สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย efinanceThai

หุ้น , หุ้นไทย , หุ้นวันนี้ , ตลาดหุ้น , ข่าวหุ้น

ข่าวนี้ที่ 1

| 12 กรกฎาคม 2561 | 16:51

TISCO มั่นใจปีนี้กำไรโต แม้สินเชื่อหด-NPL เพิ่ม

TISCO มั่นใจปีนี้กำไรโต แม้สินเชื่อหด-NPL เพิ่ม

"ทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ป"  มั่นใจปีนี้กำไรดีกว่าปีก่อน หลังครึ่งปีแรกทำได้แล้ว 3.4 พันล้านบาท ดีกว่าที่คาด ขณะที่ครึ่งปีหลังมีภาระตั้งสำรองลดลง  แต่ยอมรับสินเชื่อรวมทั้งปียังหดตัว หลังรายใหญ่หันระดมเงินผ่านการออกหุ้นกู้ ส่วนเอสเอ็มอี ยังไม่ฟื้นตัว หันพึ่ง"สมหวัง เงินสั่งได้" สินเชื่อจำนำทะเบียนรถ  ช่วยชดเชย ส่วน NPL ยังพุ่งมาอยู่ที่ 2.7% 

*** มั่นใจผลงานปีนี้ดีกว่าปีก่อน
    นายศักดิ์ชัย พีชะพัฒน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ป จำกัด(มหาชน) หรือ TISCO เปิดเผยกับ "สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย" มั่นใจผลการดำเนินงานปีนี้จะดีกว่าปีก่อน หลังไตรมาส 2/61 มีกำไร 1,709 ล้านบาท ส่งผลให้งวด 6 เดือนแรกมีกำไรสุทธิ 3,475 ล้านบาท ถือว่าดีกว่าที่ธนาคารคาดไว้ โดยเฉพาะการขายผลิตภัณฑ์ทางการเงิน และ สินเชื่อจำนำทะเบียนรถยนต์ "สมหวัง" ที่มีการเติบโตที่ดี ยังไม่รวมธุรกิจตัวแทนซื้อขายหลักทรัพย์
    สำหรับกำไรสุทธิไตรมาส 2/61 จำนวน 1,709 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.6%  มาจากการปรับตัวดีขึ้นทั้งรายได้ดอกเบี้ยและรายได้ค่าธรรมเนียมจากทุกภาคธุรกิจ ประกอบกับผลกำไรที่เพิ่มขึ้นจากพอร์ตสินเชื่อที่รับโอนมาจากธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด (ไทย) โดยรายได้ดอกเบี้ยสุทธิปรับตัวเพิ่มขึ้น 15.1% จากความสามารถในการรักษาอัตราดอกเบี้ยของสินเชื่อรวม และการเพิ่มขึ้นของรายได้ดอกเบี้ยที่ได้รับจากธุรกิจสินเชื่อที่รับโอน รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยจากธุรกิจหลักเพิ่มขึ้น 10.6% จากการเติบโตของทุกธุรกิจหลัก      กลุ่มทิสโก้ยังคงรักษาอัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้รวมอยู่ในระดับต่ำที่ 43.8% ประกอบกับการตั้งสำรองหนี้สูญที่ลดลง
    ส่วนงวด 6 เดือนแรก มีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 16.0% จากการเติบโตของรายได้ดอกเบี้ยและรายได้ค่าธรรมเนียม รายได้ดอกเบี้ยปรับตัวเพิ่มขึ้นตามการรับโอนธุรกิจสินเชื่อจากธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด (ไทย) ในขณะที่รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยเติบโตทุกภาคธุรกิจ  ในขณะที่ค่าใช้จ่ายปรับตัวเพิ่มขึ้นตามค่าใช้จ่ายที่เกิดจากการรับโอนธุรกิจ และการตั้งสำรองหนี้สูญเพิ่มขึ้นตามการเพิ่มขึ้นของสินเชื่อ

***รับสินเชื่อชะลอ-NPL พุ่ง
    เงินให้สินเชื่อรวมของกลุ่มทิสโก้ ณ ไตรมาส 2/61  มีจำนวน 237,367 ล้านบาท ลดลง 1.4% จากไตรมาสก่อนหน้า จากการชำระคืนหนี้ของสินเชื่อบรรษัทและสินเชื่อธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม อย่างไรก็ดี สินเชื่อจำนำทะเบียนยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการขยายตัวอย่างแข็งแกร่งของสินเชื่อ “สมหวัง เงินสั่งได้” เพิ่มขึ้นอีก 9.1% 
    แต่ในไตรมาสที่ผ่านมา หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยมีอัตราส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ต่อสินเชื่อรวม (NPL Ratio) ปรับสูงขึ้นมาอยู่ที่ 2.7% อย่างไรก็ตาม บริษัทมีการตั้งสำรองหนี้สูญเพียงพอ ด้วยสัดส่วนเงินสำรองหนี้สูญต่อหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ที่ระดับ 184.9%
    นายศักดิ์ชัย กล่าวยอมรับว่า สินเชื่อรวมปีนี้ยังหดตัว  แม้ขณะนี้มีแนวโน้มที่ดีขึ้น โดยเฉพาะสินเชื่อสมหวังที่มีการเติบโตสูงถึง 19% และสร้างรายได้ให้กับธนาคารเป็นอย่างดี ในขณะที่สินเชื่อรายใหญ่หันมาระดมทุนด้วยการออกหุ้นกู้มากกว่าการใช้สินเชื่อ แต่สินเชื่อเอสเอ็มอียังหดตัว เนื่องจากยังไม่ฟื้นตัวเท่าที่ควร ขณะที่สินเชื่อรายย่อยธนาคารได้โอนพอร์ตไปยัง ธนาคารแสตนดาร์ด ชาร์เตอร์ด (ไทย) แล้ว ซึ่งธุรกิจบัตรเครดิตจะโอนแล้วเสร็จภายสิ้นปีนี้ ทำให้สินเชื่อหายไป 1.5 หมื่นล้านบาท ส่วนสินเชื่อรถยนต์กลับมาขยายตัวได้ดี แต่ยังเผชิญการแข่งขันทางด้านราคาทำให้ธนาคารเน้นคุณภาพมากกว่าขยายสินทรัพย์
     "การที่จะให้สินเชื่อกลับมาโตได้ต้องหาสินเชื่อมากลบสูงถึง 1.5-2 หมื่นล้านบาท ซึ่งถือว่ายาก โดยเชื่อว่าครึ่งหลังจะโตได้ดี แต่ก็คาดว่าทั้งปียังติดลบอยู่  ส่วนNPL แม้จะเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 2.69% จากไตรมาส 1/61 ที่อยู่ 2.34% มาจากสินเชื่อเอสเอ็มอี 1 ราย แต่ธนาคารมีหลักประกันที่ครอบคลุมมูลหนี้จึงไม่ได้มีความกังวลถึงประเด็นดังกล่าว" "นายศักดิ์ชัย กล่าว

*** ภาระตั้งสำรองลดลง
    สำหรับอัตราส่วนค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญต่อเงินให้สินเชื่อด้อยคุณภาพ (coverage ratio) ปัจจุบันอยู่ในระดับ 185% ซึ่งถือว่าสูงสุดในระบบธนาคาร คาดว่าเพียงพอต่อมาตรฐานบัญชีใหม่ (IFRS9) และทำให้ช่วงครึ่งปีหลังการตั้งสำรองจะลดลง เห็นได้จากไตรมาส  2/61 มีการตั้งสำรองลดลงจากไตรมาส 1/61

*** โบรกฯห่วงสินเชื่อ-NIM หด กดดันกำไร
    บล.หยวนต้า ระบุ  TISCO รายงานกำไรสุทธิ 2Q61 ที่ 1.7 พันล้านบาท (+13.6% YoY, -3.2% QoQ) ใกล้เคียงที่เราและตลาดคาด โดยการเติบโต YoY เด่น เป็นผลจากรายได้ดอกเบี้ยสินเชื่อรายย่อย SCBT และรายได้ค่าธรรมเนียมทุกภาคธุรกิจ แต่ที่หดตัว QoQ กดดันจาก 1) รายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยลดลง เนื่องจากไตรมาสก่อนหน้ามีกำไรพิเศษจากเงินลงทุนราว 250 ล้านบาท และ 2) รายได้ดอกเบี้ยหดตัวตามสินเชื่อลดลง โดยเฉพาะภาคธุรกิจ และ SME ประกอบกับ NIM ที่อ่อนตัว เป็นผลจากการขายพอร์ตสินเชื่อบุคคลซึ่งมีอัตราผลตอบแทนสูงออกไป นอกจากนี้คุณภาพสินทรัพย์เริ่มส่งสัญญาณเชิงลบ หลัง Gross NPL เร่งขึ้น 13.4% QoQ จากลูกหนี้ SME รายใหญ่ผิดนัดชำระ ส่งผลให้ NPL ratio ขึ้นจาก 2.3% ใน 1Q61 เป็น 2.7% ใน 2Q61 
    คาดกำไรสุทธิ 3Q61 ทรงตัว QoQ แม้ว่ารายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยจะเพิ่มขึ้นถูกชดเชยด้วยการหดตัวของรายได้ดอกเบี้ย หลังการขายพอร์ตสินเชื่อบัตรเครดิตให้กับธนาคารซิตี้แบงก์ คาดแล้วเสร็จภายใน 3Q61 ส่งผลให้สินเชื่อ และ NIM เป็นขาลงต่อเนื่อง นอกจากนี้ TISCO มีแผนรุกสินเชื่อที่อยู่อาศัย และสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ ซึ่งมีอัตราผลตอบแทนต่ำ ท่ามกลางภาวะการแข่งขันรุนแรงในปัจจุบัน 
    คงคำแนะนำเพียง “ซื้อเก็งกำไร”  ด้วยราคาเหมาะสม ณ สิ้นปี 2561 ที่ 90.0 บาท โดยราคาหุ้น ณ ปัจจุบันซื้อขาย PBV61 เท่ากับ 1.9x ใกล้เคียง +1.0 SD ของค่าเฉลี่ยในอดีต ขณะที่เราเริ่มกังวลต่อการดำเนินงานหลัก จากสินเชื่อ และ NIM มีแนวโน้มลดลงต่อเนื่อง และที่สำคัญคุณภาพสินทรัพย์อ่อนแอลง ทำให้เรามองว่า KKP เป็นทางเลือกที่น่าสนใจกว่า TISCO ในกลุ่มธนาคารขนาดเล็ก
    บล.ทรีนิตี้ เผย แนวโน้มการเติบโตของ TISCO ในครึ่งปีหลัง จะเหลือเพียงค่าใช้จ่ายสำรองหนี้ที่ลดลงจากคุณภาพหนี้ที่ดีขึ้นเป็นตัวหนุนเท่านั้น  ขณะที่รายได้ดอกเบี้ยสุทธิยังไม่ใช่ปัจจัยหนุน และสินเชื่อเช่าซื้อซึ่งเป็นสินเชื่อหลักของธนาคารยังไม่เติบโต อีกทั้งอาจมีการโอนธุรกิจบัตรเครดิตให้กับซิตี้แบงก์ด้วย และแนวโน้มดอกเบี้ยที่เป็นขาขึ้นอาจกระทบ NIM แนะนำ "ซื้อ" ราคาเป้าหมายปี 61 ที่ 102 บาท อิง PBV 2.0 เท่า ราคาหุ้นยังพอมีอัพไซด์
    บล.เอเซีย พลัส ระบุ  ใน Q2/61 TISCO  ทำกำไรได้ 1.71 พันล้านบาท สูงกว่าคาด 9% โดยลดลงเพียง 3.2% qoq แต่เพิ่มขึ้น 13.6% yoy ผลจากการบันทึกค่าใช้จ่ายสำรองหนี้ฯ และบันทึกค่าใช้จ่ายดำเนินงานต่ำกว่าคาด ขณะที่รายได้จากธุรกิจหลักหดตัวตามคาด ทั้งรายได้ดอกเบี้ยและรายได้ค่าธรรมเนียม สินเชื่อเช่าซื้อทรงตัว และ spread อ่อนตัวมากกว่าคาด ส่วน NPL เพิ่มขึ้น
    แม้กำไรครึ่งปีแรกของ TISCO คิดเป็น 54% ของประมาณการทั้งปี 61 แต่ครึ่งปีหลัง มีโอกาสอ่อนตัว จากต้นทุนการเงินเพิ่มขึ้น จึงคงประมาณการกำไรปี 2561-2562 โต 4.8% และ 9.1% yoy ตามลำดับ แต่ลดราคาเหมาะสมปีนี้ลงเหลือ 90 บาท จากเดิม 95 บาท เพื่อสะท้อนต้นทุนดอกเบี้ยจ่ายที่มีแนวโน้มสูงขึ้น ช่วงสั้นให้ switch

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด