ข่าวนี้ที่ 1

| 30 พฤศจิกายน 2560 | 16:04

TPIPP ลั่นปี 61 กำไรก้าวกระโดด COD ไฟฟ้าครบ 440 MW-ลุ้นเข้า SET50

    "ทีพีไอ โพลีน เพาเวอร์ "คาดปี 61 จะ COD ไฟฟ้าได้ครบ 440 MW จากสิ้นปีนี้ราว 290 MW หนุนกำไรโตก้าวกระโดด ลั่นมีความพร้อมเข้าร่วมประมูลโรงไฟฟ้าขยะทุกโครงการจากภาครัฐ และอยู่ระหว่างศึกษาลงทุนโรงไฟฟ้าในต่างประเทศ ยันโรงไฟฟ้าถ่านหินเลื่อน COD เป็นม.ค.61 ไม่กระทบงบฯ ปีนี้ ลุ้นประชุมบอร์ดเพื่อพิจารณาเงินปันผลต่อเนื่อง โบรกฯแนะ"ซื้อ"ชี้เป้า 9.5 บ.กำไรทำจุดสูงสุดใหม่ได้แม้ COD ช้าเล็กน้อย-ลุ้นเข้า SET50

*** ลั่นรายได้-กำไรปี 61 โตก้าวกระโดด รับรู้ COD ครบ 440 MW

    นายภัคพล เลี่ยวไพรัตน์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทีพีไอ โพลีน เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ TPIPP กล่าวว่า คาดรายได้และกำไรปีหน้า (61) จะเติบโตก้าวกระโดด เนื่องจากบริษัทจะรับรู้กำลังการผลิตโรงไฟฟ้าครบ 440 เมกะวัตต์  (MW) จากสิ้นปีนี้ที่คาดจะมีกำลังการผลิตที่จำหน่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ (COD) ประมาณ 220-290 เมกะวัตต์ 
    
*** ลุยประมูลโรงไฟฟ้าขยะทุกโครงการจากภาครัฐ 
    
    บริษัทฯ เตรียมเข้าประมูลโรงไฟฟ้าขยะทุกโครงการจากภาครัฐที่จะเปิดประมูลในปีหน้า แต่ยังไม่สามารถประเมินจำนวนเมกะวัตต์ได้ เพราะต้องรอให้มีการประกาศออกมาก่อน โดยบริษัทฯ มีความพร้อมในทุกด้าน ทั้งประสบการณ์ เทคโนโลยี และที่สำคัญคือฐานะการเงิน เนื่องจากปัจจุบัน ไม่มีหนี้สินเลย อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ไม่มีนโยบายซื้อโรงไฟฟ้าที่ดำเนินการผลิตไปแล้ว เพราะมีผลตอบแทนต่ำกว่าการสร้างใหม่

*** ศึกษาลงทุนโรงไฟฟ้าในต่างประเทศ แต่ยังไม่ได้ข้อสรุป

    ส่วนการลงทุนโรงไฟฟ้าในต่างประเทศ มีการศึกษาอย่างต่อเนื่อง แต่ยังคงไม่ใช่เป้าหมายหลักในขณะนี้ เนื่องจากจะเน้นในประเทศมากกว่า ซึ่งการลงทุนโรงไฟฟ้าในต่างประเทศจำเป็นต้องศึกษาความเสี่ยง ความคุ้มค่า และผลตอบแทนที่จะได้รับอย่างละเอียดก่อนจะมีการตัดสินใจลงทุน นอกจากนี้ ยังต้องพิจารณาเงื่อนไขของบริษัทที่จะเข้าไปร่วมลงทุนก่อนด้วย หากพิจารณาว่าไม่คุ้มค่า หรือได้รับผลตอบแทนไม่คุ้มกับความเสี่ยงก็อาจจะไม่เข้าร่วมลงทุน
    ด้านธุรกิจสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงและก๊าซธรรมชาติ (NGV) บริษัทจะไม่มีนโยบายขยายการลงทุนเพิ่ม เนื่องจากจะเน้นที่โรงไฟฟ้าเป็นหลัก ซึ่งปัจจุบันมีสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงและก๊าซธรรมชาติ (NGV) ในเขตกรุงเทพมหานคร และต่างจังหวัดรวม 12 แห่งด้วย สัดส่วนรายได้ประมาณ 15% ของงบการเงินปัจจุบัน

*** ยันโรงไฟฟ้าถ่านหินเลื่อน COD เป็นม.ค.61 ไม่กระทบงบฯ ปีนี้

    ปีนี้รายได้น่าจะเติบโตประมาณ 12% เพราะกำลังการผลิตส่วนใหญ่จะเริ่มรับรู้ในปีหน้าแบบเต็มปี โดยสิ้นปีคาดว่ากำลังการผลิตที่ COD น่าจะอยู่ที่ราว 220-290 เมกะวัตต์ คลาดเคลื่อนไปจากเดิมเล็กน้อยที่เคยประเมินว่าจะจำหน่ายไฟฟ้าครบทั้ง 440 เมกะวัตต์ในปีนี้ เพราะเกิดความล่าช้าในกระบวนการเริ่มจำหน่ายไฟฟ้าครั้งแรก โดยเฉพาะโรงไฟฟ้าถ่านหิน 150 เมกะวัตต์ แต่ไม่กระทบกับงบปีนี้เท่าไหร่นัก เพราะไม่ได้รวมในประมาณการและเลื่อนแค่เดือนเดียวจากเดือน ธ.ค.60 เป็น ม.ค.61
    ขณะจะมีการประชุมคณะกรรมการบริษัท โดยจะมีการนำเสนอวาระเกี่ยวกับการจ่ายเงินปันผลตอบแทนให้กับผู้ถือหุ้น ซึ่งบริษัทมีนโยบายจ่ายไม่ต่ำกว่า 50% ของกำไรสุทธิ

*** บล.หยวนต้า ชี้เป้า 9.5 บ.กำไรทำจุดสูงสุดใหม่ได้แม้ COD ช้าเล็กน้อย

    บล.หยวนต้าระบุ 3 เหตุผลที่คงคำแนะนำ “ซื้อ” 1) แม้โครงการใหม่จะ COD ช้ากว่าแผนเล็กน้อย แต่กระทบต่อประมาณการของเราเพียงเล็กน้อย 2) แต่การเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิต และแนวโน้มของการขึ้นค่า Ft เป็นตัวปัจจัยหนุนกำไรในระยะสั้น 3) มี Upside ในการลงทุนโครงการใหม่ ภายใต้ฐานะการเงินแข็งแกร่ง และวัตถุดิบพร้อม และ 4) บริษัทจ่ายปันผลทุกไตรมาสในช่วงที่ผ่านมา คาด Dividend yield ทั้งปีสูงถึง 4.5-5.0%
    ด้วยภาพกำไรที่จะกลับมาทำระดับสูงสุดใหม่ตั้งแต่ 4Q60 เป็นต้นไป พร้อมกับโอกาสชนะโรงไฟฟ้าขยะใหม่เพิ่มเติมในปีหน้า ด้วยความพร้อมในหลายๆ ด้านของบริษัท นอกจากนี้ วันนี้จะมีการประชุมบอร์ดเพื่อพิจาณณาเงินปันผล สะท้อนภาพการจ่ายเงินปันผลในทุกไตรมาส ด้วย Dividend Yield เฉลี่ยทั้งปีที่ 4-5% สูงกว่ากลุ่มโรงไฟฟ้าทั่วไป พร้อมกับ Valuation ที่ต่ำ ราคา ณ ปัจจุบันซื้อขายที่ PER61 เพียง 10x ด้วยราคาเหมาะสม ณ สิ้นปี 2561 ที่ 9.50 บาท

*** บล.ทิสโก้ ให้เป้า 9.5 บ.คาดกำไร Q4/60 ทำสถิติสูงสุดใหม่ ลุ้นเข้า SET50
    
    บล.ทิสโก้ แนะ"ซื้อ"ประเด็นหุ้นน่าสนใจ TPIPP โรงไฟฟ้าความร้อนทิ้ง 30 MW และเชื้อเพลิงขยะ 70 MW ติดประเด็นสัญญา PPA มีใบเดียว ทำให้ต้องรอการแก้ไขรายละเอียดสัญญา PPA ใหม่ ซึ่งคาดว่าจะทำให้ COD ช้ากว่ากำหนด 1-2 เดือน, มองราคาหุ้นที่ร่วงเป็นจังหวะดีในการเข้าซื้อ คาดกำไร 4Q17F ทำสถิติสูงสุดใหม่ ด้วยสมมติฐานอัตราการใช้กำลังการผลิตใน 4Q17 กลับมาระดับปกติ และโรงไฟฟ้า 90 MW แม้จะมีความล่าช้าเป็น 1Q18 จึงคาดว่ากำไร 4Q17F จะขึ้นทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ 700 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 49% YoY และ 27% QoQ และคาดเข้า SET50
    บริษัทมีการประชุมคณะกรรมการ  ซึ่งรอดูว่ายังมีแนวโน้มการจ่ายเงินปันผลรายไตรมาสต่อเนื่องหรือไม่ ซึ่ง 2 ไตรมาสที่ผ่านมา บริษัทจ่ายปันผลไตรมาสละ 0.1 บาท/หุ้น vs EPS ใน 3Q17 ที่ 0.07 บาท/หุ้น

*** บล.ทรีนีตี้ แนะ "ซื้อเก็งกำไร"เป้า 7.80 บ.

    โดยมีปัจจัยที่น่าสนใจ ได้แก่ การติดตั้งเครื่องจักรและอุปกรณ์ในโรงไฟฟ้าทั้ง 3 แห่ง (TG6 TG7 และ TG8) คืบหน้าตามแผน โดย TG7 เตรียม COD เดือนธ.ค.นี้ ขณะที่ TG6 และ TG8 คาดจะเห็นความคืบหน้าและเริ่ม COD ได้ในช่วงต้นปี 61
    แนวโน้มรายได้ในไตรมาส 4 เติบโตหลังโรง TG3 และ TG5 กลับมาเดินเครื่องเป็นปกติ พร้อมแรงหนุนจาก Boiler ตัวใหม่ (B9&B10) ส่งผลให้ Utilization Rate โดยรวมสูงขึ้นชัดเจน และจับตาประเด็นบวกจากการเจรจาเข้าร่วมในโครงการกำจัดขยะมูลฝอยเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าหรือ Quick Win Projects และแนวโน้มการปรับขึ้นค่า Ft ในปีหน้า ซึ่งจะส่งผลบวกต่อรายได้ของบริษัท
    ด้วย (1) ศักยภาพด้านการผลิตไฟฟ้าพลังงานเชื้อเพลิง RDF รายใหญ่ที่สุดของประเทศไทย พร้อมแรงสนับสนุนจากนโยบายภาครัฐ (2) ทิศทางการเติบโตของรายได้แข็งแรง และ (3) อานิสงค์จากการปรับขึ้นค่า Ft และมองว่าราคาที่ปรับตัวลงมาได้สะท้อนถึงความล่าช้าของโครงการในระดับนึงแล้ว ในขณะที่มี upside อีกราว 0.7 บาท/หุ้น จากราคาเป้าหมายหากมีการปรับขึ้นค่า Ft จึงคงคำแนะนำ Trading Buy ที่ราคาเป้าหมาย 7.80 บาท

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด