ข่าวนี้ที่ 1

| 29 มกราคม 2561 | 17:05

PLANB ซื้อกิจการสื่อ BEM เพิ่มโอกาสเติบโต

            PLANB พุ่งนิวไฮรอบ 2 เดือน รับข่าวใช้งบ 262 ล้านบาท ซื้อหุ้น 20% ใน `แบงคอก เมโทร เน็ทเวิร์คส์` บริษัทสื่อในเครือ BEM พร้อมวางแผนซื้อเพิ่มเป็น 28% ใน 2-3 ปี หวังกิจรวบสื่อโฆษณาใน MRT -ทางด่วน ด้านโบรกฯ มองเพิ่มโอกาสเติบโตในอนาคต แต่ระยะสั้นยังไม่เห็นประโยชน์มากนัก

            ราคาหุ้นบริษัท แพลนบี มีเดีย จำกัด (มหาชน) หรือ PLANB ปรับตัวขึ้นอย่างโดดเด่น พร้อมกับปริมาณหุ้นที่ซื้อขายหนาแน่น โดยราคาหุ้นแตะระดับสูงสุด 6.85 บาท นิวไฮรอบราว 2 เดือน ก่อนปิดการซื้อขาย (29 ม.ค.) ที่ 6.75 บาท เพิ่มขึ้น 0.25 บาท หรือ 3.85% มูลค่าการซื้อขาย 378.16 ล้านบาท ปริมาณหุ้นที่ซื้อขายเพิ่มขึ้นกว่า 417% จากที่ซื้อขายวันละ 13 ล้านหุ้น เพิ่มเป็น 56 ล้านหุ้น หลังจากบริษัทแจ้งข่าวการเข้าซื้อหุ้นบริษัท แบงคอก เมโทร เน็ทเวิร์คส์ จำกัด (BMN) ซึ่งเป็นบริษัทสื่อในเครือ บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM  

** ทุ่ม 262 ลบ.ซื้อหุ้นสื่อ BEM
            นายปรินทร์ โลจนะโกสินทร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร PLANB เปิดเผยว่า คณะกรรมการบริษัทได้อนุมัติให้เข้าซื้อหุ้นใน บริษัท แบงคอก เมโทร เน็ทเวิร์คส์ จำกัด (BMN) ในสัดส่วน 20% ใช้เงินลงทุน 262.2 ล้านบาทซึ่งมาจากกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน ในส่วนดังกล่าวเป็นการซื้อจากผู้ถือหุ้นกลุ่มอื่น ขณะที่ BEM ยังคงการถือหุ้นในสัดส่วน 65.2% เท่าเดิม
            บริษัทเล็งเห็นถึงศักยภาพของบีเอ็มเอ็นในฐานะพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ที่สำคัญ และได้ศึกษาความเป็นไปได้ในการเข้าร่วมลงทุนในบีเอ็มเอ็นมาตั้งแต่ที่ได้เริ่มร่วมงานกันปี 2554 จากธุรกิจของทั้งสองบริษัทซึ่งมี Synergy ต่อกันในธุรกิจสื่อโฆษณานอกที่อยู่อาศัย รวมถึงศักยภาพทางธุรกิจในอนาคตจากสิทธิ์ในการบริหารเชิงพาณิชย์ที่ได้รับบนโครงการต่างๆ ของบีอีเอ็ม อาทิ สิทธิในการบริหารพื้นที่เชิงพาณิชย์ภายในสถานีรถไฟฟ้า MRT ซึ่งประกอบด้วย 3 สิทธิ ได้แก่ 1)การบริหารสือโฆษณาประชาสัมพันธ์ 2)การพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์ 3)การให้บริการระบบสื่อสารโทรคมนาคม ซึ่งสิทธิเชิงพาณิชย์ทั้ง 3 สิทธิ์ดังกล่าวจะเพิ่มมูลค่าทางธุรกิจขึ้นในอนาคตอันใกล้ จากการขยายเครือข่ายของรถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงินที่เพิ่มขึ้นจากจำนวน 19 ขบวนเป็น 54 ขบวน เพื่อเชื่อมต่อสถานีเพิ่มขึ้นจาก 18 สถานีเป็น 38 สถานี และมีระยะทางเพิ่มขึ้นจาก 20 กม. เป็น 47 กม.ครบตามแผนที่วางไว้ภายในปี 2563
            นอกจากนี้ยังมีโอกาสในการเติบโตจากเมกะโปรเจคต่างๆ กำลังถูกพัฒนาขึ้นในอนาคตอันใกล้ อาทิ New CBD บนสถานี MRT พระราม 9, One Bangkok project by TCC โครงการ Mixed-use มูลค่ากว่า 1.2 แสนล้านบาทบนสถานี MRT ลุมพีนี, Makkasan Complex บนสถานี MRT เพชรบุรี, New Bang Sue Grand Station เป็นสถานีเชื่อมต่อของผู้โดยสารจากระบบการขนส่งทางรถไฟสายต่างๆ อาทิ สายสีแดง สายสีน้ำเงิน สายสีม่วง แอร์พอร์ตลิ้ง และรถไฟจากทั่วประเทศ ซึ่งจะช่วยเพิ่มจำนวนผู้โดยสารขึ้นจาก 4 แสนคนต่อวัน สู่ระดับ 1 ล้านคนต่อวัน และการลงทุนในครั้งนี้ยังถือเป็นการเปิดโอกาสให้ทั้งแพลนบีและบีเอ็มเอ็นร่วมกันพัฒนาเชิงพาณิชย์บนโครงการทางด่วนทั้งสายศรีรัชและสายอื่นๆในอนาคตที่บีอีเอ็มเป็นผู้รับสัมปทาน เพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายผู้ใช้บริการทางด่วนอีกกว่า 2 ล้านคันต่อวัน ด้วยแนวโน้มการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญของธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับรถไฟฟ้า MRT และโครงการทางด่วนในอนาคต ถือเป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลให้บีเอ็มเอ็นสามารถสร้างรายได้ในระดับ 1,200 – 1,500 ล้านบาทต่อปี
            อีกทั้งในฐานะที่บีเอ็มเอ็นเป็นบริษัทในเครือของ BEMซึ่งเป็นผู้รับสัมปทานการให้บริการการเดินรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินและส่วนต่อขยายซึ่งมีอายุสัมปทานอีกกว่า 30 ปี รวมไปถึงโอกาสของจะเข้าประมูลสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีอื่นๆ และโครงการทางด่วนในอนาคต การลงทุนในครั้งนี้จึงเป็นทั้งการสร้างความเชื่อมั่น และรักษาสิทธิในสัมปทานเดิมที่แพลนบีได้รับจากบีเอ็มเอ็นให้คงอยู่ในระยะยาว และเป็นการเพิ่มโอกาสในการจัดหารายได้จากสื่อโฆษณาในระบบรถไฟฟ้าและโครงการทางด่วนที่จะขยายเส้นทางในกรุงเทพมหานครในอนาคต

** ตั้งเป้าถือเพิ่มเป็น 28% ใน2-3 ปี
            นายวัชรพงศ์ ลีโทชวลิต นักลงทุนสัมพันธ์ PLANB เปิดเผยว่า บริษัทมีเป้าหมายจะเข้าถือหุ้น BMN เพิ่มเป็น 28% ภายใน 2-3 ปี หรือก่อนที่ BMN จะเข้าจดทะเบียยนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ตามแผนที่ตั้งไว้ อย่างไรก็ตาม คาดว่าปีนี้สัดส่วนจะเพิ่มมากกว่า 20% ทำให้บริษัทสามารถรับรู้ส่วนแบ่งกำไรได้ ซึ่งในปี 60 BMN คาดการณ์จะมีกำไรสุทธิอยู่ที่ประมาณ 50 ล้านบาท และในอนาคตเชื่อว่าจะมีโอกาสจะเติบโต และช่วยสร้างกำไรเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง 

** เดินหน้าซื้อกิจการต่อเนื่อง
            บริษัทตั้งงบลงทุนปีนี้ตั้งไว้ที่ 600-800 ล้านบาท โดยแหล่งเงินทุนมาจากกระแสเงินสดในการดำเนินงาน ซึ่งจะนำไปลงทุนขยายสื่อดิจิทัล และจอ LED ให้ครอบคลุมมากขึ้น และบริษัทยังมีดีลเข้าซื้อกิจการหรือลงทุนเพิ่มเติมในธุรกิจสื่อในประเทศด้วย           

** โบรกฯ มองซื้อกิจการ เพิ่มโอกาสเติบโต 
            บล.บัวหลวง ระบุว่า เรามีมุมมองเชิงบวกต่อดีลนี้ เนื่องจากจะเพิ่มโอกาสแก่บริษัทในการขยายสื่อโฆษณานอกบ้านใน MRT และเพิ่มโอกาสในการเติบโตไปกับการขยายตัวของพื้นที่เชิงพาณิชย์ นอกจากนั้นโอกาสในการเติบโตในอนาคตค่อนข้างชัดเจน ทั้งจากการเปิดดำเนินงานของโครงการส่วนต่อขยายรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินซึ่งจะเพิ่มอีก 20 สถานี และรถไฟอีก 35 ขบวน รวมทั้งมีโอกาสในการเติบจากการทำธุรกิจในสถานีรถไฟฟ้าอีก 16 สถานี ของรถไฟฟ้าสายสีม่วง อย่างไรก็ตามโอกาสในการพัฒนาสื่อโฆษณายังคงต้องรอการอนุมัติจากการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (MRTA) 
            เรามองว่าเงินลงทุนรวมที่ 262 ล้านบาท ซึ่งคิดเป็น PER ปี 2560 ที่ประมาณ 30 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยภูมิภาค 26% นั้นสมเหตุผลสมผล ทั้งนี้ PLANB จะใช้กระแสเงินสดภายในกิจการเพื่อจ่ายชำระค่าหุ้นดังกล่าว (บริษัทมีสถานะการเงินเป็นเงินสดสุทธิ ณ สิ้นเดือน ก.ย. 2560) ทั้งนี้คาดว่าดีลจะเสร็จสมบูรณ์ก่อนวันที่ 31 มี.ค. และ PLANB จะเริ่มรับรู้ผลประโยชน์ได้ทันทีหลังจากนั้น อย่างไรก็ตามเราคาดว่ากำไรจะเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยในระยะแรก แต่มีโอกาสจะเพิ่มขึ้นถ้าหากบริษัทเพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นในอนาคต  
            คาดว่า PLANB จะรายงานกำไรสุทธิไตรมาส 4/60 ที่ 97 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 78% YoY โดยปัจจัยหนุนการเติบโตของกำไร YoY ได้แก่ 1) อัตราการเช่าใช้สื่อโฆษณาเดิม (มาอยู่ที่ 70% จากเดิม 52% ในไตรมาส 4/59), 2) รายได้จากโครงการใหม่ที่เปิดตัวในช่วงปี 2560 และ 3) รายได้ค่าธรรมเนียมจากการบริหารจัดการสิทธิประโยชน์ของสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย และบริษัทไทยแลนด์พรีเมียร์ลีก จำกัด ที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตามเราคาดว่ากำไรสุทธิไตรมาส 4/60 จะลดลง 36% QoQ เนื่องจากการชะลอตัวของเม็ดเงินโฆษณาในช่วงเดือน ต.ค. 2560 เราจึงทำการปรับลดคาดการณ์กำไรปี 2560 ลง 7% มาอยู่ที่ 469 ล้านบาท เพื่อให้สอดคล้องกับประมาณการกำไรไตรมาส 4/60 หากมองไปข้างหน้า การเติบโตของกำไรคาดว่าจะกลับมาแข็งแกร่งทั้ง YoY และ QoQ ในไตรมาส 1/61 หนุนโดยการฟื้นตัวของเม็ดเงินโฆษณา 
            แนะนำซื้อราคาพื้นฐาน 8.50 บาท
            ด้าน บล. ทิสโก้ ระบุว่า PLANB ประกาศเข้าซื้อหุ้นเพื่อขยายสื่อโฆษณาในระบบรถไฟฟ้าใต้ดิน โดยการลงทุนครั้งนี้จะเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยสร้างศักยภาพความสามารถในการแข่งขันและการเติบโตในระยะยาว เรายังคงแนะนำ “ซื้อ” จากวางแผนขยายสื่อโฆษณาใหม่ทั้งในประเทศและต่างประเทศเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง รองรับตลาดสื่อโฆษณานอกบ้าน Out of home media (OOH media) ที่ยังมีแนวโน้มเติบโตได้อีกมากจากสัดส่วนคิดเป็นเพียงแค่ 13% ของสื่อโฆษณาโดยรวม และจากพฤติกรรมผู้บริโภคที่ใช้เวลานอกบ้านเพิ่มขึ้นประกอบกับ OOH media เป็นสื่อโฆษณาที่ยังถูกเทียบกับสื่อโฆษณาดั้งเดิม เราคาดกำไรเติบโตเฉลี่ย 2 ปีที่ 27% (2018-19F) โดยราคาเป้าหมายอยู่ที่ 7.8 บาท
            ขณะที่ บล.เอเซีย พลัสมองในแง่ผลกระทบต่อผลประกอบการของ PLANB จะมีได้ส่วนแบ่งกำไรบริษัทร่วมจากการเข้าซื้อหุ้น BMN ราว 10 ล้านบาท/ปี ซึ่งยังมีสัดส่วนเพียงเล็กน้อย (โดยคาดว่าปี 2017 คาดว่า BMN มีรายได้ราว 600 ล้านบาท กำไรสุทธิ 50 ล้านบาท)  ฝ่ายวิจัยจึงยังคงประมาณเดิมต่อไป และให้คำแนะนำซื้อ PLANB ราคาเหมาะสมปี 2561 ที่ 7.30 บาท 

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด