ข่าวนี้ที่ 1

| 30 ตุลาคม 2560 | 17:05

SCC คาดกำไร Q3/60 ไม่ตื่นเต้น แต่ราคา Laggard

          SCC เตรียมประกาศงบ 1 พ.ย. นี้ โบรกฯ คาดโกยกำไร 1.1-1.3 หมื่นล้านบาท ได้กำไรพิเศษจากการขายหุ้นบริษัทย่อยในเวียดนามหนุน ขณะที่ธุรกิจปูนซีเมนต์ คาดจะผ่านจุดต่ำสุด ก่อนฟื้นตัวในอีก 1-2 ปีข้างหน้า ที่สำคัญคือราคาหุ้นที่ยัง Laggard หุ้นบิ๊กแคปตัวอื่น และมีจุดเด่นที่การจ่ายปันผลระดับสูง

          บริษัทปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SCC เตรียมแจ้งผลการดำเนินงานไตรมาส 3/60 ในวันที่ 1 พ.ย. นี้ ในขณะที่หุ้นปรับลดลงมาต่ำกว่าระดับ 500 บาท ล่าสุดปิดการซื้อขายที่ 488 บาท ลดลง 4 บาท หรือ 0.81% มูลค่าการซื้อขาย 1,128 ล้านบาท

** คาด Q3/60 กำไร 1.1-1.3 หมื่นลบ.
          ทีมข่าว "สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย" รวบรวมความเห็นนักวิเคราะห์ต่อผลการดำเนินงาน SCC ไตรมาส 3/60 คาดว่าจะทรงตัว หรือ อ่อนตัวลงเล็กน้อยที่ราว 1.1-1.3 หมื่นล้านบาท ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากการบันทึกกำไรพิเศษขายหุ้นบริษัทย่อยที่เวียดนาม
          บล.ทรีนีตี้ คาด SCC จะมีกำไรปกติใน 3Q60 อยู่ที่ 12,943 ล้านบาท (-2% QoQ, -8% YoY) โดยคาดธุรกิจปิโตรเคมียังคงเป็นพระเอกหลัก จากส่วนต่างราคาของผลิตภัณฑ์หลักอย่าง HDPE-Naphtha และ PP-Naphtha อยู่ในระดับที่ดีที่ 674 $/ton (-2% QoQ,-10%YoY) และ 687 $/ton (+3% QoQ. -2% YoY) ตามลำดับ ในขณะที่ธุรกิจปูนซีเมนต์และวัสดุก่อสร้างยังคงอ่อนแอ และเผชิญกับต้นทุนถ่านหินที่สูงขึ้น แต่หากรวมกำไรพิเศษหลังหักภาษีจากขายหุ้นผ่านบริษัทย่อย (NTP) ซึ่งมีกำไรหลังหักภาษีจำนวน 310 ล้านบาท 

**ธุรกิจปูนถึงจุดต่ำสุด
          จึงคาดไตรมาส 3 จะมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 13,253 ล้านบาท (Flat QoQ, -6% YoY) โดยยังคงมองว่าธุรกิจปิโตรเคมีน่าน่าจะอยู่ในระดับทรงตัวมากกว่าเติบโต แม้ว่าธุรกิจปูนซีเมนต์ยังคงอ่อนแอ แต่คาดว่าอยู่ในจุดต่ำแล้ว ในขณะที่ภาพระยะยาวของบริษัทมีความมั่นคง ฐานะทางการเงินแข็งแรง พร้อมเดินหน้าการกระจายการลงทุนและขยายฐานการผลิต และราคายังคง laggard จึงแนะนำ "ซื้อเก็งกำไร" ที่ราคาเป้าหมาย 530 บาท
          บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง คาดกำไร 3Q60 ของ SCC จะทรงตัว คือ มีกำไรประมาณ 13,400 ล้านบาท (+1%QoQ, -5%YoY)  โดยกำไรจะยังได้แรงหนุนสำคัญจากธุรกิจปิโตรเคมี 10,818 ล้านบาท (+17%QoQ, -9%YoY)  จากราคาปิโตรเคมีฯที่ปรับขึ้นจะทำให้ในไตรมาสนี้มีกำไรในสต็อกเล็กน้อย เทียบกับไตรมาสก่อนที่ขาดทุน 1,860 ล้านบาท  รวมถึงมีกำไรจากการขายเงินลงทุน NTP หลังภาษีที่บันทึกในไตรมาสนี้ 310 ล้านบาท  โดยในไตรมาสนี้ ธุรกิจปิโตรเคมีฯมีสเปรด รวมใกล้เคียงไตรมาสก่อน  คือ PE-Naphtha เท่ากับ 675 เหรียญ/ตัน (-2%QoQ, -10%YoY) และ PP-Naphtha 687 เหรียญ/ตัน (+3%QoQ, -3%YoY)  แต่ในไตรมาสนี้จะไม่มีเงินปันผลจากเงินลงทุนเข้ามาช่วยเทียบกับไตรมมาสก่อนที่มีเงินปันผล 1,331 ล้านบาท 
          บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) คาด SCC จะทำกำไรปกติใน 3Q60 ที่ 11,887 ล้านบาท (-10% QoQ, +5% YoY) สะท้อนความแข็งแกร่งของบริษัทต่อเนื่อง แม้ภาพอุตสาหกรรมจะไม่เอื้อ โดยธุรกิจวัสดุก่อสร้างยังมีแรงกดดันจากการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคและการลงทุนที่ชะลอตัว การแข่งขันในอุตสาหกรรมที่สูงขึ้น กดดันต่อยอดขายและความสามารถในการทำกำไร ขณะที่ธุรกิจปิโตรเคมียังสามารถสร้างผลประกอบการได้ดีต่อเนื่อง โดย spread ราคาเม็ดพลาสติก HPDE - Naphtha ปรับตัวลดลงเล็กน้อยถูกชดเชยจากผลิตภัณฑ์เม็ดพลาสติก PP, Butadiene และผลิตภัณฑ์สาย Styrene ที่มี spread แข็งแกร่งหนุนให้กำไรของธุรกิจปิโตรเคมียังทรงตัวในระดับที่แข็งแกร่ง
 
** คาดฟื้นในอีก 1-2 ปี
          บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส ระบุ ในเชิงกลยุทธ์ เราจัดให้ SCC เป็นหุ้น Value Play แนะนำซื้อลงทุน โดยให้ราคาพื้นฐาน SCC ไว้ที่ 580 บาท ทั้งนี้แม้ว่าระยะสั้น ธุรกิจขาดปัจจัยกระตุ้น แต่ในระยะยาวเชื่อว่าธุรกิจจะไปได้ดีทั้งธุรกิจปิโตรเคมีซีเมนต์ วัสดุก่อสร้าง และบรรจุภัณฑ์ เพราะบริษัทมีการวิจัยและพัฒนาเพื่อต่อยอดธุรกิจ & สร้างบุคลากรรุ่นใหม่เข้ามาสานต่องานอย่างต่อเนื่อง ทำให้สามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว อย่างไรก็ตาม ด้วยฐานรายได้และกำไรที่ใหญ่ และธุรกิจปิโตรเคมีมีกำลังการผลิตใหม่เข้ามาเพิ่ม & มีความผันผวนโดยธรรมชาติทำให้การเติบโตเฉลี่ยต่อปีในแต่ละรอบของวัฎจักรจะไม่ได้ก้าวกระโดดมาก สำหรับปัจจัยที่จะเป็น Upside ใน 1-2 ปีข้างหน้า คือ การฟื้นตัวของอุปสงค์ซีเมนต์และวัสดุก่อสร้าง

** ปันผลยังเด่น
          บล.บัวหลวง  ระบุว่า แม้ผลประกอบการไตรมาส 3/60 ที่ใกล้จะประกาศออกมา และแนวโน้มการเติบโตในปี 2561 จะไม่น่าตื่นเต้นนัก เราเชื่อว่ายังควรค่าแก่การถือหุ้น SCCในระยะยาว เนื่องจากกระแสเงินสดจากธุรกิจปิโตรเคมีและธุรกิจซีเมนต์และวัสดุก่อสร้างยังคงแข็งแกร่ง อีกทั้งผลตอบแทนจากเงินปันผลในปัจจุบันที่สูงถึง 4.1% และยังมีโอกาสเพิ่มสูงกว่านี้หากบริษัทตัดสินใจเพิ่มอัตราการจ่ายปันผลขึ้นจาก 40% ในปัจจุบัน เรายังคงคำแนะนำ “ซื้อ” SCC โดยให้ราคาเป้าหมาย 620 บาท

** ราคายัง Laggard
          บล.หยวนต้า(ประเทศไทย) ยังระบุถึง 4 เหตุผลที่เริ่มต้นคำแนะนำ "ซื้อเก็งกำไร" SCC คือ 1) คาดกำไรใน 3Q60 ยังทรงตัวได้ในระดับที่แข็งแกร่งแม้การบริโภคภายในประเทศฟื้นตัวจำกัด 2) ความต้องการใช้วัสดุก่อสร้างยังชะลอตัว สร้างแรงกดดันด้านการแข่งขัน ขณะที่ปิโตรเคมีไม่ดีเหมือน 2 ปีที่แล้ว 3) อย่างไรก็ตาม SCC ยังมี upside จากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐ หากมีความชัดเจนมากขึ้นจะหนุนให้ภาพรวมวัสดุก่อสร้างฟื้นตัวขึ้นได้ 4) ราคาหุ้น laggard big cap อื่นมาก YTD ปรับตัวขึ้นเพียง 0.8% ปัจจุบันซื้อขายที่ P/E เพียง 12 เท่า
 
** เคาะราคาเหมาะสม 530-620 บ.

โบรกเกอร์        ราคาเหมาสม (บ.)
ทรีนีตี้                      530
หยวนต้า                  555
ธนชาต                    560
ฟิลลิป                     570
ดีบีเอส วิคเคอร์ส    580
เมย์แบงก์ กิมเอ็ง    600
บัวหลวง                 620 

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด