ข่าวนี้ที่ 1

| 28 มีนาคม 2560 | 17:05

จับตา กนง.ส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ยปลายปีนี้

             วงการคาดวันนี้ กนง.คงดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.50% แนะจับตามติเป็นเอกฉันท์หรือไม่ เพราะเทรนด์เงินเฟ้อ-ดอกเบี้ยเฟดเป็นขาขึ้น ชี้อาจเป็นแรงกดดันให้ กนง.ขึ้นดอกเบี้ยเร็วกกว่าที่คาด กูรูประเมินอาจปรับขึ้นครั้งแรกปลายปีนี้ หลังเงินเฟ้อล่าสุด 1.4% จ่อแซง ดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.50% อาจเป็น "ตัวเร่ง" เร็วขึ้น  ด้าน ธ.สแตนดาร์ดฯ แนะภาคธุรกิจรับมือต้นทุนพุ่ง  
     
      คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)จะประชุมเพื่อพิจารณาทิศทางอัตราดอกเบี้ยนโยบายครั้งที่ 2/2560 ในวันนี้ (29 มี.ค.60) ก่อนจะแถลงข่าวในเวลาประมาณ 14.00 น. ซึ่งตลาดส่วนใหญ่คาดการณ์ว่า กนง.จะคงดอกเบี้ยไว้ที่ระดับ 1.50%  อย่างไรก็ตาม ในช่วงที่เงินเฟ้อทั่วไปเริ่มขยับขึ้นมาจนใกล้ระดับของอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ประกอบกับอัตราดอกเบี้ยของ
สหรัฐฯ ที่มีแนวโน้มขาขึ้น อาจเป็น "ตัวเร่ง" ให้ กนง.ขยับดอกเบี้ยเร็วขึ้นเป็นปลายปีนี้ จากเดิมที่ตลาดคาดในปี61         

*** วงการประสานเสียง กนง.คงดอกเบี้ย 1.50%
      บล.ฟิลลิป คาด กนง.คงอัตราดอกเบี้ย โดยตลอดช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมานับตั้งแต่ 20 มี.ค. เป็นต้นมา ค่าเงินบาทเทียบดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นประมาณ 0.82% ซึ่งมากกว่าสกุลเงินอื่นในภูมิภาค (ยกเว้นเยนที่แข็งค่าขึ้นกว่า 2.43%) สอดคล้องกับเงินทุนจากต่างชาติที่ไหลเข้ามายังไทยและภูมิภาคมากขึ้น อย่างไรก็ดี ดัชนีตลาดหุ้นไทยยังคงผันผวนในกรอบแคบและมี Upside จำกัด ขณะที่การแข็งค่าของบาทที่เร็วเกินไปอาจส่งกระทบเชิงลบต่อการฟื้นตัวของภาคส่งออกในระยะต่อไปได้ ทั้งนี้ การที่บาทยังคงแข็งค่า และความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกมีมากขึ้น ทำให้คาดว่าการประชุม กนง. ในวันพุธที่ 29 มี.ค. นี้ จะมีการคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.50% ต่อไป
    บล.เคจีไอ กล่าวว่า นักเศรษฐศาสตร์ KGI คาด กนง. จะคงดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.50% และ กนง. มีโอกาสปรับเพิ่มประมาณการ GDP ปี 2560 จากปัจจุบันที่มองที่ 3.2% 
    บล.กรุงศรี  กล่าวว่า การประชุมของ กนง.ในวันที่ 29 มี.ค.คาดว่าจะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับ 1.5% ตามเดิมซึ่งเป็นปัจจัยที่ตลาดรับรู้อยู่แล้ว จึงไม่น่าจะส่งผลต่อบรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทยมากนัก
    ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่า กนง. จะมีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 1.50% ต่อเนื่องในการประชุม กนง. รอบสองของปี 2560 ในวันที่ 29 มี.ค.60 นี้ และน่าจะส่งสัญญาณยืนดอกเบี้ยที่ระดับต่ำต่อไปอีกระยะ โดยเฉพาะในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ เพื่อช่วยสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในประเทศ โดยเฉพาะภาคการบริโภคที่ยังคงเปราะบาง หลังมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจสิ้นสุดลง ขณะที่ผลของการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐฯ ต่อตลาดการเงินและเศรษฐกิจไทยในปัจจุบัน ยังคงอยู่ในระดับที่จำกัด 

*** คาด กนง. คงดอกเบี้ยตลอดช่วงครึ่งแรกของปี60 
    ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่า กนง. น่าจะยังคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทยที่ระดับ 1.50% ต่อเนื่องตลอดช่วงครึ่งแรกของปี60 เพื่อช่วยสนับสนุนให้การฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยมีความแข็งแกร่งมากขึ้น อย่างไรก็ดี คงต้องติดตาม จังหวะการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟดในช่วงที่เหลือของปีอย่างใกล้ชิด เพราะคงต้องยอมรับว่า หากเศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังสามารถประคองโมเมนตัมการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจได้อย่างต่อเนื่อง พร้อมๆ กับสัญญาณตึงตัวของตลาดแรงงาน และทิศทางเงินเฟ้อที่ขยับขึ้นเหนือระดับเป้าหมาย เฟดก็อาจจะมีความจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนท่าที และ/หรือส่งสัญญาณในเชิงที่คุมเข้มมากขึ้นกว่าเดิม ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าว อาจส่งผลต่อเนื่องมายังทิศทางดอกเบี้ยทั่วโลก และไทย
    
*** คาด กนง. ส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ยปลายปีนี้ 
    บล.เอเซีย พลัส กล่าวว่า กนง. น่าจะเริ่มส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ยปลายปีนี้ โดยประเด็นที่ทำให้เชื่อว่า กนง. น่าจะยืนดอกเบี้ยที่เดิมไประยะหนึ่งนั้น เนื่องจากสภาพคล่องในระบบของประเทศ ที่ปัจจุบันที่มีอยู่ราว 6 แสนล้านบาท (เทียบกับช่วงที่มีวิกฤติหนี้สาธารณะ ปี 2552-2553 ที่สภาพคล่องในประเทศที่มีอยู่ในระดับ 1 ล้านล้านบาท)  ยังนับว่าสูง (แม้ Fund Flow ที่ไหลออก ไปช่วงก่อนหน้า) ทั้งนี้แม้อัตราเงินเฟ้อไทยพุ่งขึ้นอย่างก้าวกระโดด โดยล่าสุดอยู่ที่ 1.44% ใกล้แตะอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.5% (ติดต่อกันตั้งแต่ เม.ย.2558)  และหากเงินเฟ้อเพิ่มขึ้นเร็ว และขึ้นมาสูงกว่าดอกเบี้ยนโยบายน่าจะหนุนให้ กนง. ต้องพิจารณาขึ้นดอกเบี้ยเร็วขึ้น จากในช่วงต้นปี 2560 ที่คาดว่า กนง. อาจจะไม่ขึ้นดอกเบี้ยนโยบายในปีนี้
    หากพิจารณาสถิติในอดีตพบว่า กนง. มักจะปรับขึ้นดอกเบี้ยหลังจากที่ เงินเฟ้อปรับตัวขึ้นล่วงหน้านานราว 6 เดือน  โดยจากข้อมูลอดีตพบว่าใน 3 ครั้งหลังมีประวัติการขึ้นดังนี้  
    1. ช่วงปี 2544  พบว่าเงินเฟ้อในเดือน ม.ค. 2544 อยู่ที่  1.32% หลังจากนั้นเงินเฟ้อพุ่งขึ้นต่อเนื่อง 5  เดือน  มาที่ 2.76% ใน พ.ค.ทำให้ กนง. จึงตัดสินใจขึ้นดอกเบี้ยครั้งแรกในเดือน มิ.ย. 2554 ราว 1% เป็น 2.25%  และหลังจากนี้ กนง. ไม่ขึ้นดอกเบี้ยอีกเลย  
     2. ช่วง ต.ค. 2546  เงินเฟ้ออยู่ที่ 1.27% และพุ่งต่อเนื่อง 11 เดือนติดมาที่ 3.55% ใน พ.ค.2547 ทำให้ กนง. จึงตัดสินใจขึ้นดอกเบี้ยครั้งแรกในเดือน ส.ค. 2547 ขึ้น 0.25 เป็น 1.5% และหลังจากนั้นขึ้นอีก 12 ครั้งละ 0.25% จนขึ้นไปสูงสุดที่ 5% มิ.ย. 2549   และหลังจากนั้น กนง. ยืนดอกเบี้ยไปอีก 6 เดือน  และ ดอกเบี้ยไทยได้เข้าสู่วัฎจักรดอกเบี้ยขาลง ตามเศรษฐกิจโลกที่มีปัญหาหนี้ซับไพร์มในปี 2550 เป็นต้นมา   
    3. ส.ค. 2552  หลังจากที่เงินเฟ้อขยับขึ้นจากที่ติดลบ 1.05% ขึ้นมาเป็นบวกที่ 3.48% ใน ก.ค.2553 หนุนให้ กนง. ขึ้นดอกเบี้ยครั้งแรก 0.25% เป็น 1.5% ในเดือน ก.ค. 2553 และ ขึ้นต่อเนื่องอีก 8 ครั้ง รวม 2%  เป็น  2.5% ใน  ก.ย.2554  
    เช่นเดียวกับ บล.กสิกรไทย ที่คาดว่า กนง.จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.5% ต่อไปตามเดิม โดยต้องติดตามมุมมองต่อเศรษฐกิจในประเทศ และทิศทางการดำเนินนโยบายการเงินนับจากนี้ หลังกลุ่มประเทศพัฒนาแล้วมีแววว่าจะลดการใช้นโยบายการเงินผ่อนคลาย นอกจากนั้น ต้องดูจำนวนเสียงในการโหวตว่าจะมีมติเป็นเอกฉันท์ที่ 7 เสียงหรือไม่  หากเริ่มมีจำนวนเสียงที่อยากให้ขึ้นดอกเบี้ยอาจเป็นสัญญาณต่อการขึ้นดอกเบี้ยในช่วงปลายปี
    ด้านนางอุสรา วิไลพิชญ์ นักเศรษฐศาสตร์อาวุโส  ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด (ไทย) กล่าวในงานสัมมนา “Global Research Briefing 2017” ว่า อัตราเงินเฟ้อที่น่าจะเพิ่มสูงขึ้นเป็นร้อยละ 1.8 อาจผลักดันให้ กนง. ปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายในช่วงปลายปีนี้ และอีก 2 ครั้งในปี61 ทำให้ต้นทุนทางการเงินที่ต่ำมาตลอดหลายปีจะกลับมาเริ่มสูงขึ้น ภาคธุรกิจจึงควรให้ความสำคัญกับการป้องกันความเสี่ยงเรื่องต้นทุนทางการเงินที่จะสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะความต้องการใช้เงินจะมีมากขึ้นอย่างต่อเนื่องเช่นกัน

*** ชี้ดอกเบี้ยเฟด เป็นตัวเร่งดอกเบี้ยในไทย  
     บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส กล่าวว่า คณะกรรมการนโยบายการเงินของไทยจะประชุมวันที่ 29 มี.ค.นี้ คาดว่าจะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย R/P 1 วันไว้ที่ 1.50% ก่อน เนื่องจากอัตราเงินเฟ้อยังไม่ได้กดดันมากเพราะราคาน้ำมันดิบที่ปรับขึ้นช้า ขณะที่อุปสงค์ในประเทศฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป 
    อย่างไรก็ดี ถ้าเฟดมีการปรับขึ้นดอกเบี้ยอีก 2-3 ครั้งในช่วงที่เหลือของปีนี้ ทางการไทยก็อาจต้องพิจารณาขยับขึ้นดอกเบี้ยด้วย แต่น่าจะพิจารณาเรื่องนี้ช่วยปลายๆ ปี 2560 เป็นต้นไป ทั้งนี้ปัจจุบัน Gap ระหว่างดอกเบี้ยระยะสั้นของไทยกับสหรัฐอยู่ที่ 0.50% ถ้าหากเฟดปรับขึ้นดอกเบี้ย 2-3 ครั้งๆละ 0.25% Gap ดอกเบี้ยจะเป็น 0% ถึง -0.25% ซึ่งกดดันให้ไทยต้องขยับดอกเบี้ยเพื่อบริหารจัดการเงินทุนเคลื่อนย้ายและอัตราแลกเปลี่ยน (ค่าเงินบาท)

*** กำหนดการประชุม กนง.ปีนี้ 
ครั้งที่    วัน/เดือน/ปี
1/2560    พุธที่ 8 กุมภาพันธ์ 2560    
2/2560    พุธที่ 29 มีนาคม 2560     
3/2560    พุธที่ 24 พฤษภาคม 2560    
4/2560    พุธที่ 5 กรกฎาคม 2560     
5/2560    พุธที่ 16 สิงหาคม 2560    
6/2560    พุธที่ 27 กันยายน 2560     
7/2560    พุธที่ 8 พฤศจิกายน 2560    
8/2560    พุธที่ 20 ธันวาคม 2560
 

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด