ข่าวนี้ที่ 1

| 30 พฤษภาคม 2560 | 17:05

ครม.เคาะ TFF แสนลบ. -ตอกเสาเข็มรถไฟฟ้าชมพู-เหลือง

        ครม.ลุยลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน เคาะ"ไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์" มูลค่าระดมทุน 1 แสนลบ. ผ่านทางพิเศษ 2  เส้นทาง ของ กทพ.  เตรียมยื่นไฟลิ่งในช่วงไตรมาส 3/60  พร้อมไฟเขียวให้เซ็นสัญญา  BSR JV สร้างรถไฟฟ้าสายสีชมพู  - เหลือง รฟท.จ่ายเงินสนับสนุนนาน 10 ปี ปีละ 4,755 ลบ. โบรกฯ ชี้ BTS-IMPACT รับอานิสงส์ ให้ราคาพื้นฐาน 10.50 และ 15.50 บ. ตามลำดับ   
     

     โครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมไทย คืบหน้าไปอีกขั้น หลังวานนี้ (30  พ.ค.60) คณะรัฐมนตรีได้เห็นชอบ กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทย (ไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์ : TFF ) ผ่านการลงทุนโครงการทางพิเศษ 2 เส้นทาง โดยจะยื่นไฟลิ่งในช่วงไตรมาส 3/2560 พร้อมกับไฟเขียวให้กิจการร่วมค้า  BSR JV ( บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) บริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) )  เป็นผู้ก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพู ช่วงแคราย - มีนบุรี และโครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลือง ช่วงลาดพร้าว สำโรง 

 *** เคาะ TFF 1 แสนลบ.ระดมทุนผ่าน 2 โครงการ กทพ. 
     นายณัฐพร จาตุศรีพิทักษ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผย ว่า ที่ประชุม ครม.มีมติเห็นชอบ กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทย (Thailand future fund) โดยวิธีการจัดตั้งกองทุนนั้น เป็นกองทุนปิด ไม่จำกัดอายุของกองทุน มูลค่าการระดมทุน 100,000 ล้านบาท และสามารถเพิ่มได้ในอนาคต ซึ่งในเบื้องต้นนั้น ได้นำโครงการทางพิเศษฉลองรัช (รามอินทรา-อาจณรงค์) และโครงการทางพิเศษบูรพาวิถี (บางนา-ชลบุรี) เพื่อเข้ามาระดมทุนในโครงการโครงสร้างพื้นฐานของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย หรือ กทพ. 
    สำหรับสัดส่วนและระยะเวลาการโอนรายได้ กำหนดสัดส่วนการโอนขายรายได้ในอนาคตที่ 45% ของรายได้จาก 2 โครงการดังกล่าว เป็นเวลา 30 ปี ส่วนการระดมทุนนั้นจะเน้นการเสนอขายให้แก่นักลงทุนในประเทศเป็นหลัก  
    อย่างไรก็ตาม วงเงินที่ได้จากการระดมทุนนั้น จะใช้ในการก่อสร้างโครงการของ กทพ.2 โครงการ รวมวงเงิน 44,819 ล้านบาท ประกอบด้วย โครงการทางพิเศษพระราม3-ดาวคะนอง-วงแหวนรอบนอก กรุงเทพด้านตะวันตก วงเงินลงทุน 30,437 ล้านบาท และโครงการทางด่วนชั้นที่ 3 สายเหนือตอน N2 และ E-W Corridor ด้านตะวันออก วงเงินลงทุน 14,382 ล้านบาท  

*** ให้คลัง ประเดิมเงินก้อนแรก 1 หมื่นลบ. - ยื่นไฟลิ่ง Q3/60  
     ก่อนการเสนอขายหน่วยลงทุนของกองทุนรวมฯ ให้กับนักลงทุนทั่วไป กระทรวงการคลัง จะลงทุนในหน่วยลงทุน A หรือ หน่วยลงทุนที่ผู้ลงทุนจะได้รับผลตอบแทนตามผลการดำเนินการของโครงการโครงสร้างพื้นฐานที่กองทุนรวมลงทุน เพิ่มเติมในวงเงินทั้งสิ้น 10,000 ล้านบาท เพื่อสร้างความมั่นใจกับนักลงทุน  
     ขณะที่นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ หรือ สคร. กล่าวว่า จะยื่นแบบแสดงรายการข้อมูล (ไฟลิ่ง)  ของไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์ เสร็จภายใน Q3/60  นอกจากนี้ที่ประชุม ครม. ยังเห็นชอบให้ปรับปรุงหลักเกณฑ์ในการคำนวณกำไรเพื่อการจัดสรรโบนัสของพนักงาน กทพ. เพื่อชดเชยต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้นจากการระดมทุนผ่านกองทุนรวม และผลกระทบจากส่วนต่างของต้นทุนทางการเงินจากการระดมทุนผ่านกองทุนรวม กับอัตราผลตอบแทนที่เกิดขึ้นจากการนำเงินส่วนดังกล่าวไปหาดอกผล โดยการนำรายการผลกกระทบทางบัญชีที่เกิดจากการนำโรงการเข้าระดมทุนผ่านกองทุนรวมมาบวกกลับในการคำนวณกำไรสุทธิเพื่อจัดสรรโบนัส  
    ขณะเดียวกัน ยังให้กทพ. สามารถนำเงินสภาพคล่องส่วนเกินดังกล่าว ซื้อหน่วยลงทุน A ของกองทุนรวม และสามารถบริหารสภาพคล่องได้ตามขอบเขตที่กำหนดไว้ในกฎหมายจัดตั้งของ กทพ. และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง
 
*** ไฟเขียวกิจการร่วมค้า  BSR JV สร้างรถไฟฟ้าสายสีชมพู-เหลือง  
    นายณัฐพร จาตุศรีพิทักษ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี หรือ ครม. ในวันนี้ว่า ที่ประชุม ครม. เห็นชอบผลการคัดเลือกเอกชนและร่างสัญญาสัมปทานโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพู ช่วงแคราย - มีนบุรี และโครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลือง ช่วงลาดพร้าว สำโรง โดยรูปแบบการลงทุนให้ดำเนินการตามโครงการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ โดยกำหนดให้เอกชนร่วมลงทุนเป็นเวลา 33 ปี 3 เดือน  
    โดยผู้ชนะการประมูลทั้ง 2 เส้นทาง คือ กิจการร่วมค้ากลุ่มบริษัท BSR JV เป็นผู้รับสัมปทาน ซึ่งประกอบด้วย บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) บริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน)  
    
*** รฟท.จ่ายเงินสนับสนุน BSR JV 10 ปี ปีละ 4,755 ลบ.  
    นายณัฐพร เปิดเผยเพิ่มเติมว่า ขอบเขตงาน จะแบ่งเป็น ระยะที่ 1 ออกแบบและก่อสร้างงานโยธา การจัดหา ติดตั้ง ทดสอบระบบรถไฟฟ้ารางเดี่ยว และทดสอบเดินรถ โดยมีระยะเวลาไม่เกิน 3 ปี 3 เดือน ระยะที่ 2 คือ การให้บริการเดินรถไฟฟ้าและซ่อมบำรุง ระยะเวลา 30 ปี นับตั้งแต่ได้รับอนุญาต โดยกำหนดค่าโดยสารพื้นฐานเป็นอ้างอิงในปี 2559 เริ่มต้นที่ 14 บาท และสูงสุดไม่เกิน 42 บาท โดยปรับอัตราค่าโดยสารตามดัชนีราคาผู้โดยสารและปรับแต่ละครั้งจะต้องมีระยะห่างไม่น้อยกว่า 24 เดือน  
    หลังจากการเปิดให้บริการ รฟท. จะต้องจ่ายเงินสนับสนุนให้แก่ BSR JV ในช่วง 10 ปีแรก ปีละ 2,250 ล้านบาท สำหรับโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพู ส่วนสีเหลืองปีละ 2,505 ล้านบาท โดยให้สำนักงบประมาณจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปีในลักษณะการก่อหนี้ผูกพันข้ามปีงบประมาณ  
    สำหรับในเอกสารการประชุมนั้น พบว่า BSR JV ได้เสนอผลตอบแทนที่ให้กับการรฟม. ประกอบด้วย ปีที่ 1-10 ไม่ได้เสนอผลตอบแทน ปีที่ 11-15 เสนอที่ 5 ล้านบาท ปีที่ 16-20 เสนอ 10 ล้านบาท ปีที่ 21-25 เสนอ 15 ล้านบาท ปีที่ 26-30 เสนอที่ 20 ล้านบาท 
     “สำหรับการยื่นซองนั้น มีผู้ยื่นซองประกวด 2 ราย คือ กลุ่มร่วมค้า  BSR JV และบริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) แต่จากการดูรายละเอียด พบว่า ทาง BSR JV ให้ผลตอบแทนและประโยชน์ที่ดีกว่า” นายณัฐพร กล่าว
 
***  โบรกฯชี้สายสีเหลือง-ชมพู หนุนกำไร - ราคาหุ้น BTS 
    บล.บัวหลวง  เปิดเผยว่า บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ BTS ยังมีปัจจัยสำคัญ 2 เรื่อง เป็นแรงหนุนราคา ทั้งเรื่อง  การประกาศจ่ายเงินปันผลที่สูงกว่าที่ตลาดคาดน่าจะส่งผลบวำในเชิงจิตวิทยาต่อราคาหุ้นในระยะสั้น ประกอบกับการลงนามสัญญารถไฟฟ้าสายสีชมพูและสายสีเหลืองในเดือนหน้า จะเป็นอัพไซต์ต่อประมาณการกำไรสำหรับ BTS น่าจะเป็นปัจจัยหนุนให้ราคาหุ้นปรับตัวสูงขึ้น 
    ทั้งนี้อาจมีโอกาสในการปรับเพิ่มประมาณการกำไรในอนาคตของ BTS จากโครงการการร่วมทุนอสังหาริมทรัพย์ ในส่วนของมูลค่าหุ้น BTS ปัจจุบันซื้อขายอยู่ที่ PBV ณ สิ้นเดือน มี.ค. 2561 ที่ 2.1 เท่า ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาวที่ 2.2 เท่า โดยให้คำแนะนำ ซื้อ   ราคาเป้าหมายพื้นฐาน 10.50 บาท 
    โดย BTS รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 4/59 (ม.ค.-มี.ค.2560) ที่ 439 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,107% YoY แต่ลดลง 6% QoQ หากไม่รวมกำไรพิเศษ 223 ล้านบาท กำไรหลักไตรมาส 4/59 จะอยู่ที่ 261 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 96% YoY แต่ลดลง 33% QoQ  พร้อม ประกาศจ่ายเงินปันผลต่อหุ้นที่ 0.175 บาทสำหรับผลการดำเนินงานในครึ่งหลังของปี 2559  
    อนึ่งวานนี้ ราคาหุ้น BTS ปิดการซื้อขายที่ระดับ 8.40 บาท เพิ่มขึ้น 0.15 บาท หรือ 1.82% มูลค่าการซื้อขาย 377 ล้านบาท    
    
*** จับตา IMPACT รับอานิสงส์จากสายสีชมพูเต็มๆ  
     บจ.หลักทรัพย์ ดีบีเอส วิคเคอร์ส  เปิดเผยว่า  ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์อิมแพ็คโกรท หรือ IMPACT ได้รับอานิสงส์จากรถไฟฟ้าสายสีชมพูชัดเจน  เพราะมีปัจจัยบวกระยะกลางคือ บริษัท บางกอกแลนด์ จำกัด (มหาชน) หรือ BLAND  มีการพัฒนาสินทรัพย์เพิ่มเติม และรถไฟฟ้าสีชมพูลากพาดผ่านเข้ามาในโครงการ เสร็จประมาณปี 2563 ก็จะทำให้การจราจรยิ่งดีขึ้น
    ทั้งนี้ หากประเมินกำไรจากการลงทุนปี 59-60 (งบปี สิ้นสุด มี.ค.60) คาดว่าจะอ่อนลง 15% เป็น 992 ล้านบาท ถือว่าออกมาสอดคล้องกับที่คาดไว้ แต่กำไรจากการลงทุนปีนี้ คือ 60-61 จะกลับมาฟื้นตัวได้ เพราะมีงานอีเวนต์ต่างๆที่จะมาใช้บริการเพิ่มขึ้น แต่ก็เป็นลักษณะค่อยเป็นค่อยไป เพราะเศรษฐกิจไทยยังอยู่ในช่วงอ่อน ไม่ได้เติบโตสูงมากๆ
    แนะนำ ถือ ด้วยราคาพื้นฐาน 15.50 บาท ซึ่งประเมินด้วยวิธี DCF ราคาปิดมีส่วนเพิ่มได้อีก 8% ส่วนคาดการณ์อัตราผลตอบแทนปันผลปีนี้และปีหน้าอยู่ในเกณฑ์ดีเป็น 4.7%/4.8% ตามลำดับ
    อนึ่งวานนี้ ราคา IMPACT  ปิดการซื้อขายที่ระดับ 14.50 บาท เพิ่มขึ้น 0.10 บาท หรือ 0.69 % มูลค่าการซื้อขาย 8.81 ล้านบาท    

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด