สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย efinanceThai

หุ้น , หุ้นไทย , หุ้นวันนี้ , ตลาดหุ้น , ข่าวหุ้น

ข่าวนี้ที่ 1

| 17 พฤษภาคม 2561 | 17:34

กูรูส่องงบหุ้นบิ๊กแคป มอง Q2/61 กำไรซึมยกแผง

กูรูส่องงบหุ้นบิ๊กแคป มอง Q2/61 กำไรซึมยกแผง

       โบรกฯ ประเมินแนวโน้มผลประกอบการ Q2/61 ของกลุ่มบิ๊กแคปส่อแววซึมยกแผง นำโดยกลุ่มน้ำมัน - ปิโตรฯ กำไรชะลอจากปัจจัยฤดูกาล  กลุ่มแบงก์ต้นทุนพุ่งจากการลงทุนพัฒนาเทคโนโลยี ตั้งสำรอง IFRS9 ส่วน ICT มีแรงกดดันจากต้นทุนประมูลคลื่น 1800 MHz พุ่ง ด้านกลุ่มท่องเที่ยว - การบิน - ค้าปลีก และรับเหมา เข้าโลว์ซีซั่น  ชี้มีกลุ่มส่งออกดูดีกว่ากลุ่มอื่นเหตุบาทอ่อนค่าเป็นแรงหนุน  

     ฝ่ายวิจัยบล.เอเซียพลัส เปิดเผยผ่านบทวิเคราะห์รายวัน  ว่า ภาพรวมผลประกอบการ Q1/61 มีบริษัทจดทะเบียนรายงานงบทั้งสิ้น 543 บริษัท คิดเป็น 97% ของมาร์เก็ตแคป ทั้งตลาดฯ ทำกำไรสุทธิรวมกันได้ 2.85 แสนล้านบาท นับเป็นฐานกำไรที่ดีกว่าคาด และใกล้เคียงกับงวด Q1/60 ที่มีกำไรสุทธิรวม 2.88 แสนล้านบาท และดีกว่า Q4/60 ที่มีกำไรสุทธิ 2.55 แสนล้านบาท หากพิจารณาเฉพาะ Real Sector พบว่า กำไรสุทธิ Q1/61 รวมกันอยู่ที่ 2.18 แสนล้านบาท น้อยกว่า Q1/60 ที่ 2.25 แสนล้านบาท แต่ดีกว่า Q4/60 ที่ 2.04 แสนล้านบาท 
    อย่างไรก็ตาม  บล.เอเซียพลัส ได้จับตาหุ้นกลุ่มหลัก ในไตรมาส 2/61 โดยประเมินว่า กลุ่มพลังงาน - ธนาคารพาณิชย์ และ ICT จะเป็น 3 กลุ่มหลักที่ผลประกอบการออกมาไม่น่าประทับใจ เนื่องจากมีหลายปัจจัยกดดัน กลุ่มท่องเที่ยว - การบิน เข้าช่วงโลว์ซีซั่น ขณะที่กลุ่มส่งออกคาดว่าเป็นเพียงกลุ่มเดียวที่จะมีกำไรโดดเด่นจากปัจจัยบวกเรื่องค่าเงินบาท  
                
*** น้ำมัน-ปิโตรฯ ซึมตามฤดูกาล - โรงไฟฟ้าเจอพิษกระทรวงพลังงาน  
     ฝ่ายวิจัยบล.เอเซียพลัส ประเมินกลุ่มพลังงานในไตรมาส 2/2561  ว่า แม้ราคาหุ้นในกลุ่มฯ มี upside จำกัด แต่อานิสงส์จากราคาน้ำ มันดิบโลกไตรมาส 2 ที่ทรงตัวในระดับสูง เฉลี่ย 69.97 เหรียญ (เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนอยู่ที่ 49.33 เหรียญ) ทำให้ฝ่ายวิจัยมีโอกาสการปรับสมมติฐานราคาน้ำมันขึ้น จากที่ทำไว้ปี 2561 ที่ 65 เหรียญ และ 70 เหรียญในปี 2562 อันเนื่องมาจากปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง ที่ช่วยลดความกังวลอุปทานน้ำ มันดิบล้นตลาด ขณะที่กลุ่มพลังงาน-ปิโตรฯ กำไรจะเริ่มชะลอลงจากปัจจัยฤดูกาล 
    ขณะที่กลุ่มโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทน คาดอัตราการเติบโตลดลง หลังนโยบายของกระทรวงพลังงานที่เปลี่ยนข้อกำหนดราคารับซื้อไฟฟ้า

*** แบงก์ยังเจอ IFRS9 ป่วน - ICT ต้นทุนประมูลคลื่นพุ่ง 
     ขณะที่กลุ่มธนาคารพาณิชย์ ผลประกอบการในช่วงถัดจากนี้ มีโอกาสทรง-ชะลอตัวจากทั้งรายได้ค่าธรรมเนียมที่ลดลง และต้นทุนที่สูงขึ้น จากการพัฒนาเทคโนโลยี เพื่อรองรับการแข่งขันในอนาคต รวมถึงมาตรฐานบัญชีใหม่ TFRS 9 ที่อาจส่งผลกระทบต่อการธุรกิจสินเชื่อ หลังมาตราการเริ่มมีการบังคับใช้
     ด้านกลุ่ม ICT แม้แรงกดดันต้นทุนจากการแย่งประมูลคลื่นฯ จะผ่อนคลายลง แต่โอกาสเห็นกำไรฟื้นตัวแบบก้าวกระโดดค่อนข้างลำบาก ยกเว้น DTAC เพราะหลังเซ็นสัญญาใช้คลื่น2300 MHz กับ TOT ทำให้ลดความจำเป็นในการประมูลคลื่นสัมปทาน 1800 MHz ที่มีราคาประมูลสูงเกินไป และน่าจะช่วยลดต้นทุนได้ปีละ 2.0 หมื่นล้านบาท หลังสัมปทานสิ้นสุด (หยุดรับรู้ค่าตัดจำหน่ายอุปกรณ์สัมปทานและส่วนแบ่งรายได้ลดลงเหลือ 3.5%-4%จากปัจจุบันที่จ่าย 11.8%)

*** ท่องเที่ยว - การบินโลว์ซีซั่น   
    ขณะที่กลุ่มท่องเที่ยว-โรงแรม โดยปกติผลประกอบการรายไตรมาสกลุ่มนี้มักมีความผันผวนโดยจะร้อนแรงในงวดไตรมาส 1 และ 4 ตามฤดูกาลท่องเที่ยว แต่จะอ่อนตัวลงแรงในงวดไตรมาส 2 และ3  ซึ่ง เป็นช่วงโลว์ซีซั่น แต่อย่างไรก็ตามในปี 2561 นี้ มีประเด็นที่น่าติดตามจากมาตราการกระตุ้นการท่องเที่ยวในเมืองรอง โดยสามารถนำค่าใช้จ่ายมาลดหย่อนภาษีได้ จะเป็นแรงกระตุ้นสำคัญที่ช่วยหนุนให้ผลประกอบการช่วงไตรมาส 2/2561 ดีกว่าช่วงเดียวกันของแต่ละปี
    เช่นเดียวกับกลุ่มสายการบิน ที่นอกจากเข้าสู่ช่วงโลว์ซีซั่น ยังมีปัจจัยกดดันจากต้นทุนราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้น      
      
*** ค้าปลีกแข่งดุ  - รับเหมาเจอวันหยุด  
    ด้านกลุ่มค้าปลีก มีปัจจัยกดดันภาวะการแข่งขันสูงในกลุ่มร้านค้าปลีกรูปแบบไฮเปอร์มาร์เก็ตที่จัดแคมเปญลดราคา 
              ขณะที่กลุ่มวัสดุก่อสร้าง-รับเหมาก่อสร้าง เป็นช่วงโลว์ซีซั่นของธุรกิจ  เนื่องจากมีช่วงวันหยุดเทศกาลต่อเนื่องหลายวัน  

*** กลุ่มส่งออกรอด ได้บาทอ่อนช่วย  
    สำหรับหุ้นกลุ่มส่งออกในไตรมาส 2/2561  จะได้ทิศทางค่าเงินบาท/ดอลลาร์สหรัฐฯ ที่เริ่มกลับมาอ่อนค่า หนุนกำไรงวด
ฟื้นตัวจากจุดต่ำสุดในไตรมาสแรก นอกจากนี้ไตรมาส 2 ยังเป็นการเข้าช่วงไฮซีซั่น ของกลุ่มส่งออกชิ้นส่วน ขณะที่กลุ่มอาหาร รับผลบวกจากราคาหมูและไก่ที่เริ่มฟื้นตัวขึ้น
        
*** คงเป้ากำไรบจ.ปีนี้ 1.09 ล้านลบ.     
    ฝ่ายวิจัยบล.เอเซียพลัส กล่าวสรุปว่า  แม้คาดผลประกอบการ Q2/61 อาจไม่สดใส แต่กำไรฯ Q1/61 ที่ออกมาคิดเป็นสัดส่วนกว่า 26% ของประมาณการฯ ทั้งปีที่ 1.09 ล้านล้านบาท ขณะที่ระดับดัชนีปัจจุบัน มี Expected P/E อยู่ที่ราว 16 เท่า ต่ำกว่าตลาดหุ้นภูมิภาคอย่าง มาเลเซียที่ 16.53 เท่า, ฟิลิปปินส์ 17.80 เท่า แต่สูงกว่าอินเดีย 15.60 เท่า อินโดนีเซีย 14.93 เท่า และสูงกว่าจีนค่อนข้างมาก 12.56 เท่า บวกกับการที่หุ้นจีนถูกเข้าคำนวณใน MSCI จำนวนมาก จึงทำให้ความน่าสนใจของตลาดหุ้นไทยดูน้อยลงไป
       โดยรวมยังคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2561  ที่ 1.09 ล้านล้านบาท  เพิ่มขึ้น  11% จากปี 2560 ที่ 9.82 แสนล้านบาท  

 


 

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด