6 พันลบ. ในงวด Q3/60  ลดลง 1,103% เทียบช่วงเดียวกันปีก่อน หลังบริษัทตั้งสำรองพิเศษเต็มจำนวนสำหรับเงินให้กู้ยืมในสิงคโปร์-ไซปรัส และตั้งสำรองค่าเผื่อการด้อยค่าเงินลงทุนในบริษัทร่วม  ด้านราคา GL พุ่งกว่า 20% วอลุ่มทะยานเกือบ 1,000% หลังแจ้งงบ  ขณะที่ ตลท.ยังคง NP ไปจนกว่า GL จะนำส่งงบปี 59- Q1/60-Q2/60 ที่แก้ไขให้ถูกต้องแล้ว 

*** GL  แจ้งงบ Q3/60 พลิกขาดทุนมโหฬาร 2.6 พันลบ.

    บริษัท กรุ๊ปลีส จำกัด (มหาชน) หรือ GL แจ้งผลดำเนินงานไตรมาส 3/60 พลิกเป็นขาดทุนสุทธิ 2,607.59 ล้านบาท ลดลง 1,103% จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 260 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากการตั้งสำรองผลขาดทุนที่อาจจะเกิดขึ้นจากการปรับมูลค่าสินทรัพย์ แต่ผลขาดทุนบางส่วนได้หักกลบกับการเพิ่มขึ้นของรายได้ดอกผลจากธุรกิจหลักของบริษัท  ส่งผลงวด  9 เดือนแรกปีนี้บริษัทฯ มีขาดทุนสุทธิ 1,940 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 739 ล้านบาท
    ไตรมาสนี้บริษัทฯ มีค่าใช้จ่ายในการบริการและบริหารจำนวน 310.52 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 69.94 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อย
ละ 29.07 เมื่อเทียบกับไตรมาส 3/2559 และเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายเกิดจากการลงทุนเพื่อการขยายตัวของธุรกิจเชิงกลยุทธ์ใน ตปท.

*** ตั้งสำรองพิเศษเต็มจำนวน - อาจตีกลับเป็นรายได้ในอนาคต

      GL ชี้แจงว่า ในไตรมาส 3/60 นี้ บริษัทฯ มีค่าใช้จ่ายจากการตั้งสำรองพิเศษเต็มจำนวนสำหรับเงินให้กู้ยืม เพื่อเป็นการให้ความร่วมมือกับ ก.ล.ต.ในระหว่างที่คดียังไม่สิ้นสุด รวมถึงการตั้งสำรองค่าเผื่อการด้อยค่าเงินลงทุนในบริษัทร่วม โดยอิงจากข้อมูลและเหตุการณ์ที่เน้นในรายการของผู้สอบบัญชีในไตรมาสก่อน แต่ทุกรายการที่ตั้งสำรองนี้เป็นรายการที่ไม่ใช่เงินสด ในกรณีที่ได้รับเงินจากลูกหนี้ในอนาคต บริษัทสามารถกลับรายการสำรองและรับรู้เป็นรายได้ตามจำนวนที่ได้รับ รายละเอียด ดังนี้ 
    - ค่าใช้จ่ายจากการประมาณการค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญของลูกหนี้เงินให้กู้ยืมและดอกเบี้ยค้างรับในงบการเงินรวมมีจำนวน 1,952.57 ล้านบาท เกิดจากการตั้งสำรองพิเศษเต็มจำนวนสำหรับเงินให้กู้ยืมเพื่อให้สอดคล้องกับหลักความระมัดระวังและเพื่อเป็นการให้ความร่วมมือกับ ก.ล.ต. ในระหว่างที่คดียังไม่ถึงที่สุด อย่างไรก็ตาม การตั้งสำรองเป็นรายการที่ไม่ใช่เงินสด ในกรณีที่ได้รับเงินจากลูกหนี้ดังกล่าวในอนาคต บริษัทสามารถกลับรายการสำรองและรับรู้เป็นรายได้ตามจำนวนที่ได้รับ
    - ค่าใช้จ่ายจากการประมาณค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญของลูกหนี้อื่น ค่าใช้จ่ายจากการประมาณการค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญของสินทรัพย์หมุนเวียนอื่น และค่าใช้จ่ายจากการประมาณการค่าเผื่อการด้อยค่าของเงินมัดจำ มีจำนวน 202.35 ล้านบาท 38.83 ล้านบาท และ 55.94 ล้านบาท ตามลำดับ ซึ่งเป็นการตัดสินใจของผู้บริหารที่ตั้งสำรองเต็มจำนวนสำหรับลูกหนี้อื่นจากกิจการที่เกี่ยวข้องกันสุทธิ อย่างไรก็ตามการตั้งสองเป็นรายการที่ไม่ใช่เงินสด ในกรณีที่ได้รับเงินจากลูกหนี้ดังกล่าวในอนาคต บริษัทสามารถกลับรายการสำรองและรับรู้เป็นรายได้ตามจำนวนที่ได้รับ
    - ผลขาดทุนจากการตั้งสำรองค่าเผื่อการด้อยค่าเงินลงทุนในบริษัทร่วม มีจำนวน 582.09 ล้านบาท ซึ่งตั้งสำรองโดยอิงจากข้อมูลและเหตุการณ์ที่เน้นในรายการของผู้สอบบัญชีของบริษัทในไตรมาสก่อน อย่างไรก็ตาม การตั้งสำรองเป็นรายการที่ไม่ใช่เงินสด ในกรณีที่ได้รับเงินจากลูกหนี้ดังกล่าวในอนาคต บริษัทสามารถกลับรายการสำรองและรับรู้เป็นรายได้ตามจำนวนที่ได้รับ

*** แจงรายได้ดอกผลจากธุรกิจหลักยังเติบโต 

    GL ชี้แจงว่า แม้งวดไตรมาส 3/60 จะขาดทุน สาเหตุหลักจากการตั้งสำรองผลขาดทุนที่อาจจะเกิดขึ้นจากการปรับมูลค่าสินทรัพย์  แต่หากไม่นับรวมการตั้งสำรองดังกล่าว รายได้รวมและผลการดำเนินงานของบริษัทฯ ดีขึ้นเมื่เทียบกับไตรมาสเดียวกัน
ปีก่อน ยกตัวอย่างเช่น 
     -รายได้ดอกผลเช่าซื้อในงบการเงินรวมเป็น 516.33 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 28.35 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 5.81 
    -รายได้ดอกผลจากสินเชื่อแก่ผู้บริโภคโดยมีสินทรัพย์ค้ำประกันในงบการเงินรวมเป็น 43.65 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจำนวน 11.78 ล้านบาทหรือคิดเป็นร้อยละ 36.97 
    -รายได้ดอกเบี้ยจากสินเชื่อรายย่อยเพิ่มขึ้นทั้งจำนวน 14.30 ล้านบาท 
    -รายได้ดอกผลจากสินเชื่อเพื่อผู้บริโภครายย่อยภายใต้การจัดการสินเชื่อร่วมทางการเงิน เพิ่มขึ้นทั้งจำนวน 16.30 ล้านบาท 

*** "อีวาย"  ระบุยอดสำรองเผื่อผลขาดทุน 65 ล้านเหรียญฯ 

    ด้านบริษัท อีวาย ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต ให้ความเห็นในงบการเงินงวด 3 เดือน สิ้นสุดไตรมาส 3/60 ว่า บริษัทฯ ตัดสินใจที่จะตั้งสำรองเผื่อขาดทุนจำนวน 56 ล้านเหรียญสหรัฐอเมริกาสำหรับการทุจริตของอดีตผู้บริหาร นอกจากนี้ยังมียอดลูกหนี้ซึ่งส่วนใหญ่เกิดขึ้นในปี60 คงค้างจากบริษัทที่เกี่ยวข้องกับอดีตผู้บริหารจำนวนประมาณ 9 ล้านเหรียญสหรัฐอเมริกา ทำให้ยอดสำรองเผื่อผลขาดทุนสำหรับการทุจริตครั้งนี้ มีจำนวนรวม 65 ล้านเหรียญสหรัฐอเมริกา
     เนื่องจากกระบวนการทางกฎหมายยังไม่เสร็จสิ้นและข้อจำกัดของข้าพเจ้าในฐานะผู้สอบบัญชีภายนอกในการพิจารณาสถานะที่แท้จริงของการกู้ยืม จึงไม่สามารถสรุปมูลค่าที่คาดว่าจะได้รับคืนของหนี้ดังกล่าวได้ เว้นแต่รอผลการสอบสวนของกรมสอบสวนคดีพิเศษซึ่งเป็นหน่วยงานราชการที่มีอำนาจและมีช่องทางในการตรวจสอบเพื่อตัดสินและสรุปกรณีดังกล่าวเพื่อส่งฟ้องอดีตผู้บริหารและการตัดสินของศาลในที่สุด ดังนั้น ภายใต้ข้อจำกัดโดยสถานการณ์ ข้าพเจ้าจึงไม่สามารถสรุปผลของการกล่าวโทษโดย ก.ล.ต. ต่อลูกหนี้และดอกเบี้ยรับ และ ไม่สามารถสรุปความเหมาะสมของสำรองเผื่อขาดทุนจำนวน 65 ล้านเหรียญสหรัฐอเมริกา

*** ตลท.ยังแขวน NP จนกว่าจะนำส่งงบปี 59- Q1/60-Q2/60 ฉบับแก้ไข
  

    หุ้น GL ยังคงถูกตลาดหลักทรัพย์ฯ แขวนป้าย  NP หลังผู้สอบบัญชีไม่แสดงความเห็นต่องบการเงินปี 2559 และไม่ให้ข้อสรุปต่องบการเงินไตรมาสที่ 1/60  และไตรมาสที่ 2/60 โดยผู้สอบบัญชีแสดงความเห็นแบบไม่มีเงื่อนไขและมีข้อสังเกต (ตามที่ GL ได้แจ้งงบปี59 เมื่อเดือน ก.พ.60 , งบ Q1/60 ในเดือนพ.ค. และงบ Q2/60 ในเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา)
    โดย ตลท. จะคงการขึ้นเครื่องหมาย NP  ไปจนกว่า GL จะนำส่งข้อมูลที่แก้ไขให้ถูกต้องแล้วต่อสำนักงาน ก.ล.ต.  
     ด้านบอร์ด GL ได้มีมติจัดให้มีการตรวจสอบพิเศษในรายการเงินให้กู้ยืมที่เป็นประเด็น โดยผู้สอบบัญชีที่มีความเป็นอิสระและจะต้องแก้ไขงบการเงินส่งกลับมาที่ ก.ล.ต. อีกครั้ง ซึ่ง GL ได้เริ่มสรรหาสำนักงานสอบบัญชีที่มีความเป็นอิสระแล้ว คาดว่าจะ
เลือกและแจ้งให้นักลงทุนทราบภายใน 1 เดือน นับจากวันที่บอร์ดอนุมัติคือ 20 ต.ค.60 
     ตลท.ขอให้ผู้ลงทุนศึกษาข้อมูลและงบการเงินของ GL รวมทั้งความเห็นของผู้สอบบัญชีด้วยความระมัดระวังและรอบคอบเพื่อประกอบการตัดสินใจลงทุนและขอให้ติดตามการนำส่งงบการเงินฉบับแก้ไขที่ได้มีการตรวจสอบพิเศษแล้วอย่างใกล้ชิด

*** ราคา GL พุ่งกว่า 20% หลังแจ้งงบ

    ด้านความเคลื่อนไหวราคา GL ในช่วงบ่ายวานนี้พุ่งกว่า 20.98% ทำจุดสูงสุดที่ 8.85 บาท หลังแจ้งงบไตรมาส 3/60 ก่อนจะย่อลงมาเล็กน้อย และปิดการซื้อขายที่ 8.15 บาท เพิ่มขึ้น 1.00 บาท หรือ 13.99%  มูลค่าการซื้อขาย 516.95 ล้านบาท พร้อมกับปริมาณการซื้อขายพุ่งขึ้นผิดปกติถึง 941% เทียบค่าเฉลี่ย 5 วันก่อน โดยเทรดอยู่ที่ 64 ล้านหุ้น จาก 5 วันก่อนเทรดอยู่ที่ประมาณ 6.8 ล้านหุ้น/วันเท่านั้น 
        

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด