ข่าวนี้ที่ 1

| 28 มิถุนายน 2560 | 16:04

AOTสงบศึก"ธนารักษ์"เคาะค่าเช่าที่สุวรรณภูมิ-ลุยพัฒนาสนามบินเฟส2

    "ท่าอากาศยานไทย"จูบปาก"กรมธนารักษ์" สรุปค่าเช่าที่ดินสนามบินสุวรรณภูมิ ให้ AOT จ่ายส่วนแบ่งรายได้ 5%  และ 3% ของ ROA แต่ไม่เก็บย้อนหลัง 6 ปี เริ่มมีผลตั้งแต่งบปี 61 ( ต.ค.60-ก.ย.61) ด้านผู้บริหารการท่าฯคาดได้ผู้รับเหมาสุวรรณภูมิเฟส 2 มูลค่ารวม 2.5 หมื่นลบ.ในช่วง ส.ค.-ต.ค.นี้ พร้อมเปิดขายซองประมูล APM ด้วยวิธีพิเศษปลาย ก.ค.นี้ คาดรายได้ปีงบประมาณ 60 ดีกว่าปีก่อน หลังจำนวนผู้โดยสารรอบ 8 เดือน(ต.ค.59–พ.ค.60)โต 7.17% เที่ยวบินเพิ่ม 6.21%

***AOT-ธนารักษ์ สรุปค่าเช่าที่ดินสุวรรณภูมิ
    นายนิตินัย ศิริสมรรถการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT เปิดเผยว่า บริษัทได้ข้อสรุปในการจัดเก็บค่าเช่าที่ราชพัสดุกับกรมธนารักษ์ ในส่วนพื้นที่เชิงพาณิชย์ของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิแล้ว โดยกรมธนารักษ์จะจัดเก็บจากส่วนแบ่งรายได้ 5% ซึ่งเป็นอัตราเดิม และคิดส่วนที่เพิ่มจากผลตอบแทนสินทรัพย์ (ROA) ในอัตรา 3% ของมูลค่าที่ดิน เช่น ร้านค้าดิวตี้ฟรี และ โรงแรม ทั้งนี้ AOT จะให้ผู้ประกอบการภายในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ รับภาระส่วนต่างดังกล่าว
    ส่วนที่ดินเปล่าที่รอการพัฒนาหรือแปลง 37 หรือประมาณ 600-700 ไร่นั้น หากยังไม่มีสิ่งปลูกสร้างจะเก็บ ROA ในอัตรา 2% แต่เมื่อก่อสร้างโครงการแล้วเสร็จจะจัดเก็บในอัตรา 3% สำหรับเขตปลอดภาษีในสนามบิน (Free Trade Zone) พื้นที่ราว 420 ไร่ จะจัดเก็บในอัตรา 1% ของกำไรสุทธิของงานบริหารพื้นที่ เพราะเป็นพื้นที่ช่วยเหลือผู้ส่งออก โดยการจัดเก็บแบบใหม่จะเริ่มมีผลใช้ตั้งแต่งวดปี 61 ( ต.ค.60-ก.ย.61) โดยสัญญาเช่าที่ราชพัสดุจะหมดในปี 64 
    นายนิตินัย กล่าวว่า ในส่วนของค่าเช่าที่จะเก็บย้อนหลังในช่วงปี 55-60 นั้น กรมธนารักษ์จะไม่คิดค่าตอบแทนแบบ ROA แต่ให้คิดส่วนต่างจากอัตราเงินเฟ้อของแต่ละปี ของจำนวนเงินที่ AOT ได้จ่ายค่าเช่าที่แบบส่วนแบ่งรายได้ 5% ไปแล้ว โดยคาดว่าในส่วนนี้จะมีจำนวนไม่มาก
    "อัตราผลตอบแทนการใช้ที่ดินสนามบินสุวรรณภูมิที่บริษัทจะต้องจ่ายให้กรมธนารักษ์ เบื้องต้นได้เห็นชอบในหลักการร่วมกันแล้ว โดยจะแบ่งออกเป็น 3 ประเภท คือ 1. พื้นที่เขตการบิน (Air side) ไม่ต้องจ่ายผลตอบแทน 2. พื้นที่พาณิชย์เชิงบริการ เช่น (Free Zone) จะจ่ายผลตอบแทนต่อเมื่อ AOT มีรายได้ และ 3. พื้นที่เชิงพาณิชย์เต็มรูปแบบ ซึ่งจะต้องจ่ายผลตอบแทนต่อ ROA ในสัดส่วน 3% โดยจะเริ่มใช้ตั้งแต่ปีงบประมาณ 61 เป็นต้นไป เชื่อว่าจะไม่กระทบกับกำไรสุทธิของบริษัท"นายนิตินัย กล่าว

*** มั่นใจรายได้ปีงบ 60 สูงกว่าปีก่อน
    นายนิตินัย กล่าวว่า คาดรายได้ปีงบประมาณ 60(ต.ค.59-ก.ย.60) จะดีกว่าปีก่อน ตามจำนวนผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยมองว่าปริมาณผู้โดยสารปีนี้จะเติบโตตามเป้าหมายที่ 7% จากปีก่อน หรือคิดเป็นรายได้เพิ่มขึ้น 5.2 หมื่นล้านบาท โดยผลการดำเนินงานรอบ 8 เดือนของปีงบประมาณ 60 (ต.ค.59–พ.ค.60) จากท่าอากาศยานทั้ง 6 แห่งมีจำนวนผู้โดยสารอยู่ที่ 86.9 ล้านคน เติบโตแล้ว 7.17% จากปีก่อน โดยแบ่งเป็นระหว่างประเทศ 48.2 ล้านคน เติบโต 4.56% และในประเทศ 38.6 ล้านคน เติบโต 10.6% ในขณะจำนวนเที่ยวบินเพิ่มขึ้น 6.21% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันปีก่อน

*** ลั่นได้ผู้รับเหมาโครงการสุวรรณภูมิเฟส 2 ภายใน ต.ค.นี้
    นายนิตินัย กล่าวว่า สำหรับโครงการพัฒนาสนามบินสุวรรณภูมิเฟส 2 รวม 3 โครงการ มูลค่า 2.5 หมื่นล้านบาท ได้แก่ โครงการ ระบบขนส่งผู้โดยสาร(APM), อาคาร Sattelite และระบบสายพานลำเลียง โดยโครงการ APM จะใช้วิธีการประมูลแบบพิเศษโดยจะใช้ราคากลางเดิมที่ 2,895 ล้านบาท โดยจะเปิดขายซองประมูลได้ภายในช่วงปลายก.ค.นี้ ซึ่งได้ส่งจดหมายเชิญไปทั้งหมด 4 ราย แต่เชื่อว่าจะมีผู้เข้าร่วมเพียง 3 รายเท่านั้น ส่วนโครงการสร้างอาคารสำนักงาน-อาคารจอดรถ และโครงการขยายอาคารฝั่งตะวันออก จะสามารถประมูลได้เสร็จสิ้นทั้งหมดภายในปีนี้
    ด้านนายอเนก ธีระวิวัฒน์ชัย รักษาการรองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ สายงานวิศวกรและการก่อสร้าง AOT กล่าวถึงการเตรียมเปิดประมูล APM ของสนามบินสุวรรณภูมิ วงเงิน 2,895 ล้านบาทครั้งที่ 3 ว่า จะเสนอทีโออาร์ใหม่ให้คณะอนุกรรมการพัสดุอนุมัติในหลักการและเสนอคณะกรรมการกลางหากเห็นชอบกลางเดือน ก.ค.นี้ พร้อมทำหนังสือถึงบริษัทผู้ผลิตระบบฯ รายใหญ่ 4 ราย ประกอบด้วยมิตซูบิชิ ซีเมนต์ มองมาลิเย่ และบริษัทไอเอสไอ โดยครั้งนี้จะใช้วิธีพิเศษเชิญผู้ที่มีศักยภาพทั้ง4 รายมาเจรจา หากผ่านเงื่อนไขคุณสมบัติให้เสนอราคาแข่งกัน ผู้เสนอราคาต่ำสุดเป็นผู้ชนะ โดยจะต้องดำเนินการติดตั้งระบบแล้วเสร็จภายในเดือน ธ.ค.62 หลังโครงการล่าช้ากว่าแผนแล้ว 1-2 เดือน
    ส่วนการประมูลโครงการสุวรรณภูมิเฟสที่ 2 มีงานที่เหลือ รอประมูล อีก 4 งาน ประกอบด้วย 1.การก่อสร้างอาคารเทียบเครื่องบินหลังรองแห่งที่ 1 (แซทเทิลไลท์ ) มูลค่า 16,000ล้านบาท ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการเปิดประมูล 2.งานจัดซื้อพร้อมติดตั้งระบบสายพานลำเลียงกระเป๋าและระบบตรวจจับวัตถุระเบิดขาออก (BHS&EDS)ประมาณ 3,000 ล่านบาท 3.งานก่อสร้างส่วนขยายอาคารผู้โดยสารด้านตะวันออก 6,000-7,000 ล้านบาท และ4.ที่จอดรถด้านทิศตะวันออกพร้อมออฟฟิศ 1,000 ล้านบาท
    ส่วนความคืบหน้าโครงการจัดซื้อพร้อมติดตั้งระบบขนส่งผู้โดยสารอัตโนมัติ (Automated People Mover : APM) ที่สนามบินดอนเมือง วงเงิน 5,000 ล้านบาทว่า อยู่ระหว่างการสำรวจและออกแบบ คาดว่าจะเปิดประมูลต้นปี 2562 และ เริ่มก่อสร้างปี 2563

*** เร่งพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์ 6 สนามบิน
    นายนิตินัย กล่าวว่า บริษัทมีแผนที่จะเร่งเพิ่มรายได้จากการพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์ภายในสนามบิน 6 แห่ง โดยขณะนี้อยู่ระหว่างจัดทำแผนคาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2561 เบื้องต้นจะนำที่ดินว่างเปล่า 2 แปลงคือ แปลง 37 ของกรมธนารักษ์ ขนาด 990 ไร่และที่ดินของ ทอท. อีก 723 ไร่ ออกมาเปิดประมูลเพื่อให้เอกชนเข้าร่วมลงทุนในรูปแบบ PPP เบื้องต้นจะใช้วิธีเปิดให้เอกชนได้นำเสนอโครงการ
    “ปีนี้ยังเปิดประมูลไม่ได้ เพราะทอท. จะต้องเคลียร์เรื่องผลตอบแทนการใช้ที่ดินกับกรมธนารักษ์ให้เรียบร้อยก่อนซึ่งนัดหารือสัปดาห์หน้า คิดว่าจะตกลงกันได้ จากนั้น ทอท.จะเริ่มทำการศึกษาแผนการพัฒนาที่ดินเชิงพาณิชย์ทั้งหมด เพื่อวางแผนว่าจะเปิดประมูลพื้นที่ไหนได้ในช่วงไหนคาดว่าจะเห็นแผนชัดเจนในปีหน้า”

*** เล็งผุดฮับการบินภูมิภาค
    นายนิตินัย กล่าวว่า นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี มีแผนตรวจเยี่ยมทอท.ในเดือน ก.ค. นี้เพื่อรับทราบแผนบูรณาการให้บริการเที่ยวบินของท่าอากาศยานทั้ง 6 แห่ง โดย ทอท.มีแผนการขยายสนามบินต่อเนื่องทุกแห่ง แต่ยอมรับว่าในอนาคตระยะยาวจะไม่สามารถขยายได้แล้วเพราะแต่ละสนามบินมีพื้นที่จำกัด ดังนั้นอาจมีความจำเป็นที่จะต้องมีฮับการบินภายในประเทศเพิ่มขึ้น
    โดยที่ผ่านมานักวิชาการเคยมีการนำเสนอให้รัฐบาลเพิ่มฮับการบินให้ครบในทุกภาคเพื่อรองรับปริมาณการเดินทางที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะฮับในพื้นที่แถบตะวันออกและตะวันตกของไทย โดยอาจจะผลักดันให้อุดรธานีเป็นฮับการบินของภาคอีสาน เพื่อบรรเทาความแออัดสนามบินสุวรรณภูมิและดอนเมือง อย่างไรก็ตาม ทอท. มีความพร้อมหากรัฐบาลต้องการให้ทอท .เข้าไปช่วยบริหารฮับการบินในภูมิภาคต่างๆ

*** THAI จ่อหลุดพ้นแผนฟื้นฟูกิจการ 
    นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโญบายรัฐวิสาหกิจ(สคร.) เปิดเผยในงานเสวนา "โครงการความโปร่งใสในการก่อสร้างภาครัฐ หรือ Cost" ว่า บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) หรือ THAI เตรียมที่จะออกจากแผนฟื้นฟูกิจการ เนื่องจากขณะนี้การดำเนินงานเริ่มดีขึ้นจากที่ผ่านมา เริ่มกลับมามีกำไร แต่ยังต้องติดตามประสิทธิภาพในระยะยาว การดำเนินการตรงวัตถุประสงค์ที่การบินไทยวางแผนไว้หรือไม่ และจะมีความยั่งยืนหรือไม่ แต่ยังไม่ใช่ในปีนี้ 

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด