ข่าวนี้ที่ 1

| 31 ตุลาคม 2560 | 17:05

FLOYD ได้ฤกษ์ลงสนามเทรด ลุ้นยืนเหนือจอง

 

    บมจ. ฟลอยด์ ผู้ให้บริการรับเหมาติดตั้งงานระบบไฟฟ้าและเครื่องกล พร้อมซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ mai  1 พ.ย. นี้ ด้วยมูลค่าหลักทรัพย์ ณ ราคา IPO 1,008 ล้านบาท ลุ้นยืนเหนือราคาจองที่ 2.80 บาทล่าสุดแจ้งงบ Q2/60 มีกำไรสุทธิ 12 ลบ. ลดลง 39% YoY  ด้าน "แอ็พพลาย ดีบี" เคาะราคาขาย IPO 1.69 บ./หุ้น เปิดจอง 1-3 พ.ย.  คาดเทรด mai 9 พ.ย.นี้


*** ตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ ต้อนรับ บมจ. ฟลอยด์ (FLOYD) เริ่มซื้อขาย 1  พ.ย. นี้


    นายประพันธ์ เจริญประวัติ ผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) เปิดเผยว่า ตลาดหลักทรัพย์ mai ยินดีต้อนรับ บมจ. ฟลอยด์ ผู้ให้บริการรับเหมาติดตั้งงานระบบไฟฟ้าและเครื่องกล เข้าจดทะเบียนและเริ่มซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ mai ในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง โดยใช้ชื่อย่อในการซื้อขายหลักทรัพย์ว่า “FLOYD” ในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2560 
    FLOYD เป็นผู้ให้บริการรับเหมาติดตั้งงานระบบไฟฟ้าและเครื่องกลที่มีประสบการณ์มากว่า 29 ปี การให้บริการเป็นแบบเบ็ดเสร็จ ตั้งแต่งานรายละเอียดทางวิศวกรรม การจัดหาวัตถุดิบ และงานรับเหมาติดตั้ง แบ่งระบบติดตั้งได้เป็น 3 ประเภทได้แก่ 1) ระบบวิศวกรรมไฟฟ้า และระบบวิศวกรรมสื่อสาร 2) ระบบประปา ระบบสุขาภิบาล และระบบป้องกันอัคคีภัย และ 3) ระบบปรับอากาศ มีกลุ่มลูกค้าหลัก อาทิ กลุ่มห้างสรรพสินค้าและค้าปลีก กลุ่มอาคารห้องชุดเพื่อการพักอาศัย อาคารสำนักงาน โรงพยาบาล และโรงงานอุตสาหกรรม เป็นต้น
    FLOYD มีทุนชำระแล้ว 180 ล้านบาท มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท ประกอบด้วยหุ้นสามัญเดิม 270 ล้านหุ้น และหุ้นสามัญเพิ่มทุน 90 ล้านหุ้น โดยเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนทั้งจำนวนต่อประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) เมื่อวันที่ 18 -20 ตุลาคม 2560 ในราคาหุ้นละ 2.80 บาท มูลค่าระดมทุนรวม 252 ล้านบาท มูลค่าหลักทรัพย์ ณ ราคา IPO 1,008 ล้านบาท โดยมี บล. เออีซี เป็นที่ปรึกษาทางการเงินและผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย
    นายทศพร จิตตวีระ กรรมการผู้จัดการ บมจ. ฟลอยด์ (FLOYD) เปิดเผยว่า บริษัทดำเนินงานภายใต้กลยุทธ์การสร้างมูลค่าเพิ่ม (value added) ให้กับกิจการ ด้วยระบบการจัดการที่ดีและมีประสิทธิภาพ การให้บริการที่รวดเร็ว ตลอดจนมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจอย่างมีจริยธรรม และโปร่งใส เพื่อให้ลูกค้าเกิดความเชื่อมั่นและมีความพึงพอใจในคุณภาพของบริการ โดยมีทีมงานที่มีความรู้ ประสบการณ์ ทั้งนี้เงินที่ได้จากการระดมทุนในครั้งนี้ จะนำไปใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนขยายกิจการ อีกส่วนหนึ่งจะใช้ในการลงทุนก่อสร้างอาคารสำนักงานและศูนย์อบรม เพื่อเพิ่มศักยภาพและความสามารถของพนักงานในการให้บริการเพื่อรองรับการเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต 
    FLOYD มีผู้ถือหุ้นใหญ่ 4 ลำดับแรกหลัง IPO ได้แก่ กลุ่มเมืองเกษม 18.75% กลุ่มจิตตวีระ 18.75% กลุ่มเลิศศุภกุล 18.75% และกลุ่มทัศนสุกาญจน์ 18.75% การกำหนดราคาเสนอขายหุ้น IPO ครั้งนี้ เท่ากับ 2.80 บาทต่อหุ้น คิดเป็นอัตราส่วนราคาต่อกำไรสุทธิ (P/E ratio) ที่ 13.33 เท่า โดยคำนวณจากผลกำไรสุทธิ 4 ไตรมาสที่ผ่านมา (ไตรมาส 3/2559 ถึงไตรมาส 2/2560) หารด้วยจำนวนหุ้นทั้งหมดภายหลังการเสนอขายหุ้นครั้งนี้ (fully diluted) คิดเป็นกำไรสุทธิต่อหุ้นเท่ากับ 0.21 บาท  
 
*** มั่นใจเทรดวันแรก นักลงทุนตอบรับดี 


    นายชนะชัย จุลจิราภรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บล.เออีซี  ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินและผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้นสามัญเพิ่มทุนของ FLOYD  กล่าวว่า  ในช่วงที่เปิดขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้กับประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) จำนวน 90 ล้านหุ้น ราคาเสนอขายที่ 2.80 บาท/หุ้น เมื่อ 18-20 ต.ค.2560 ที่ผ่านมา ปรากฏว่าหุ้นของ FLOYD ได้รับความสนใจจากนักลงทุนจองซื้อหุ้นไอพีโอเป็นจำนวนมาก เนื่องจากมั่นใจในปัจจัยพื้นฐานของบริษัทฯ ที่มีศักยภาพสูงในการเติบโต
    ทั้งนี้ การกำหนดราคาที่ 2.80 บาท หากคำนวณ P/E Ratio โดยใช้กำไรสุทธิ 4 ไตรมาสย้อนหลัง (วันที่ 1 ก.ค.59 - วันที่ 
30 มิ.ย.60) จะเท่ากับ 13.33 เท่า  ในขณะที่ P/E ของหมวดธุรกิจบริการรับเหมาก่อสร้าง (Construction Services: CONS) ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) เฉลี่ยในช่วงระยะเวลา 6 เดือน มีค่าเท่ากับ 30.55 เท่า 
    ดังนั้น จึงมั่นใจว่า FLOYD จะได้รับการตอบรับที่ดีจากนักลงทุนอย่างต่อเนื่อง และเข้าทำการซื้อขายวันแรกได้อย่างประทับใจ

*** กลุ่มลูกค้าเป้าหมายห้างสรรพสินค้าและค้าปลีก - อาคารชุด


     กลุ่มลูกค้าหลัก และกลุ่มลูกค้าเป้าหมายล้วนเป็นบริษัทฯ ชั้นนำ กลุ่มห้างสรรพสินค้าและค้าปลีก กลุ่มอาคารชุด คอนโดมิเนียมขนาดใหญ่ อาคารสำนักงาน โรงพยาบาล มหาวิทยาลัย และโรงงานอุตสาหกรรม อาทิ กลุ่มโฮมโปร กลุ่มเมกาโฮม กลุ่มไทวัสดุ บมจ.พฤกษา เรียลเอสเตท บมจ.อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ กลุ่มโรบินสัน กลุ่มเจเอเอส แอสเซ็ท เป็นต้น
          บริษัทฯ ได้รับความไว้วางใจ และความน่าเชื่อถือด้านความเชี่ยวชาญ ความสามารถรับงาน - ส่งมอบงานตรงเวลา ส่งผลให้ได้งานจากกลุ่มลูกค้าอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด อีกทั้งบริษัทฯ มีหลักเกณฑ์ในการรับงานที่เน้นกลุ่มลูกค้าที่มีเครดิตน่าเชื่อถือ เป็นกลุ่มบริษัทที่จดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ฯ และกลุ่มบริษัทที่มีเครดิตดี ทำให้ไม่มีปัญหาความเสี่ยงด้านหนี้สูญ  

*** โอกาสเติบโตตามอุตฯ ค้าปลีก - อสังหาริมทรัพย์ 


    ลูกค้าหลักของ FLOY อยู่ในกลุ่มห้างสรรพสินค้าและค้าปลีก ประเภทศูนย์การค้า, กลุ่มห้างสรรพสินค้าและค้าปลีก ประเภทร้านค้าวัสดุก่อสร้างและของตกแต่งบ้าน รวมไปถึง กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ประเภทห้องชุดเป็นหลัก ดังนั้น การเติบโตด้านยอดขาย การขยายสาขา หรือการเปิดตัวโครงการใหม่ของผู้ประกอบการในกลุ่มอุตสาหกรรมดังกล่าว จึงเป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อการขยายตัวของผลประกอบการของบริษัทฯ ในฐานะที่บริษัทฯ เป็นผู้ให้บริการรับเหมาติดตั้งงานระบบไฟฟ้าและเครื่องกล และงานวิศวกรรมระบบสาธารณูปโภคประกอบอาคารแก่ลูกค้าในกลุ่มดังกล่าว
     ข้อมูลจากศูนย์วิจัยกรุงศรี และแหล่งข้อมูลสาธารณะ พบว่า จำนวนสาขาของร้านค้าประเภทศูนย์การค้า และค้าปลีกรายใหญ่นับตั้งแต่ปี 2555 - 2559 ยังคงมีการลงทุน และขยายสาขาอย่างต่อเนื่องโดยมีจำนวนสาขารวมเพิ่มขึ้นจาก 370 สาขาในปี 2555 เป็น 521 สาขา ในปี 2559 ซึ่งคิดเป็นอัตราการขยายตัวเฉลี่ยร้อยละ 8.96 ในขณะที่จากการสำรวจข้อมูลสาธารณะ พบว่า ผู้บริหารของกลุ่มร้านค้าประเภทศูนย์การค้าและค้าปลีกรายใหญ่ ส่วนใหญ่ยังคงมีมุมมองที่ดีต่อทิศทางการขยายตัวและการเปิดสาขา โดยมีรายละเอียด ดังนี้
      ผู้บริหารกลุ่มโรบินสัน เตรียมมีแผนที่จะรองรับการเติบโตในอนาคตด้วยการเปิดสาขาใหม่ประมาณ 3 สาขาต่อปีต่อเนื่องเป็นเวลา 5 ปี ด้วยงบลงทุนรวมประมาณ 1.6 หมื่นล้าน โดยสาขาใหม่ที่เปิดจะให้น้ำหนักที่รูปแบบการลงทุนศูนย์การค้าไลฟ์สไตล์มอลล์เป็นหลัก จากเดิมที่เป็นการขยายสาขาในรูปแบบของดีพาร์ตเมนต์สโตร์ เนื่องจากเห็นโอกาสของตลาด และกำลังซื้อในต่างจังหวัดอีกหลายพื้นที่ทั่วประเทศ 
     
 *** กำไรเติบโตช่วง 3 ปีย้อนหลัง แต่ครึ่งแรกปี 60 กำไรลดลง 75% YoY 


             ปี 2557 - 2559 มีรายได้จากการบริการ 431.23 ล้านบาท 460.17 ล้านบาท และ 542.82 ล้านบาท ตามลำดับ คิดเป็นอัตราการเพิ่มขึ้น 6.71% และ 17.96% ในปี 2558 และ 2559 ตามลำดับ สำหรับกำไรสุทธิมีเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยปี 2557 – 2559 อยู่ที่ 35.41 ล้านบาท 66.21 ล้านบาท และ 115.89 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิ 8.21%, 14.39% และ 21.35% ตามลำดับ 
              ขณะที่ผลประกอบการงวด 6 เดือนของปี 2560 อาจชะลอตัวลงบ้าง เนื่องจากลูกค้าบางส่วนมีการชะลอแผนงาน โดยบริษัทฯ
 มีรายได้ 123.48 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 12.48 ล้านบาท ลดลง 75% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน อย่างไรก็ดี ในช่วงกลางปีที่ผ่านมา ลูกค้าบางส่วนได้เริ่มงานตามแผนงานก่อสร้างที่วางไว้ ประกอบกับการขยายงานไปยังฐานลูกค้ารายใหม่ มั่นใจว่าครึ่งปีหลังผลประกอบการจะออกมาดี

*** ระดมทุนเพื่อสร้างศูนย์ฝึกอบรม-ใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน


    บริษัทฯ จะนำเงินที่ได้จากการระดมทุนในครั้งนี้มาใช้ลงทุนก่อสร้างอาคารสำนักงาน และศูนย์อบรมความสูง 8 ชั้น มูลค่าประมาณ 80 ล้านบาท เพื่อใช้เป็นอาคารสำนักงานที่เหมาะสมกับการทำงานของพนักงาน 300 คน รวมทั้ง รองรับการขยายตัวของบุคลากรบริษัทฯ ในอนาคต โดยอาคารศูนย์การฝึกอบรมจะสร้างประโยชน์อย่างยิ่งและตรงจุด เพราะบุคลากรเป็นส่วนสำคัญมากในการปฏิบัติงานของบริษัทฯ รวมทั้งเชื่อว่าจะช่วยรองรับการขยายงานของบริษัทในอนาคต และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในกิจการ เพื่อรองรับการขยายงานในอนาคต จำนวน 158.90 ล้านบาท 

*** "แอ็พพลาย ดีบี" เคาะราคาขาย IPO 1.69 บ./หุ้น เปิดจอง 1-3 พ.ย.  


    บมจ.แอ็พพลาย ดีบี (ADB) กำหนดราคาเสนอขายหุ้น IPO ที่ 1.69 บาทต่อหุ้น ซึ่งคิดเป็นอัตราส่วนราคาต่อกำไรสุทธิต่อหุ้น ( P/E) ที่ 28.03 เท่า โดยคำนวณจากผลประกอบการของบริษัทในรอบ 12 เดือนที่ผ่านมา (1ก.ค.59-30 มิ.ย. 60 ) โดยเปิดจองหุ้น จำนวน 180 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้ (พาร์) หุ้นละ 0.50 บาท ในวันที่ 1-3 พ.ย. 60 และเข้าซื้อขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์เอ็มเอ
ไอ (mai) วันที่ 9 พ.ย.นี้
    เงินที่ได้จากการเสนอขายหุ้นครั้งนี้จะนำไปซื้อเครื่องมือ เครื่องจักรและอุปกรณ์ผลิตสินค้าเพื่อขยายธุรกิจในอนาคต จำนวน 130 ล้านบาท ชำระเงินกู้จากสถาบันการเงิน ที่นำมาใช้สร้างโรงงานใหม่ จำนวน 125 ล้านบาท ใช้ลงทุนวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ จำนวน 19 .20 ล้านบาท ที่เหลือใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในกิจการ
    คาดรายได้ปี 60 ลดลงเล็กน้อยหรือใกล้เคียงกับปี 59 ที่มีรายได้ 1.41 พันล้านบาท แต่กำไรสุทธิ จะต่ำกว่าปี 59 ที่มีกำไรสุทธิที่ 75.71 ล้านบาท เพราะ ราคาวัตถุดิบปรับตัวเพิ่มขึ้นและมีความผันผวนสูงมาก
        
       
 
 

 

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด