ข่าวนี้ที่ 1

| 31 มกราคม 2561 | 17:05

THCOM เบรกลงทุนดาวเทียม เบนเข็มรุก AI-เงินดิจิทัล-IoT

"ไทยคม" เดินหน้ารุกธุรกิจใหม่ ทั้ง AI-เงินดิจิทัล- IoT หวังเพิ่มสัดส่วนรายได้จากปัจจุบัน 10-20%  เป็น 50% ภายใน 5 ปี หลังธุรกิจดาวเทียมมีแนวโน้มทรงตัว  พร้อมยอมรับรายได้ปีนี้ใกล้เคียงปีก่อน รับผลกระทบลูกค้ารายใหญ่ยกเลิกสัญญา หันเจรจาลูกค้าใหม่ในจีน-แอฟริกา พร้อมชะลอแผนการลงทุนดาวเทียมใหม่ในช่วง 4 ปีนี้ หลังใช้เงินลงทุนสูง   

 *** รุกธุรกิจใหม่ กระจายความเสี่ยง-เพิ่มสัดส่วนรายได้เป็น 50% 
    นายไพบูลย์ ภานุวัฒนวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) หรือ THCOM   เปิดเผยว่า บริษัท เตรียมเดินหน้าธุรกิจใหม่ โดยตั้งเป้าภายใน 5 ปี สัดส่วนรายได้จากธุรกิจอื่นๆ ที่ไม่ใช่ดาวเทียมจะเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 50% จากปัจจุบัน 10-20% ซึ่งปัจจุบันบริษัทมีธุรกิจบริการสัญญาณเครือข่าย Marine time ที่ให้บริการเรือขนส่ง เรือเดินทะเลที่วิ่งตามชายฝั่ง หรือวิ่งข้ามประเทศ
    ส่วน แอพพลิเคชั่น LOOX ที่รวบรวมคอนเทนต์ทีวี ดูทีวีย้อนหลัง สามารถวัดเรทติ้งจากผู้ชมจริง โดยปัจจุบันมียอดดาวน์โหลดกว่า 100,000 ราย และมีผู้ใช้สม่ำเสมอ 20,000 ราย โดยปีนี้คาดว่าจะมียอดดาวน์โหลด 300,000-400,000 ราย คาดว่าจะเริ่มสร้างรายได้ให้กับบริษัท
    บริษัทอยู่ระหว่างการหาธุรกิจใหม่เพิ่มเติม โดยจับตาเทรนด์เทคโนโลยีทั้ง ปัญญาประดิษฐ์(AI),เงินดิจิทัล(Cryptocurrency)และ Internet of Thing (IoT) คาดว่าจะใช้เงินลงทุน 100-200 ล้านบาท โดยบริษัทมีกระแสเงินสดอีก 4,000 ล้านบาท และยังมีความสามารถในการกู้เงินได้อีก 

*** รายได้ปีนี้ทรงตัว รับผลกระทบลูกค้ายกเลิกสัญญาดาวเทียม
    บริษัทคาดว่ารายได้ปีนี้จะใกล้เคียงรายได้ในปี 60 โดยสัดส่วนรายได้หลักยังมาจากธุรกิจดาวเทียม 80-90% ซึ่งยอมรับว่ายังได้รับผลกระทบจากการยกเลิกสัญญาของลูกค้ารายใหญ่ทั้งในและต่างประเทศ
    ปัจจุบันดาวเทียมไทยคม 4 (ไอพีสตาร์) ซึ่งเป็นดาวเทียมใหญ่ มีอัตราการใช้ช่องสัญญาณไม่ถึง 30-40% หลังจากเอ็นบีเอ็น (NBN Company Limited) ประเทศออสเตรเลีย ซึ่งเป็นลูกค้าหลักได้ยกเลิกสัญญาไป และ TOT ลดการใช้ ซึ่งบริษัทจะพยายามขยายฐานลูกค้าเน้นรายเล็กมากขึ้น 
    รวมถึงเล็งเห็นโอกาสในตลาดประเทศจีนที่มีความต้องการใช้ดาวเทียมอีกมาก โดยขณะนี้มีการเจรจาพันธมิตรใหม่ในจีนอยู่ 5-6 ราย คาดว่าจะได้ข้อสรุปในช่วงกลางปีนี้ ส่วนในตลาดอินเดีย ปัจจุบันมีการใช่ช่องสัญญาณราว 3% จากทั้งหมดมี capacity ในตลาดอินเดีย 17%
    ดาวเทียมไทยคม 6 ปัจจุบันช่องสัญญาณในไทยเต็ม แต่ในประเทศแอฟริกายังมีอัตราการใช้ช่องเพียง 20% จาก 50% ของช่องดาวเทียมรวม เพราะมีการแข่งขันค่อนข้างสูง โดยในปีนี้บริษัทก็จะพยายามเพิ่มลูกค้าในแอฟริกามากขึ้น
    ส่วนดาวเทียมไทยคม 7 และ 8 ยังติดข้อพิพาทกับรัฐ อยู่ระหว่างการตั้งอนุญาโตตุลาการ ซึ่งขณะนี้ต่างฝ่ายกำลังพิจารณาคุณสมบัติผู้มาเป็นอนุญาโตตุลาการ คาดว่าคงใช้เวลาพิจารณานานพอสมควร

*** ชะลอลงทุนดาวเทียมใหม่
    ในช่วง 4 ปีนี้ (ปี 61-64) บริษัทได้ชะลอแผนการลงทุนดาวเทียมใหม่  เพราะเป็นการลงทุนที่สูง รวมถึงความต้องการใช้ไม่สอดคล้องกับซัพพลายในตลาดด้วย  โดยบริษัทจะพยายามทำให้ดาวเทียมไทยคม 4 ไทยคม 5 และไทยคม 6 มีรายได้ให้มากขึ้น เพราะใกล้หมดอายุสัญญาสัมปทานในปี 64 
    ส่วนแผนการขยายอายุสัญญาดาวเทียมไทยคม 5 จะขยายระยะเวลาการใช้ออกไปอย่างต่ำ 5 ปีจากปกติดาวเทียมมีอายุการใช้งาน 15 ปี แต่เพราะไทยคม 5 มีลูกค้าเต็มช่องสัญญาณทั้งหมด ซึ่งลูกค้าอยู่ในธุรกิจทีวีดิจิทัล

***โบรกฯ มองความเสี่ยงขาลงจำกัด 
    ก่อนหน้านี้ บล.บัวหลวง ออกบทวิเคราะห์ ระบุ ราคาหุ้นของ THCOM ณ ปัจจุบันถือว่ามีความเสี่ยงขาลงค่อนข้างจำกัด ซึ่งราคาหุ้นรออัพไซด์ด้านกฎระเบียบจาก พ.ร.บ. กสทช. ที่รอการแก้ไขฉบับใหม่ (ซึ่งจะอนุญาตให้กสทช. สามารถที่จะสามารถออกใบอนุญาตกิจการดาวเทียมและในขณะเดียวกันทำหน้าที่รักษาวงโคจรกับสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศหรือไอทียู) และอัพไซด์จากผลประกอบการที่จะมาจากการได้ลูกค้าใหม่ในธุรกิจเช่าช่องสัญญาณดาวเทียม การต่อสัญญาไอพีสตาร์ใหม่กับทีโอทีถือว่าเป็นการสร้างความมั่นใจให้เรามากขึ้นว่ารายได้และกำไรหลักของ THCOM มีแนวโน้มฟื้นตัวQoQ ในปี  61
    มูลค่าหุ้น ณ ปัจจุบันถือว่าน่าดึงดูดอย่างมากโดยซื้อขายที่อัตราส่วน EV/EBITDA ในปี 2561 ซึ่งถือว่าต่ำที่สุดเป็นประวัติการณ์ที่ 3.2 เท่า ณ ราคาปัจจุบัน ถ้าเทียบกับค่าเฉลี่ยระยะยาวของอัตราส่วน EV/EBITDA ของหุ้น THCOM เองซึ่งอยู่ที่ 8.3 เท่า เรายังคงคำแนะนำ“ซื้อ” โดยมีปัจจัยหนุน
จากมูลค่าหุ้นที่ถูกมาก และการคาดการณ์การฟื้นตัวของกำไรหลักในปี  61

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด