ข่าวนี้ที่ 1

| 28 กุมภาพันธ์ 2560 | 17:05

ส.นักวิเคราะห์ฯให้เป้าดัชนี 1,618 จุด กำไรบจ.โต 9.73%

      สมาคมนักวิเคราะห์การลงทุน คาดกรอบหุ้นไทยปีนี้ 1,453-1,669 จุด สิ้นปีแตะ 1,618 จุด จับตาการเมืองไทย ผลประกอบการ บจ. มาตรการกีดกันการค้าและปัญหาการเมืองต่างประเทศ ด้าน บล.เอเซีย พลัส มอง SET  ช่วงสั้นขาดปัจจัยบวกหนุน และยังถูกกดดันจากการจ่ายปันผล ฉุดดัชนีลง 14.56 จุด ขณะที่ บล.บัวหลวง คาด SET สัปดาห์นี้ ซึมลงทดสอบแนวรับ 1,560-1,547 จุด ส่วนแนวต้าน 1,570/1,580 จุด รอดูถ้อยแถลงปธน.สหรัฐฯ และประธานเฟด 

** ส.วิเคราะห์ฯ ให้กรอบ SET ปีนี้ 1,453-1,669 จุด EPS โต 9.73% 
    นางภรณี ทองเย็น อุปนายก สมาคมนักวิเคราะห์ฯ รองกรรมการผู้อำนวยการ บล.เอเซีย พลัส และนายรัชกฤษณ์พงศ์ เอกรังสรรค์ เลขาธิการและกรรมการผู้อำนวยการ สถาบันนักวิเคราะห์การลงทุน (IAA) เผย ผลสำรวจนักวิเคราะห์และนักลงทุนสถาบัน มองปีนี้หุ้นไทยขยับในกรอบ 1,453-1,669 จุด ส่วนสิ้นปีคาดอยู่ที่ 1,618 จุด โดยปัจจัยที่มีผลต่อตลาดหุ้นไทยในเชิงบวกมาจากเศรษฐกิจภายในประเทศเป็นหลัก รองลงมา การเมืองการเลือกตั้งในประเทศ และผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนตามลำดับ 
    ส่วนปัจจัยลบมาจากนโยบายของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เรื่องมาตรการกีดกันทางการค้าและการเปลี่ยนแปลงนโยบายด้านการเงินการคลัง และปัญหาเรื่องการเมืองในต่างประเทศ รวมถึงความเชื่อมั่นทางเครดิตและปัญหาหนี้เสีย  มองอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (GDP) ในปีนี้ อยู่ที่ระดับ 3.39% ด้านสัดส่วนราคาหุ้นต่อกำไร (Forward P/E) อยู่ที่ 14.95 เท่า กำไรต่อหุ้นของตลาดเฉลี่ยที่ 102.75 บาท ส่วนอัตราการเติบโตของกำไรต่อหุ้น(EPS Growth ) ปีนี้ 9.73% โดยต้องติดตามกำไรบจ. Q4/59 ทั้งหมดก่อนซึ่งอาจจะปรับประมาณการใหม่อีกครั้ง ในปีนี้มอง EPS สูงสุดในหมวดค้าปลีก-พลังงานโดดเด่น โดยคาดอัตราการเติบโตของกำไรต่อหุ้น 19.33% และ 18.24 % ตามลำดับ ส่วนหมวดอสังหาริมทรัพย์และพลังงานคาดว่าจะให้อัตราเงินปันผลสูงสุด 4.57% และ 3.84% ตามลำดับ 

**แนะหุ้นเด่น BANPU-STEC-PTTGC-SCB การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานรัฐหนุน 
    มองหุ้นเด่นปีนี้ BANPU-STEC-PTTGC และ SCB หลังการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานรัฐในปีนี้หนุน ซึ่งในปีก่อนมีจำนวน 15 โครงการที่ประมูลได้แล้ว คาดว่าจะเริ่มการลงทุนในปีนี้ และยังมีอีก 5 โครงการน่าจะเริ่มประมูลในปีนี้ซึ่งเป็นประเภทรถไฟฟ้าต่างๆ การลงทุนหุ้นปีนี้ควรเลือกหุ้น Growth Story ถือยาวอย่างน้อย 3 เดือน เนื่องจากภาพรวมการลงทุนระยะสั้นอาจเก็งกำไรยาก

**Fund flow ยังไหลออก    
    ด้านภาพรวมของเงินทุนต่างชาติ (Fund flow) มีแววไหลออก เนื่องจากเม็ดเงินดังกล่าวเริ่มไหลกลับไปตลาดหุ้นสหรัฐฯ หลังจากแนวทางเศรษฐกิจทรัมป์จะช่วยหนุนเศรษฐกิจภายในประเทศ แต่อย่างไรก็ตามเมื่อตลาดหุ้นสหรัฐฯ เริ่มแพง เม็ดเงินนักลงทุนต่างชาติจะไหลกลับเข้ามาในตลาดหุ้นภูมิภาครวมถึงตลาดหุ้นไทยในระยะสั้น เพราะมีระดับ PE ที่ถูกกว่า

**บล.เอเซีย พลัส มอง SET ขาดปัจจัยบวกหนุน-ถูกกดดันจากการจ่ายปันผล
    ดัชนีตลาดหุ้นไทย อาจเผชิญกับแรงขายเก็งกำไรจากความคาดหวังในผลประกอบการ 4Q59 ที่รายงานเกือบครบทุกบริษัทแล้ว และหลังจากนี้จะเริ่มเข้าสู่ช่วงฤดูกาลจ่ายเงินปันผล (ในช่วงปลายเดือน มี.ค. –พ.ค. 2560) โดยบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ส่วนใหญ่จะทยอยประกาศจ่ายเงินปันผลให้กับผู้ถือหุ้น โดยจากสถิติในช่วงเดือน มี.ค. – พ.ค. 2559 พบว่า มีบริษัทจดทะเบียนใน SET ประกาศจ่ายปันผลกว่า 408 บริษัท ซึ่งเม็ดเงินที่นำมาจ่ายปันผลให้กับนักลงทุน กดดันให้ SET Index ปรับตัวลดลงถึง 24.60 จุด (ในช่วงเดือน มี.ค. – พ.ค. 2559)
    ส่วนปี 2560 นี้ แม้บริษัทจดทะเบียนยังประกาศจ่ายปันผลยังไม่ครบทุกบริษัท แต่ล่าสุดได้ทยอยประกาศจ่ายปันผลในช่วงเดือน มี.ค. – พ.ค. 2560 ไปแล้วราว 157 บริษัท หรือคิดเป็นสัดส่วน 38.48% ของบริษัทที่ประกาศจ่ายปันผลในช่วงเดือน มี.ค. – พ.ค. 2559 ซึ่งเม็ดเงินดังกล่าวจะกดดันให้ SET Index ปรับตัวลดลงถึง 0.93% หรือคิดเป็น 14.56 จุด โดยแบ่งผลกระทบออกเป็นแต่ละช่วงเวลาได้ดังนี้ 
    แม้ในช่วงที่ผ่านมา หุ้นปันผลสูงจะให้ผลตอบแทนที่ดีกว่าตลาดฯ แต่จากสถิติในอดีต พบว่า ยิ่งใกล้วันขึ้นเครื่องหมาย XD มากเท่าไหร่ ผลตอบแทนที่ได้จะลดน้อยลงตามลำดับ ดังนั้น ฝ่ายวิจัยฯจึงแนะนำอีกกลยุทธ์ที่น่าสนใจ คือ เน้นลงทุนในหุ้น Growth Stock หรือ หุ้นที่มีแนวโน้มกำไรโดดเด่น และยังเติบโตอย่างต่อเนื่อง

** บล.บัวหลวงมอง SET สัปดาห์นี้ซึมลง จับตาถ้อยแถลง"ทรัมป์"
    บล.บัวหลวง คาดแนวโน้มตลาดหุ้นไทยสัปดาห์นี้ ซึมลงทดสอบแนวรับ 1,560/1,547 จุด ส่วนแนวต้าน 1,570/1,580 จุด เพื่อรอดูสุนทรพจน์สำคัญ จากประธานาธิบดีสหรัฐฯ และประธานเฟด ขณะที่การสิ้นสุดฤดูกาลประกาศงบการเงิน บริษัทจดทะเบียนไทย ภายในครึ่งแรกของสัปดาห์นี้ คาดส่งผลให้ตลาดหุ้น (ดัชนีฯ) ขาด
ประเด็นหนุนการลงทุน และตลาดจะหันมาเล่นหุ้น ปันผลสูง, Low Beta play และ หุ้นขนาดกลาง-เล็ก รายตัวที่มีประเด็นสนับสนุนระยะสั้น
    คาดกรอบดัชนีฯ ระยะเดือน 1,550-1,620 จุด แนะเลือกลงทุน ไปที่หุ้นที่ให้ผลตอบแทนเงินปันผลสูง จากเงินปันผลปี 2016 (หักระหว่างกาลแล้ว) สูงกว่า 4%

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด