สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย efinanceThai

หุ้น , หุ้นไทย , หุ้นวันนี้ , ตลาดหุ้น , ข่าวหุ้น

ข่าวนี้ที่ 1

| 12 มกราคม 2561 | 17:26

ROJNA ส่งซิกรายได้กระฉูด! บุ๊คขายไฟเต็มปี ลุ้นขายที่ดิน 500 ไร่

ROJNA ส่งซิกรายได้กระฉูด! บุ๊คขายไฟเต็มปี ลุ้นขายที่ดิน 500 ไร่

      ROJNA คาดปีนี้โกยรายได้กว่า 8 พันลบ. หลังรับรู้รายได้โรงไฟฟ้า 400MW เต็มปี - ยอดโอนที่ดินมากขึ้น จากปัจจุบันมียอดขายที่ดิน 400-500 ไร่ พร้อมตั้งเป้ายอดขายที่ดินปีนี้ 400-500 ไร่  ยันไม่มีส่วนดันราคาหุ้น GULF ชี้เป็นการลงทุนระยะยาว  ด้านโบรกฯ มองปีนี้กำไรหลักโต 9 เท่าเทียบปี 60 แตะ 862 ลบ.  แต่กำไรสุทธิอาจต่ำลง 27% เหตุไม่มีกำไรพิเศษหนุน  พร้อมปรับคำแนะนำเป็น "ซื้อ" จาก Fully Valued ให้เป้า 7.92 บ. 

*** มั่นใจรายได้ทะลุ 8 พันลบ. 
     น.ส. อมรา เจริญกิจวัฒนกุล กรรมการอิสระ บริษัท สวนอุตสาหกรรมโรจนะ จำกัด (มหาชน) หรือ ROJNA เปิดเผยกับ "สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย" ว่า คาดรายได้ปี 61 จะทำได้มากกว่า 8 พันล้านบาท เนื่องจากธุรกิจโรงไฟฟ้าสร้างรายได้ปีละกว่า 8 พันล้านบาท และปีนี้จะรับรู้รายได้โรงไฟฟ้า 400 เมกะวัตต์ ที่จ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์ (COD) เต็มปี หลัง COD โรงไฟฟ้า SPP 3 ในเดือนมิถุนายน 60 ที่ผ่านมา ขณะที่รายได้จากการขายน้ำอุตสาหกรรมมีการเติบโตดีขึ้น 
    นอกจากนี้ยังคาดหวังว่า จะมียอดโอนที่ดินมากขึ้น ซึ่งขณะนี้มียอดขายที่ดินรอโอนจำนวน 400-500 ไร่ คาดหวังโอนได้หมดภายในปีนี้ แต่อย่างไรก็ตามขึ้นอยู่กับความพร้อมของลูกค้า
    "รายได้ปี 61 ของบริษัทจะออกมาดี เพราะ ธุรกิจไฟฟ้า จะสร้างรายได้ต่อเดือน 700-800 ล้านบาท จาก COD ครบ 400 เมกะวัตต์เต็มปี ธุรกิจขายน้ำดีขึ้น และหวังว่าจะโอนที่ดินได้มากขึ้น จากปัจจุบันที่มียอดขายที่ดินรอโอนแล้ว 400-500 ไร่ ส่วนปีนี้บริษัทยังไม่มีแผนการลงทุนชัดเจน เพราะ อยู่ระหว่างการหาโอกาสลงทุนใหม่ เช่น โรงไฟฟ้า และ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ฯ ซึ่งแล้วแต่ว่าจะสามารถเจอดีลที่ดีหรือไม่ "น.ส.อมรา กล่าว
    โดยราคาหุ้น ROJNA ปิดการซื้อขายล่าสุด (12 ม.ค.61) ที่ระดับ 7.55 บาท เพิ่มขึ้น 0.30 บาท หรือ 4.14% มูลค่าการซื้อขาย 370.77 ล้านบาท  

*** ตั้งเป้ายอดขายที่ดิน 400-500 ไร่ 
    ส่วนในปี 2561 บริษัทตั้งเป้ายอดขายที่ดินที่ 400-500 ไร่ ซึ่งขณะนี้ได้เซ็น MOU ขายที่ดิน จำนวน 300 ไร่ กับ บริษัท Projen Group กลุ่มทุนรายใหญ่จากจีน คาดว่าจะทำสัญญาขายที่ดินและรับรู้เป็นยอดขายได้ในปีนี้ และ จากภาพรวมเศรษฐกิจยุโรป และอเมริกา ที่ดีขึ้น หวังว่าจะทำให้มีนักลงทุนต่างประเทศเข้ามาลงทุนในไทยมากขึ้น ส่วนยอดขายที่ดินปี 60 ทำได้ตามเป้าที่ 400-500 ไร่ โดยไตรมาส 4/60 มียอดโอนที่ดินแล้วหลายสิบไร่
    "จากที่บริษัทได้ขายที่ดินสุขุมวิท ทำให้มีรายได้ 1.2 พันล้านบาท ซึ่งจะบันทึกในงบไตรมาส 4/60 ซึ่งการขายดังกล่าวทำให้บริษัทมีกำไรมากพอสมควร และจะมีรับรู้รายได้จากการโอนที่ดิน หลาย 10 ไร่ ทำให้งบไตรมาส 4/60 ของบริษัทออกมาดีมาก "น.ส. อมรา กล่าว

*** ยันไม่ได้ดันราคาหุ้น GULF ชี้เน้นลงทุนระยะยาว   
    ด้านการลงทุนใน บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF นั้นเป็นการลงทุนระยะยาว และไม่มีแผนขายหุ้นออก แม้ราคาหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้นจากราคาจองถึง 60% เพราะมองว่าธุรกิจพลังงานนั้นมีความเสี่ยงต่ำ และ GULF มี PPA อยู่ในมือจำนวนมาก ที่จะทยอย COD และที่ผ่านมาไม่ได้เข้าซื้อหุ้นเพิ่ม เพราะบริษัทไม่มีนโยบายไล่ซื้อหุ้นในกระดาน ทำให้ปัจจุบันยังคงถือหุ้น 20 ล้านหุ้น
    ส่วนบริษัท ทีอาร์เอ แลนด์ดีเวลลอปเม้นท์ จำนวน ที่บริษัทถือหุ้นร่วมกับ บริษัทไทยคอน อินดัสเทรียล คอนเน็คชั่น และ บริษัท นิคมอุตสาหกรรมเอเชีย จำกัด ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการหาโอกาสเข้าประมูลซื้อที่ดิน เพื่อนำมาพัฒนาเป็น นิคมอุตสาหกรรม โรงงาน และคลังสินค้าให้เช่า

*** โบรกฯ ชี้ปี 60 ขายนิคมได้ตามเป้า - ประเมินได้กำไรจากขายที่ดินสุขุมวิท 284 ลบ.  
    บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส ?เปิดเผยว่า สรุปปี 2560 ที่ผ่านมา ROJNA ขายนิคมฯได้ 432 ไร่ ถือว่าดี เป็นไปตามเป้าหมายที่ยอดขายต่อปีที่ 300-500 ไร่ โดยในรอบครึ่งแรกปี 60 ขายได้ 132 ไร่ นับว่ายังทำได้ไม่มากนัก แต่แล้วในช่วงเดือน ธ.ค.60 บริษัทได้แจ้งข่าวดีว่าสามารถลงนาม MOU ขายนิคมฯเพิ่มในจำนวน 300 ไร่ที่สวนอุตสาหกรรมโรจนะ อยุธยาให้กับ Projen Group กลุ่มทุนรายใหญ่จากจีน ซึ่งประกอบธุรกิจอุตสาหกรรมยานยนต์และโดรน ซึ่งมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่เมือง ตาหลี่ ประเทศจีน คาดโอนนิคมฯมากขึ้นในงวด Q4/60 โดยคาดว่าจะมีการโอนนิคมฯได้ประมาณ 100 ไร่ หลังจากในงวด 9 เดือนปี 60 สามารถโอนได้เพียง 5 ไร่ ทั้งๆที่มียอดขายรอโอน (Backlog) ณ สิ้นปี 59 เป็นประมาณ 200 ไร่ อย่างไรก็ตาม Backlog ณ สิ้นปี 60 จะอยู่ในเกณฑ์สูงเป็น 532 ไร่ ซึ่งจะทยอยโอนและรับรู้เป็นรายได้ในช่วงปี 61-62 ต่อไป อีกทั้งยังมีแรงเสริมคือ กำไรจากการขายที่ดินเปล่า ซอยสุขุมวิท 66 ของบริษัทย่อยออกไป
    นอกจากนี้ยังได้ขายที่ดินเปล่า 1.2 พันล้านบาท บนถนนสุขุมวิท 66 ซึ่งเป็นของบริษัทย่อยคือ โรจนะ พร็อพเพอร์ตี้ เนื้อที่รวม 4-2-32 ไร่ จากข้อมูลที่เคยสอบถามบริษัทพบว่าที่ดินแห่งนี้มีการก่อสร้างฐานรากสำหรับทำคอนโดมิเนียมด้วย แต่ได้หยุดไป ด้านต้นทุนจะตกประมาณไร่ละ 200 ล้านบาท จึงประเมินว่าบริษัทจะมีกำไรจากรายการนี้ที่ประมาณ 284 ล้านบาท

*** คาด Q4/60 มีกำไรหลัก 193 ลบ.   
    แนวโน้มกำไร Q4/60 ที่จะประกาศ ดีขึ้น กำไรหลักเป็น 193 ล้านบาท เทียบกับ q-o-q จาก Q3/60 ที่มีกำไรเพียง 11 ล้านบาท ผลพวงหลักมาจากการโอนนิคมฯได้มากขึ้น รายได้ส่วนนี้เป็น 300 ล้านบาท ขณะที่ฐาน q-o-q ไม่มีการโอนนิคมฯเลย หรือมีรายได้เป็น 0 ล้านบาท 
    ด้านกำไรพิเศษจากการขายที่ดินเปล่าข้างต้น ผลักดันให้กำไรสุทธิเป็น 477 ล้านบาท ขณะที่ฐาน q-o-q ไม่มีกำไรพิเศษ กำไรสุทธิจึงเป็น 11 ล้านบาท สรุปคือ กำไรหลัก Q4/60 เป็นสัดส่วนถึง 199% จากประมาณการทั้งปี เนื่องจาก Q1/60 และ Q2/60 เป็นขาดทุน ส่วนกำไรสุทธิ Q4/60 เป็นสัดส่วน 40% จากประมาณการทั้งปี เพราะในงวด Q1/60 บันทึกกำไรพิเศษสูงถึง 810 ล้านบาท จากการตีมูลค่ายุติธรรมที่เปลี่ยน TICON จากบริษัทย่อยมาเป็นบริษัทร่วม ทั้งนี้ไม่ได้เทียบคาดการณ์กำไร Q4/60 กับ y-o-y เพราะเห็นว่าจะต้องมีการปรับปรุง (restate) ฐาน 4Q59 ตามสัดส่วนการถือหุ้น TICON ที่ลดลง
 
*** มองปีนี้กำไรหลักโต 9 เท่าเทียบปี 60 แตะ 862 ลบ.  
    ส่วนคาดการณ์กำไรหลักปีนี้ฟื้นตัวดีขึ้น กำไรหลักปี 61 เป็น 862 ล้านบาท ฟื้นตัวจากปี 60 ถึงเกือบ 9 เท่าตัว แต่กำไรสุทธิกลับต่ำลง 27% y-o-y เพราะมีสมมุติฐานว่าปีนี้ไม่มีกำไรพิเศษ แต่ปี 60 มีมากถึง 1.1 พันล้านบาท โดยมี 3 แรงผลักดันคือ 1) โอนนิคมฯได้มากขึ้นเป็น 400 ไร่ เทียบกับปี 60 ที่ 100 ไร่ ส่วนยอดขายเป็น 500 ไร่ เทียบปี 60 ที่ 432 ไร่ 2) รับรู้ไฟฟ้าส่วนเพิ่มจาก SPP เฟส 3 จำนวน 110 MW เต็มปี ซึ่งเพิ่มมาตั้งแต่ช่วงปลาย 2Q60 และ 3) กำไรตามส่วนได้เสีย TICON สูงขึ้น หลังมีการขายสินทรัพย์เข้าสู่ REIT มากขึ้นในปีนี้
    
*** ปรับคำแนะนำเป็น "ซื้อ" จาก Fully Valued ให้เป้า 7.92 บ. 
    ทั้งนี้ได้ปรับคำแนะนำเป็น ซื้อ ราคาพื้นฐานใหม่อิงตาม SOP เป็น 7.92 บาท จากเดิม Fully Valued แบ่งเป็นธุรกิจนิคมฯ และการมีบริษัทร่วมคือ TICON ด้วย Forward P/E ปี 61 เป็น 18 เท่า ซึ่งเท่ากับ AMATA จากเดิมที่ให้ต่ำเป็น 15 เท่า ได้มูลค่าที่ 7.68 บาท และยังมีส่วนเพิ่มจาก GULF เสริม คือ ROJNA ไปซื้อตอน IPO ในสัดส่วน 1% ที่ราคาเพียง 45.00 บาท แต่ปัจจุบันปรับเพิ่มสูงเป็น 68.25 บาท จึงคาดว่าบริษัทมีกำไรที่ยังไม่รับรู้ (Unrealize Gain) ที่ 496 ล้านบาท หรือ 0.24 บาทต่อหุ้น ROJNA ราคาปิดยังมีส่วนเพิ่มจากราคาพื้นฐานได้อีก 15% ผนวกกับคาดการณ์อัตราผลตอบแทนปันผลปี 61 อีก 2.2% จุดแข็งคือ บริษัทได้รับประโยช์จากนโยบายระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) เพราะมีนิคมฯในเขตดังกล่าวประมาณ 3,500 ไร่ ไว้จำหน่ายในอนาคต

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด