ข่าวนี้ที่ 1

| 28 ธันวาคม 2559 | 17:05

IFECส่อเบี้ยวหนี้ตั๋วB/Eอีก200ลบ.

"สิทธิชัย"อดีตผู้บริหาร IFEC หวั่นบริษัทจ่อเบี้ยวหนี้ B/E อีกล็อต วงเงิน 200 ล้านบาท เหตุครบกำหนดชำระต้นเดือน ม.ค.60 แนะเรียกประชุมผู้ถือหุ้น เร่งแต่งตั้งบอร์ดสางปัญหา ยันไม่เกี่ยวข้องกับกรณีที่บริษัทผิดนัดหนี้ B/E วงเงิน 100 ล้านบาท เหตุลาออกมานานแล้ว ด้าน "หมอวิชัย"เข้าพบ ก.ล.ต. แจงมีกระแสเงินสดเพียงพอ และเร่งแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น  ส่วน บลจ.แลนด์แอนด์เฮ้าส์ ยอมรับเข้าลงทุนใน B/E ของ IFEC จำนวน 100 ล้านบาท เร่งติดตามการชำระคืนหนี้  โบรกฯแนะจับตาผู้บริหารชุดใหม่ หวั่นต้องเปลี่ยนธุรกิจหลัก ด้านตลท.สั่งแขวน SP หุ้น IFEC 

*** "สิทธิชัย" กังวล IFEC จะเบี้ยวหนี้อีก 200 ลบ.ในงวด ม.ค.60
    นายสิทธิชัย พรทรัพย์อนันต์ อดีตประธานเจ้าหน้าที่ผู้บริหารและกรรมการ   IFEC  ยืนยัน ไม่เกี่ยวข้อง กรณีการผิดนัดชำระตั๋วแลกเงินระยะสั้น (B/E)  วงเงิน 100 ล้านบาท ที่ครบกำหนดเมื่อวันที่ 15 ธ.ค. ที่ผ่านมา   เพราะก่อนดำเนินการลาออกได้ส่งมอบแผนงานในการบริหารจัดการหนี้เป็นช่วงเวลามากกว่า 2 เดือน และคณะกรรมการได้อนุมัติแล้ว แต่ผู้บริหารชุดปัจจุบันไม่เร่งรัดดำเนินการตามแผนที่วางไว้ และหากตนมีความจำเป็นต้องเซ็นต์เอกสาร ทางบริษัทก็สามารถติดต่อได้ทันที แต่ที่ผ่านมาไม่ได้รับการติดต่อใดๆ  นอกจากนี้บริษัทได้ทำการปลด CFO และพนักงานด้านการเงินแบบไม่มีสาเหตุเมื่อปลายเดือน พ.ย. ที่ผ่านมาด้วย  พร้อมยอมรับว่ากังวลการชำระตั๋ว B/E ในงวดถัดไปที่จะครบกำหนดสัปดาห์แรกของเดือน ม.ค. 60 อีกมูลค่า 200 ล้านบาท ถ้าหากผู้บริหารไม่ดำเนินการตามแผนที่วางไว้
    สำหรับแผนงานที่วางไว้เพื่อบริหารจัดการหนี้ ที่ปัจจุบันมีหนี้สิ้นรวมทั้งหมด 8,500 ล้านบาท แบ่งเป็น ตั๋วบีอี 3,200 ล้านบาท หุ้นกู้ 3,000 ล้านบาท และเงินกู้ลงทุนโครงการไฟฟ้า 1,700-1,800 ล้านบาท โดยเบื้องต้นได้วางแผนจะขายสินทรัพย์ โรงแรมดาราเทวี ซึ่งมูลค่าการขายอย่างต่ำอยู่ที่ประมาณ 4,000 ล้านบาท และขายโครงการโซลาร์ ฟาร์ม 5-10 เมกะวัตต์ ซึ่งประเมินหากขายได้ 4 เมกะวัตต์ จะได้ประมาณ 440 ล้านบาท
 
*** "สิทธิชัย" เตรียมลาออก 40 บริษัทย่อย ในสิ้นปีนี้ แต่ยังไม่คิดขายหุ้นเพิ่ม จากที่ถือ 72 ล้านหุ้น
    นายสิทธิชัย กล่าวว่า ได้ลาออกจากตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่ผู้บริหาร IFEC มีผล 1ธ.ค. ที่ผ่านมา เนื่องจากไม่อยากให้เกิดภาพความขัดแย้งของผู้บริหารภายในบริษัท เพราะคำนึงถึงภาพลักษณ์บริษัท รวมถึงเปิดทางให้ผู้ถือหุ้นใหม่เข้ามาดำเนินงานได้สะดวกมากขึ้น  และอยู่ระหว่างดำเนินการลาออกในบริษัทย่อยอีก 40 บริษัท ซึ่งคาดว่าจะดำเนินการครบเกือบทั้งหมดภายในสิ้นปีนี้
    นอกจากนี้ IFEC ควรจัดประชุมผู้ถือหุ้นโดยเร็วที่สุด เพื่อแต่งตั้งคณะกรรมการ เพราะปัจจุบันคณะกรรมการทยอยลาออกเหลือต่ำกว่า 4 คน จากเดิม 9 คน และขณะนี้ผู้ถือหุ้น 5-6 อันดับแรก สัดส่วนหุ้นรวม 21.4% ได้ยื่นต่อ ตลาดหลักทรัพย์ฯ และ ก.ล.ต. เพื่อเรียกร้องให้เกิดการประชุมผู้ถือหุ้น IFEC ขึ้น เพราะหากไม่มีคณะกรรมการการดำเนินงานต่างๆภายในบริษัทต้องหยุดชะงัก แต่ส่วนตัวจะไม่เสนอชื่อคณะกรรมการเพิ่มเติมในครั้งนี้
    อย่างไรก็ตามขณะนี้ยังไม่มีแนวคิดขายหุ้น IFEC ออกมาเพิ่มเติม  จากปัจจุบันถือหุ้นเป็นอันดับ 2 จำนวน 72 ล้านหุ้น  เพราะต้องการดูการทำงานของผู้บริหารชุดใหม่ ซึ่งในอนาคตหากมีทิศทางที่เด่นชัด อาจซื้อหรือขายเพิ่มเติมได้ และขณะนี้มีกลุ่มทุนเข้ามาเจรจาพร้อมเข้าซื้อหุ้นต่อด้วย แต่ยังไม่ได้ตัดสินใจ โดยส่วนตัวยังมองว่า IFEC เป็นบริษัทที่มีฐานะทางการเงินที่ดี โดยมีสินทรัพย์สูงกว่าหนี้ และมีโอกาสการเติบโตหากบริการจัดการภายในได้ดี แต่อยากย้ำว่าการเป็นบริษัทมหาชนไม่ได้เป็นบริษัทส่วนตัวของใคร ควรดำเนินการทุกอย่างตามกฎหมาย

***ปฎิเสธกินหัวคิว "มาการอง" 
    กรณีที่ถูกกล่าวหาว่ามีการกินหัวคิวจากการซื้อมาการองผ่าน บริษัท ไลท์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด  นายสิทธิชัย ได้ชี้แจงว่า  บริษัท ไลท์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด  มาขอซื้อแฟรนไชส์มาการองดาราเทวี เพื่อเปิด 1 สาขา เป็นสาขาที่ 18 ในกรุงเทพฯ ซึ่งเปิดได้ประมาณ 3-4 เดือน โดยอยู่ใต้อาคารอาคารสำนักงานของ IFEC โดยมีราคาขายที่สูงกว่าสาขาปกติ 20% เพราะเป็นการซื้อแฟรนไชส์มา และไม่สามารถมาขายในราคาทุนเท่าที่ซื้อมาได้ โดยที่ผ่านมา IFEC ได้อุดหนุนมาการองจากสาขาดังกล่าวประมาณเดือนละ 10,000 บาท เพื่อจัดเลี้ยงรับรองแขกเท่านั้น ซึ่งไม่มีนัยสำคัญอะไรตามที่ถูกกล่าวหา
    ทั้งนี้กำลังอยู่ระหว่างดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรม ในชั้นศาลยุติธรรม กับผู้ที่ให้ข้อมูลกล่าวหาและบิดเบือนความจริง เช่น กล่าวหาการเป็นสาเหตุให้ผิดนัดชำระตั๋วบีอี และปัญหาเรื่องการจัดซื้อมาการอง 

***หมอวิชัย แจง ก.ล.ต.ยืนยันไม่ได้ละเลยการแก้ปัญหา B/E
    นายศุภกร แย้มงามเหลือ ผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการ   IFEC เปิดเผยว่า  นายแพทย์วิชัย ถาวรวัฒนยงค์ ประธานบริษัทได้เข้าพบกับ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เพื่อชี้แจงกรณีบริษัทผิดนัดชำระหนี้ตั๋ว B/E ซึ่งได้รับรองว่าสามารถแก้ไขประเด็นนี้ได้ เนื่องจากมีแผนงานที่ชัดเจน เพราะธุรกิจที่ดำเนินการอยู่ ยังมีกระแสเงินสดที่ดี และสร้างรายได้อย่างมีประสิทธิภาพ 
    โดยผู้บริหารบริษัทปัจจุบัน ยืนยันมิได้ละเลยต่อการแก้ปัญหาตั๋ว B/E โดยเมื่อเดือน พ.ย. ที่ผ่านมา เกิดกรณีกรรมการลาออก ทำให้ไม่สามารถดำเนินการด้วยมติบอร์ดได้ ทางนายวิชัย จึงได้เรียกประชุมด่วน แต่นายสิทธิชัย พรทรัพย์อานันต์ และนายแชมป์ ศรีโชคชัย ไม่ยอมเดินทางมาประชุม อีกทั้งหลังจากที่ประชุม มีมติตั้งกรรมการใหม่แล้ว ปรากฏว่านายสิทธิชัย ได้ไปยื่นเรื่องคัดค้าน ที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้า
    "ขณะนี้บริษัทได้ส่งเอกสาร ในการแก้ไขประเด็นดังกล่าว ไปยังกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เรียบร้อยแล้ว และมีการส่งจดหมายสอบถามกลุ่มผู้ถือหุ้น เพื่อขอยืนยันจำนวนหุ้น ซึ่งทางคณะกรรมการจะได้ตรวจสอบความถูกต้อง พร้อมดำเนินการตามขั้นตอนทันที"

*** IFEC ยืนยันพันธมิตร สนใจร่วมทุนธุรกิจโรงแรมดาราเทวี รอแก้ปัญหาภายใน
    นายศุภกร กล่าวว่า  ทางผู้ร่วมทุนใหม่ ยังแสดงความชัดเจนว่า จะเข้าร่วมทุนกับ แค่รอให้บริษัทจัดการปัญหาภายในให้เรียบร้อยก่อนเท่านั้น ซึ่งธุรกิจที่พันธมิตรใหม่ให้ความสนใจคือ โรงแรมดาราทีวี ที่มีมูลค่าไม่ต่ำกว่า 6 พันล้านบาท
    นอกจากนี้ บริษัทยังมีหลายประเด็นที่ต้องตรวจสอบ หลังจากก่อนหน้านี้ มีข่าวความผิดปกติ  กรณีบริษัทต้องซื้อขนมมาการอง ที่ผลิตโดยโรงแรมดาราเทวีซึ่งเป็นบริษัทลูก โดยผ่านบริษัท ไลท์ คอร์ปอเรท ที่ไม่เกี่ยวข้องใดๆกับ IFEC 
 
 *** LHFUND เร่งตามหนี้ B/E ของ IFEC มูลค่า 100 ลบ. 

    นางสาวเพียงดาว วัฒนายากร กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด หรือ LHFund เปิดเผยว่า  ปัจจุบัน LHFund มีกองทุนภายใต้การจัดการเพียงกองทุนเดียวที่เป็นกองทุนประเภทตราสารหนี้ โรลโอเวอร์ ประเภท TERM FUND (มีการกำหนดระยะเวลาลงทุน) ซึ่งจะครบกำหนดในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2560 ที่ได้เข้าลงทุนในตั๋วแลกเงินของ IFEC เป็นจำนวนเงิน 100 ล้านบาท
     ทั้งนี้ LHFund ขอให้ความมั่นใจแก่ผู้ถือหน่วยลงทุน โดยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ทาง บลจ.ไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้เร่งติดตามความคืบหน้าการชำระหนี้จาก IFEC อย่างใกล้ชิดเพื่อประโยชน์แก่ผู้ถือหน่วยลงทุนเป็นสำคัญ โดยหากมีความคืบหน้าจะดำเนินการแจ้งผู้ถือหน่วยลงทุน ตัวแทนขายและผู้ที่เกี่ยวข้องทราบทันที
     “ที่ผ่านมาเราได้ใช้ดุลยพินิจในการลงทุนโดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุนเป็นหลัก อย่างไรก็ตามจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น LHFund ยืนยันว่าได้เร่งติดตามความคืบหน้าอย่างใกล้ชิดเพื่อรักษาผลประโยชน์ให้แก่ผู้ถือหน่วยลงทุน โดยต้องรอติดตามว่า IFEC ว่าจะสามารถนำเงินมาชำระหนี้ตั๋วแลกเงินเมื่อถึงกำหนดในครั้งถัดไปได้หรือไม่” นางสาวเพียงดาว กล่าว
 
*** ตลท.แขวน SP หุ้น IFEC หลังไม่ชี้แจงเหตุเบี้ยวหนี้ B/E
    ตลาดหลักทรัพย์ฯ  ขึ้นเครื่องหมาย H   หุ้น IFEC  หยุดพักการซื้อขายหลักทรัพย์เป็นการชั่วคราว ในการซื้อขายรอบเช้า วันที่ 28 ธ.ค.59 เนื่องจากปรากฏข่าวเกี่ยวกับการชำระหนี้ตั๋วแลกเงิน (B/E) ของบริษัทและตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้สอบถามข้อเท็จจริงไปยังบริษัทแล้ว  และบริษัทยังไม่ได้ชี้แจงสารสนเทศดังกล่าว ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสภาพการซื้อขายหลักทรัพย์ของบริษัทและการตัดสินใจในการลงทุนของผู้ลงทุนในหลักทรัพย์ IFEC 
    จากนั้นช่วงบ่าย ตลาดหลักทรัพย์ฯ แจ้งขึ้นเครื่องหมาย SP หยุดพักการซื้อขายหุ้น  IFEC ตั้งแต่รอบบ่ายของการซื้อขาย วันที่  28 ธ.ค. 59  เนื่องจาก ยังคงไม่ได้รับการชี้แจงเรื่องการชำระหนี้ตั๋วแลกเงิน (B/E) จากบริษัทซึ่งสารสนเทศดังกล่าวอาจส่งผลกระทบต่อสภาพการซื้อขายหลักทรัพย์ของบริษัท และการตัดสินใจในการลงทุนของผู้ลงทุนโดย ตลาดหลักทรัพย์ฯ จึงยังคงขึ้น SP หุ้น IFEC ต่อไปจนกว่าจะได้รับคำชี้แจงจากบริษัท

***โบรกฯ แนะจับตาผู้บริหารชุดใหม่ หวั่นต้องเปลี่ยนธุรกิจหลัก
    นักวิเคราะห์ บล. เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย)  มองกรณีความบาดหมางกันของผู้บริหารใน IFEC  จนนำไปสู่การผิดชำระหนี้ตั๋วเงินกู้จำนวน 100 ล้านบาท และอาจผิดชำระหนี้อีก 200 ล้านบาทในรอบกำหนดชำระเดือน ม.ค. 60 นี้  เนื่องจากไม่มีผู้มีอำนาจลงนามอนุมัติเงินชำระหนี้  แม้บริษัทฯมีเงินสดกว่า 1,200 ล้านบาท แต่ไม่สามารถชำระหนี้ได้ จะทำให้กลุ่มผู้ถือหุ้นใหม่จำเป็นที่ต้องเร่งจัดการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นขึ้นเพื่อแต่งตั้งผู้มีอำนาจขึ้นมา ซึ่งจากการบริหารงานและเรื่องราวบาดหมางในอดีตอาจทำให้ กลุ่มผู้บริหารเดิมอาจต้องพ้นออกจากตำแหน่งไปด้วย ส่งผลให้โครงการต่างๆที่บริษัทฯวางแผนไว้อาจจะต้องยุติลง หรือเปลี่ยนแปลงไป
    นอกจากการเข้ามาแก้ปัญหา B/E  แล้ว ยังต้องจับตาความสามารถในการบริหารงานของผู้บริหารชุดใหม่ด้วยว่าจะสามารถดำเนินธุรกิจพลังงาน และโรงแรมต่อไปได้หรือไม่ ซึ่งหากไม่สามารถบริหารได้อาจทำให้บริษัทฯต้องขายทรัพย์สินที่มีออกมา และเปลี่ยนแปลงการดำเนินธุรกิจหลักไป ซึ่งคาดว่าทุกอย่างจะมีความชัดเจนหลังจากการจัดประชุมผู้ถือหุ้นแล้ว
     ทั้งนี้ IFEC ไม่ได้อยู่ในการวิเคราะห์ของเมย์แบงก์ กิมเอ็ง แล้วตั้งแต่ช่วงเดือน พ.ย. 59 เนื่องจากพัฒนาการต่างๆ ของบริษัทไม่เป็นไปตามที่ผู้บริหารวางแผนเอาไว้ และมีแนวโน้มที่จะเปลี่ยนผู้บริหารใหม่ทั้งหมดอีกด้วย อย่างไรก็ตามจะกลับมาอยู่ในการวิเคราะห์อีกครั้งหลังจากมีความชัดเจนขึ้น
 

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด