ข่าวนี้ที่ 1

| 7 ธันวาคม 2560 | 16:04

HUMAN มั่นใจยืนเหนือจอง กูรูให้เป้าหมาย 8 บาท

    "ฮิวแมนิก้า " ได้ฤกษ์เข้าเทรด SET วันแรก 8 ธ.ค.นี้ ผู้บริหารมั่นใจยืนเหนือราคาไอพีโอ ให้ผลตอบแทนที่น่าพอใจ เหตุปัจจัยพื้นฐานแกร่ง ธุรกิจให้บริการทรัพยากรบุคคลโตก้าวกระโดด องค์กรขนาดใหญ่เริ่มหันมาใช้ Outsource มากขึ้น คาดปี 61 รายได้โตอีก 20-30% เดินหน้าซื้อกิจการสำนักงานบัญชีในไทยคาดสรุป 2-3 ดีล พร้อมขยายงานในเวียดนาม-อินโดนีเซีย-ฟิลิปปินส์ ด้านโบรกฯให้ราคาเป้าหมายระหว่าง 5-8 บาท

*** ตลท.รับ HUMAN เทรด SET 8 ธ.ค.นี้

    ดร. สันติ กีระนันทน์ รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานผู้ออกหลักทรัพย์ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ตลท.รับ บมจ. ฮิวแมนิก้า ซึ่งเป็นผู้พัฒนาซอฟต์แวร์ด้านการบริหารจัดการทรัพยากรบุคคลรายแรกที่เข้าจดทะเบียนและเริ่มซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ ในกลุ่มอุตสาหกรรมเทคโนโลยี หมวดธุรกิจเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร โดยใช้ชื่อย่อในการซื้อขายหลักทรัพย์ว่า “HUMAN” ในวันที่ 8 ธันวาคม 2560 นี้
    HUMAN มีทุนชำระแล้ว 340 ล้านบาท มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท ประกอบด้วยหุ้นสามัญเดิม 500 ล้านหุ้น และหุ้นสามัญเพิ่มทุน 180 ล้านหุ้น โดยเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนต่อประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) 153 ล้านหุ้น ในราคาหุ้นละ 4.00 บาท มูลค่าระดมทุนรวม 720 ล้านบาท มูลค่าหลักทรัพย์ ณ ราคา IPO 2,720 ล้านบาท โดยมี บมจ. หลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส เป็นที่ปรึกษาทางการเงินและผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย
    มีผู้ถือหุ้นใหญ่ 3 ลำดับแรกหลัง IPO ได้แก่ กลุ่มครอบครัวเด่นธรรม 42.61% Hudson Asia Holding Pte. Ltd. 17.95% และนางสาวภาติยา ทันการ 2.45% การกำหนดราคาเสนอขายหุ้น IPO ครั้งนี้เป็นอัตราส่วนราคาต่อกำไรสุทธิต่อหุ้น (P/E ratio) ที่ 28.57 เท่า โดยคำนวณจากจากผลกำไรสุทธิ 4 ไตรมาสย้อนหลัง ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2559 ถึงวันที่ 30 กันยายน 2560 หารด้วยจำนวนหุ้นทั้งหมดภายหลังการเสนอขายหุ้นครั้งนี้ ซึ่งเท่ากับ 680 ล้านหุ้น (fully diluted) คิดเป็นกำไรสุทธิต่อหุ้นเท่ากับ 0.14 บาท ทั้งนี้ บริษัทมีนโยบายการจ่ายเงินปันผลในอัตราไม่น้อยกว่า 50% ของกำไรสุทธิจากงบเฉพาะกิจการ หลังหักภาษีเงินได้นิติบุคคลและเงินสำรองตามกฎหมาย

*** มั่นใจเทรดเหนือจอง ผลตอบแทนสวย-พื้นฐานแกร่ง

    นายสุนทร เด่นธรรม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฮิวแมนิก้า จำกัด (มหาชน) หรือ HUMAN เชื่อมั่นว่าหุ้น HUMAN เมื่อเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ในกลุ่ม “เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร” วันที่ 8 ธันวาคม 2560 จะสามารถยืนเหนือราคาไอพีโอที่ 4 บาทต่อหุ้นได้ เนื่องจากมีปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่ง ผลประกอบการเติบโตก้าวกระโดดอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับผู้บริหารและบุคลากรในองค์กรมีประสบการณ์มีความเชี่ยวชาญในธุรกิจมาเป็นเวลานานกว่า 30 ปี
    “ในช่วงที่เปิดให้จองซื้อหุ้น นักลงทุนให้ความสนใจมีความต้องการเข้ามามากซึ่งสะท้อนให้เห็นว่านักลงทุนมั่นใจในธุรกิจการให้บริการด้านทรัพยากรบุคคลที่ครบวงจรด้วยซอฟต์แวร์ที่พัฒนาเอง รวมถึงองค์กรต่างๆ ในไทย หันมาใช้ Outsource มากยิ่งขึ้น และปัจจุบัน HUMAN ก็มีองค์กรขนาดใหญ่ที่มอบความไว้วางใจให้ดูแล อาทิ กลุ่มไมเนอร์ กรุ๊ปและกลุ่มเทสโก้โลตัส เป็นต้น โดยรวมๆมีลูกค้าที่ดูแลอยู่ราว 400 บริษัท คิดเป็นแอ็คเค้าท์พนักงานที่ดูแลอยู่กว่า 2 แสนคน ดังนั้นจึงมั่นใจว่าเมื่อหุ้น HUMAN เข้าเทรดในตลาดหุ้นแล้วจะสามารถยืนเหนือราคาจองและให้ผลตอบแทนที่น่าพอใจ” นายสุนทร กล่าว
    โดยในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา กำไรสุทธิของ HUMAN มีการเติบโตขึ้นจาก 25.58 ล้านบาท ในปี 2557 เป็น 71.06 ล้านบาท ในปี 2559 คิดเป็นอัตราการเติบโตเฉลี่ย 66.67% ต่อปี ขณะที่งวด 9 เดือนแรกของปี 2560 กำไรสุทธิอยู่ที่ 55.94 ล้านบาท เติบโต 75.20% จากงวดเดียวกันของปีก่อนและมีอัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนผู้ถือหุ้น D/E อยู่ในระดับต่ำ โดยปี 2559 อยู่ที่ 0.34 เท่า

*** ตั้งเป้าปี 61 รายได้โต 20-30% ให้บริการพนักงานเพิ่ม 3 หมื่นราย
     
    บริษัทตั้งเป้ารายได้ปี 61 เติบโต 20-30% ต่อเนื่องจากปีนี้ ซึ่งเป็นการเติบโตตามลูกค้าที่เพิ่มขึ้น โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างเจรจากับลูกค้ากว่า 30 บริษัท ซึ่งมีพนักงานมากกว่า 1,000 คนทั้งหมด ที่จะเข้ามาสร้างรายได้เพิ่มในปีหน้า จากปัจจุบันมีลูกค้าจะใช้บริการของบริษัทจำนวน 400 บริษัท คิดเป็นจำนวนพนักงาน 2 แสนราย โดยรายได้หลักซึ่งเป็นรายได้ประจำมาจากการบริการซอฟต์แวร์ด้าน HR ที่บริษัทมีส่วนแบ่งการตลาดในประเทศไทย 60% และในปีหน้าคาดว่าจะมีจำนวนการให้บริการกับพนักงานบริษัทต่าง ๆ เพิ่มขึ้นอีกราว 3 หมื่นคน ซึ่งขณะนี้มีการเจรจากับลูกค้าองค์กรขนาดใหญ่ไว้่แล้ว

*** เดินหน้าซื้อกิจการสำนักงานบัญชี คาดสรุป 2-3 ดีล

    บริษัทวางแผนการลงทุนในธุรกิจที่จะสร้าง Synergy ให้กับกลุ่มบริษัท โดยการควบรวมและเข้าซื้อกิจการ (M&A) สำนักงานบัญชีขนาดเล็กในประเทศไทย ซึ่งกำลังเจรจาอยู่ 20 กว่าราย ซึ่งคาดว่าจะสรุปได้ 2-3 ดีล ภายในปี 61 จากทั้งหมดที่มีอยู่ประมาณ 100 รายที่ขึ้นทะเบียนไว้กับกระทรวงพาณิชย์ โดยใช้เงินจากการระดมทุนในการเข้าซื้อกิจการ

*** รุกขยายตลาดเวียดนาม-อินโดนีเซีย-ฟิลิปปินส์

    บริษัทยังอยู่ระหว่างเจรจากับพันธมิตรท้องถิ่นเพื่อเข้าร่วมลงทุนขยายการรับงานในประเทศเวียดนาม อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ จากปัจจุบันมีการขยายกิจการรับงานในประเทศสิงคโปร์ ซึ่งให้บริการลูกค้ากว่า 20 ราย และในประเทศมาเลเซีย มีลูกค้า 2 ราย พร้อมกันนี้ ยังมองหาการขยายงานไปยังต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในสิงคโปร์ บริษัทฯได้จัดตั้ง Humanica Asia Private Limited (HAP) เพื่อรองรับความต้องการในการใช้งานซอฟต์แวร์ Humatrix ในประเทศต่างๆ เช่น สิงคโปร์ มาเลเซียและญี่ปุ่น โดยมีการ Localize ซอฟต์แวร์เพื่อให้เหมาะกับกฎหมายภาษี และกฎหมายแรงงานของแต่ละประเทศ

*** ชูจุดแข็งด้าน HR Outsourcing
    
    นายสมภพ กีระสุนทรพงษ์ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินและผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย หุ้นสามัญเพิ่มทุนของ บริษัท ฮิวแมนิก้า จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า หุ้น HUMAN ได้รับความสนใจจองซื้อเข้าอย่างมากจากการเปิดจองซื้อหุ้นในช่วงที่ผ่านมา โดยการเสนอขายหุ้นต่อประชาชนทั่วไปครั้งแรกจำนวน 180 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้ (พาร์) 0.50 บาทต่อหุ้น ในราคาเสนอขายหุ้นละ 4.00 บาท โดยนักลงทุนสถาบันเสนอความต้องการเข้ามาเป็นจำนวนมาก
    ประเด็นสำคัญที่ HUMAN ได้รับความสนใจอย่างมากเนื่องจากมีปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่ง จากการที่บริษัทฯ พัฒนาซอฟต์แวร์เป็นของตนเองที่ครบทุกฟังก์ชั่นการใช้งาน สามารถรองรับความต้องการที่ซับซ้อน ส่งผลทำให้ HUMAN เป็นผู้นำในธุรกิจ HR Outsourcing ในประเทศไทย ทำให้ที่ผ่านมาผลประกอบการเติบโตที่สำคัญในอนาคตมีแนวโน้มที่จะเติบโตในระดับสูงต่อเนื่อง เพราะหลังจากได้รับเงิน IPO จะทำให้บริษัทฯสามารถนำไปขยายการลงทุนธุรกิจเพื่อสร้างฐานให้ยิ่งใหญ่และแข็งแกร่งขึ้น การเปิดจองซื้อหุ้น IPO ในช่วงที่ผ่านมา ได้รับความสนใจจากนักลงทุนเข้ามาจองซื้อหุ้นเป็นจำนวนมาก เชื่อ ปัจจัยเหล่านี้จะสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุน จนทำให้เข้ามาซื้อหุ้นในกระดานเพิ่มเติมเพื่อลงทุนหวังผลตอบแทนในระยะยาว

*** บล.บัวหลวง ให้เป้า 8 บาท

    บล.บัวหลวง ระบุในบทวิเคราะห์ เริ่มคำแนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 8 บาท (อิง PE 41.2 เท่า ใกล้กับค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรมในตลาดโลก) เรามองจุดเด่นของบริษัท ได้แก่ 1) มี HR software ที่พัฒนาขึ้นเองให้เข้ากับสภาพการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย  ซึ่งรองรับได้หลายหลายหมวดอุตสาหกรรม และมีสัดส่วนรายได้ถึง 75% ซึ่งเราคาดรายได้ส่วนนี้จะเติบโตต่อเนื่องเฉลี่ยปีละ 31% (CAGR) 2) เรามองว่าขณะนี้เป็นจังหวะที่ดีในการเติบโตของธุรกิจ software/HR/outsourcing ซึ่งเรามองว่าจะเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรรมที่จะเติบโตไปพร้อมกับ Thailand 4.0 3) ลักษณะธุรกิจที่เติบโต และเป็น defensive เพราะการให้บริการเป็นสัญญาตั้งแต่ 1-3 ปี และมีอัตราการต่อสัญญาสูงถึง 95% เราคาดกำไรจะเติบโตในอัตราสูงถึง 27% (CAGR ในช่วง 2017-19)

***บล.ฟินันเซีย ไซรัส ให้เป้า 5.80 บาท
    
    HUMAN ประกอบธุรกิจ HR Outsourcing รายใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ด้วยศักยภาพการเติบโตของความต้องการใช้  outsourcing ขององค์กรยุคใหม่ ทำให้ HUMAN ยังเหลือช่องว่างในการเติบโตอีกมาก เราคาดการณ์กำไรสุทธิปี 2018-2020 จะเติบโตเฉลี่ยราว 35% ต่อปี จากฐานพนักงานที่รับช่วงดูแลเพิ่มขึ้นปีละ 50,000 คน เป็นอย่างน้อย การเพิ่มขนาดของรายได้ ส่งผลให้ HUMAN จะยิ่งเพิ่ม Gross Magin ให้ปรับสูงขึ้นเพราะการมี High Operating Leverage เราคาดว่า GM และ NM ของ HUMAN จะเพิ่มขึ้นเป็น 40% และ 26% ในปี 2019 ซึ่งใกล้เคียงกับบริษัทระดับโลก ประเมินราคาเหมาะสมปี 2018 ที่ 5.80 บาท อิง PEG 1 เท่า 

*** บล.โนมูระ พัฒนสิน ให้พื้นฐาน 5 บาท

    ประเมินมูลค่าพื้นฐานปี 2018F ที่ 5.00 บาท/หุ้น ด้วยวิธี PE 28.5 เท่า เทียบเท่า PE เฉลี่ยของ COMAN, Netbay และ OTO โดย HUMAN ถือเป็นผู้นาธุรกิจ HR Outsourcing ในประเทศไทย เน้นให้บริการที่แตกต่างจากคู่แข่ง เรามองว่าบริษัทมีจุดเด่นด้านการใช้เทคโนโลยีและมีซอฟต์แวร์ของตนเองรองรับระบบงาน HR ที่มีความซับซ้อน และตอบสนองความต้องการของผู้ใช้บริการได้ครบถ้วน ทาให้บริษัทมีศักยภาพการเติบโตตามทิศทางธุรกิจ Outsourcing ในไทยและต่างประเทศ
    HUMAN เป็นผู้ให้บริการด้านทรัพยากรบุคคลระดับเอเชีย มีโครงสร้างธุรกิจหลัก 1) ธุรกิจให้บริการด้านทรัพยากรบุคคลทั้งรับช่วงบริหารจัดการทรัพยากรบุคคลและจัดทำเงินเดือน (HPO)รวมทั้งการจำหน่ายและให้บริการติดตั้งระบบบริหารทรัพยากรบุคคล (HRS) และ 2) ธุรกิจให้บริการจัดการบัญชีและการเงิน เรามองว่าบริษัทมีความได้เปรียบคู่แข่งจากการมีซอฟต์แวร์ของตนเองและสามารถปรับให้ตรงตามความต้องการของลูกค้า รวมทั้งยังมีรายได้ค่อนข้างมั่นคง เนื่องจากรายได้ส่วนใหญ่กว่า 70% เป็นรายได้ประจำ (Recurring revenue) และมีโอกาสการเติบโตจากฐานลูกค้าหลากหลายครอบคลุมทุกอุตสาหกรรม
    คาดกำไรสุทธิเติบโต 31%CAGR 2017F-19F จากรายได้เติบโตและ Margin ดีขึ้น
    ในปี 17F-19F คาดกำไรสุทธิเพิ่มจาก 80 ล้านบาท เป็น 120 ล้านบาท และ 161 ล้านบาท ตามลำดับ หรือเติบโตต่อปี 31%CAGR 2017F-19F เนื่องจาก 1) คาดรายได้จากการให้บริการรวมเติบโตต่อปี +26% จากการขยายฐานลูกค้าใหม่ทัง้ ธุรกิจให้บริการด้านทรัพยากรบุคคล และธุรกิจให้บริการจัดการระบบบัญชีฯ 2) Gross margin รวม คาดดีขึ้นจาก 38.2% ในปี 17F เป็น 41.5% ในปี 19F จากการเติบโตของจำนวนลูกค้า ประกอบกับต้นทุนส่วนใหญ่เป็นต้นทุนคงที่ ทำให้มีผลบวก Economy of scale และ 3) สัดส่วนค่าใช้จ่าย SG&A ต่อรายได้รวม คาดว่าลดลงจาก 19% ในปี 17F เหลือ 17% จากรายได้รวมเติบโตต่อเนื่อง และมีการบริหารใช้จ่ายที่ดี

*** THG ปิดเทรดวันแรก 36.75 บ.ต่ำจอง 3.29% จากราคา IPO ที่ 38 บ.

     บริษัท ธนบุรี เฮลท์แคร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ THG ปิดเทรดวันแรก 36.75 บาท ลดลง 1.25 บาท หรือต่ำกว่าราคาจอง 3.29% จากราคา IPO ที่ 38 บาท โดยเปิดตลาดที่ 36.75 บาท สูงสุด 38.50 บาท ต่ำสุด 36.50 บาท มูลค่าการซื้อขาย 2,386.52 ล้านบาท
    บล.ทิสโก้ ประเมินมูลค่าที่เหมาะสมเบื้องต้นของ THG ที่ 38 – 40 บาทอ้างอิง PER ที่ 45 – 48 เท่าสำหรับปี 2018F แม้จะมีอัพไซด์ในอนาคตจากการเปิดโรงพยาบาลที่เมียนมาร์และถือหุ้นเพิ่มขึ้นเป็น 40% (ขนาด 200 เตียง) และศูนย์ฟื้นฟูสุขภาพของผู้ป่วยที่ทยอยเปิดดำเนินงานในปี 2561 ซึ่งเราคาดว่าการดำเนินงานของโรงพยาบาลใหม่ในระยะแรกน่าจะกดดันผลประกอบการของโรงพยาบาลในช่วงแรก

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด