ข่าวนี้ที่ 1

| 30 มกราคม 2560 | 17:05

LPN ยอมรับปีนี้ตกต่ำรอบ 8 ปี ปรับกลยุทธ์รอฟื้นปีหน้า

          LPN ยอมรับปีนี้ยังยากลำบาก คาดรายได้วูบเหลือ 1 หมื่นล้านบาท ลดลงเป็นปีที่ 3 ติดต่อกัน และต่ำสุดในรอบ 8 ปี พร้อมปรับกลยุทธ์เน้นโครงการกลาง-บน หวังปี 2561 รายได้กระเตื้องแตะ 1.5 หมื่นล้านบาท จับตาดึง ANAN เป็นพันธมิตร ชัดเจนใน Q1/60 คาดเข้าถือหุ้นบริษัทลูกทำธุรกิจรับบริหารโครงการ 

** ยอมรับปี 59 พลาดเป้า
          นายโอภาส ศรีพยัคฆ์ กรรมการผู้จัดการ บมจ.แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ (LPN)  เปิดเผยว่า ในปี 2559 ที่ผ่านมา บริษัทได้ประสบอุปสรรคที่ส่งผลให้ผลประกอบการไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ ทั้งนี้ด้วยสาเหตุจากทั้งปัจจัยภายใน คือ สินค้าค้างขาย (Inventory) และกลยุทธ์การเปิดโครงการทั้งขนาดและทำเล และปัจจัยภายนอก คือ หนี้สินครัวเรือนและอัตราการปฏิเสธสินเชื่อของกลุ่มลูกค้ากลางล่าง โดยในปี 2559 ที่ผ่านมาบริษัทมียอดขายประมาณ 8,500 ล้านบาท และรายได้จากการขายประมาณ 13,000 ล้านบาท

** รายได้ปีนี้ต่ำสุดรอบ 8 ปี 
          ส่วนรายได้ในปีนี้ บริษัทตั้งเป้าหมายไว้ที่ 1 หมื่นล้านบาท ซึ่งเป็นเป้าหมายรายได้ที่ลดลงจากปีก่อนราว 20% ถือเป็นแนวโน้มรายได้ที่ลดลงเป็นปีที่ 3 ติดต่อกันตั้งแต่ปี 58 และต่ำสุดในรอบ 8 ปี นับจากปี 2553 ที่มีรายได้ 10,047 ล้านบาท 

** ปี 60 YEAR OF SHIFT 
          นายโอภาส ระบุว่า ในปี 2560 จะเป็นปีของการเริ่มต้นวิสัยทัศน์รอบใหม่ บริษัทจึงได้กำหนดให้เป็น "ปีแห่งการปรับ" หรือ "YEAR OF SHIFT" ซึ่งจะเป็นการปรับทิศทางในการดำเนินงานของ LPN และ บริษัทในเครือทั้งหมด โดยแบ่งออกเป็นสองกลุ่มธุรกิจในการดำเนินงาน ได้แก่
กลุ่มธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ (Developer) คือ
          1. บริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) (LPN) 
          2. บริษัท พรสันติ จำกัด (PST)
กลุ่มธุรกิจให้บริการ (Service Provider) คือ 
          3. บริษัท ลุมพินี พร็อพเพอร์ตี้ เซอร์วิส แอนด์ แคร์ จำกัด (LPC)
          4. บริษัท ลุมพินี พรอพเพอร์ตี้ มาเนจเมนท์ จำกัด (LPP)
          5. บริษัท ลุมพินี โปรเจค มาเนจเมนท์ เซอร์วิส จำกัด (LPS)
 
** เจาะเป้าหมายกลาง-บน
          ดังนั้น ในปีนี้บริษัทจะเพิ่มการพัฒนาโครงการที่ตอบสนองต่อกลุ่มลูกค้ากลาง-บนมากขึ้น โดย 7 จาก 12 โครงการจะเป็นโครงการสำหรับกลุ่มเป้าหมายระดับกลาง-บนมูลค่าโครงการประมาณ 16,000 ล้านบาท เจาะทำเลใจกลางเมือง หรือแหล่งที่อยู่อาศัยที่ยังมีความต้องการซื้อ โดยตั้งเป้าหมายยอดขายไว้ที่ 20,000 ลบ. ซึ่งในวันเสาร์ที่ 21 ม.ค.ที่ผ่านมา บริษัทเปิดขายใน 2 ทำเลเด่น คือ ลุมพินี สวีท เพชรบุรี-มักกะสัน และ ลุมพินี เพลส บางนา กม.3 สร้างยอดขายสูงกว่า 1,700 ล้านบาท ส่งผลให้มูลค่ายอดขายรอโอน (Backlog) ของบริษัทล่าสุดเพิ่มขึ้นเป็น 3 พันล้านบาท จากสิ้นปี 59 อยู่ที่ 1.5 พันล้านบาท
          และในปีนี้ บริษัทยังตั้งเป้าหมายระบายสินค้าพร้อมอยู่ให้ได้มากที่สุดโดยตั้งเป้าหมายไว้ที่ 7,000 ลบ. ขณะเดียวกันบริษัทยังต้องเพิ่มกลยุทธ์ทางการตลาดและปรับเปลี่ยนภาพลักษณ์ตราผลิตภัณฑ์ (Brand Image)ให้สอดคล้องกับการปรับเปลี่ยนกลุ่มเป้าหมายเป็นระดับกลางถึงบนอีกด้วย 
          "2-3 ปีที่ผ่านมามีปัญหาความเสี่ยงหนี้ครัวเรือนและภาวะเศรษฐกิจชะลอ ซึ่ง LPN ก็เจอปัญหานี้ด้วยเพราะเป็นกลุ่มลูกค้าเป้าหมายของเราซึ่งเป็นลูกค้านะดับกลาง-ล่าง ซึ่งปัญหาที่เกิดขึ้นก็กระทบรายได้และยอดขายของเรา เราจึงต้องมีการปรับเปลี่ยนกลุ่มลูกค้าเป้าหมายใหม่ให้สอดคล้องกับภาวะ จากเดิมที่เรายืนยัดพัฒนาโครงการตอบโจทย์ลูกค้าระดับกลาง-ล่าง ซึ่งการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์การดำเนินงานใหม่ของเราจะต้องปรับเปลี่ยน Brand Image ให้สอดคล้องกับกลุ่มลูกค้าระดับกลาง-บนด้วย และหน้าที่ผมตอนนี้ก็ต้องเดินหน้า Clearance Stock ที่มีอยู่ให้สดลงเพื่อสร้างรายไดิให้กับบริษัทตามเป้าหมายรายได้ปีนี้ 1 หมื่นล้านบาท แม้ว่ารายได้จะลดลงแต่จะมีความยั่งยืนในอนาคต และยังให้กำไรที่ดี ส่วนอีกหน้าที่ของผมคือการสร้าง Backlog ใหม่ และทำให้มีรายได้กลับมาในช่วงปลายปีนี้หรือต้นปีหน้า"นายโอภาส กล่าว
          บริษัทตั้งเป้าปีนี้ไม่มียอดปฎิเสธสินเชื่อ หรือเป็น 0% ในช่วงที่ส่งมอบจากปีก่อนอยู่ที่ 30% โดยเน้นคัดเลือกลูกค้ามากขึ้น และลูกค้าจะต้องยอมให้บริษัทตรวจเครดิตบูโร

** หวังปีหน้าฟื้นรายได้แตะ 1.5 หมื่นลบ.
          ทั้งนี้ ตั้งเป้าสิ้นปี 60 มี backlog เกิน 1 หมื่นล้านบาท ซึ่งจะทำให้รายได้ในปี 61 ฟื้นกลับมาอยู่ที่ 1.5 หมื่นล้านบาท

** จับตาดึง ANAN เป็นพันธมิตร
          นอกจากนี้ LPN ได้เปิดตัว ผศ.พร วิรุฬห์รักษ์ ซึ่งเพิ่งเข้ารับตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ บจก. ลุมพินี โปรเจค มาเนจเมนท์ เซอร์วิส (LPS) คนใหม่ และได้เปลี่ยนแปลงโครงสร้างธุรกิจ ปรับเปลี่ยนสัดส่วนการถือหุ้นใน LPS ลดลงเหลือในอัตรา 20% จากเดิมบริษัทถือหุ้น 99.93% และบริษัทได้พิจารณาปรับรูปแบบของการทำธุรกิจของ LPS จากเดิมดำเนินธุรกิจให้บริการด้านการบริหารโครงการ (Project Management Consultancy) และรับเฉพาะงานบริหารโครงการภายในกลุ่มบริษัท LPN ไปเป็นบริษัทที่ให้บริการด้านการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ (Real Estate Development Service Provider) ให้กับโครงการทั้งที่พัฒนาโดยบริษัทและบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์อื่น ซึ่งเป็นการปรับตัวให้ทันกับสถานการณ์ในปัจจุบันและช่วยให้เกิดคล่องตัวในการดำเนินงาน รวมทั้งเป็นการขยายธุรกิจให้กว้างขวางขึ้น ซึ่งจะเป็นโอกาสในการสร้างรายได้ให้กับบริษัทเพิ่มมากขึ้น
          การปรับเปลี่ยนโครงสร้างในครั้งนี้ บริษัทมีแผนในการเจรจาทาบทามบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ทั้งในและนอกตลาดหลักทรัพย์บางแห่งและบริษัทที่ทำธุรกิจเกี่ยวข้องกับ LPN รวมถึงอาจพิจารณาในเรื่องการเพิ่มทุนใน LPS ซึ่งขณะนี้อยู่ในขั้นตอนของการทาบทามและเจรจา ซึ่งอาจมีการเปลี่ยนแปลงสัดส่วนการถือหุ้นอีกครั้ง
          โดยในการแถลงข่าววันที่ 30 ม.ค. 60 นาย ชานนท์ เรืองกฤตยา กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ ANAN เข้าร่วมงานแถลงข่าว โดยยอมรับว่า ANAN อยู่ระหว่างหารือกับทางLPN เพื่อทำธุรกิจร่วมกัน ซึ่งคาดจะชัดเจนในไตรมาส 1/60 จากหารือกันมา 1 ปีแล้ว แต่จะไม่ใช่ลักษณะการเข้าไปถือหุ้น

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด