สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย efinanceThai

หุ้น , หุ้นไทย , หุ้นวันนี้ , ตลาดหุ้น , ข่าวหุ้น

ข่าวนี้ที่ 1

| 27 ธันวาคม 2560 | 17:17

SUN เทรดสนั่นส่งท้ายปี ลุ้นวิ่งทะลุเป้า 7.90 บาท

SUN เทรดสนั่นส่งท้ายปี ลุ้นวิ่งทะลุเป้า 7.90 บาท

 

"ซันสวีท" มั่นใจเข้าเทรดวันแรกยืนเหนือจอง เหตุนักลงทุนเชื่อมั่นในแผนธุรกิจและการขยายตลาดทั้งในและต่างประเทศ  ยืนยันกลุ่มผู้ถือหุ้นใหญ่จะไม่ขายหุ้นออก ล่าสุดโชว์กำไรงวด 9 เดือนแรกปีนี้ที่ 111.49 ล้านบาท เติบโต 23.58% พร้อมตั้งเป้าหมายรายได้เติบโตไม่ต่ำกว่า 10% ต่อปี และอัตรากำไรขั้นต้นสูงกว่า 19%  โบรกฯให้ราคาเป้าหมาย 7.30-7.90 บาท มองธุรกิจแกร่งกว่าคู่แข่งรายอื่น เป็นผู้นำ 1 ใน 5 ของตลาดการส่งออกข้าวโพดหวานไทย

*** mai พร้อมรับ SUN เข้าเทรด
    ดร. สันติ กีระนันทน์ รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานผู้ออกหลักทรัพย์ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ตลาดหลักทรัพย์ฯ  รับ "ซันสวีท" ผู้ผลิตและจำหน่ายข้าวโพดหวานแปรรูปและผลิตภัณฑ์แปรรูปสินค้าเกษตรอื่นๆ ภายใต้ตราสินค้า “KC” เข้าจดทะเบียนและเริ่มซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ mai ในกลุ่มเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร โดยใช้ชื่อย่อในการซื้อขายหลักทรัพย์ว่า “SUN”  
    SUN เป็นผู้ผลิตและจำหน่ายข้าวโพดหวานแปรรูปและผลิตภัณฑ์แปรรูปสินค้าเกษตรอื่นๆ เช่น ข้าวโพดหวานบรรจุกระป๋อง ข้าวโพดหวานบรรจุถุงสูญญากาศ และข้าวโพดหวานแช่แข็ง ภายใต้ตราสินค้า King of Corn (KC) และรับผลิตตามคำสั่งภายใต้ตราสินค้าของลูกค้า โดยมีโรงงานตั้งอยู่ที่จังหวัดเชียงใหม่มีบริษัทย่อยคือ บจก. ซันสวีท อินเตอร์เนชั่นแนล ดำเนินธุรกิจจัดหาและซื้อมาจำหน่ายไปผลิตภัณฑ์อาหารและผลผลิตทางการเกษตร เช่น หอมหัวใหญ่สด แป้งมันสำปะหลัง สับปะรดบรรจุกระป๋อง เป็นต้น โดยจำหน่ายผ่านผู้นำเข้าและส่งออกอาหารกว่า 50 ประเทศทั่วโลก
    SUN มีทุนชำระแล้ว 215 ล้านบาท มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท ประกอบด้วยหุ้นสามัญเดิม 300 ล้านหุ้น และหุ้นสามัญเพิ่มทุน 130 ล้านหุ้น โดยเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนทั้งจำนวนต่อประชาชนครั้งแรก (IPO) เมื่อวันที่ 20-22 ธันวาคม 2560 ในราคาหุ้นละ 5.85 บาท คิดเป็นมูลค่าระดมทุน 760.50 ล้านบาท และมีมูลค่าหลักทรัพย์ ณ ราคา IPO 2,515.50 ล้านบาท มีบริษัท แอสเซท โปร แมเนจเม้นท์ จำกัด เป็นที่ปรึกษาทางการเงินและ บมจ. หลักทรัพย์ ฟิลลิป (ประเทศไทย) เป็นผู้นำการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย
    SUN มีผู้ถือหุ้นใหญ่ 3 ลำดับแรกหลัง IPO ได้แก่ กลุ่มครอบครัวแซ่ลิ้ม ถือหุ้น 69.83% นายภมร พลเทพ ถือหุ้น 0.47% และ Phillip Securities Pte Ltd - A/C Clients ถือหุ้น 0.47% การกำหนดราคาเสนอขาย IPO ที่ 5.85 บาทต่อหุ้น คิดเป็นอัตราส่วนราคาต่อกำไรสุทธิต่อหุ้น (P/E ratio) ที่ 18.87 เท่า โดยคำนวณจากกำไรสุทธิ 12 เดือนที่ผ่านมา (1 ตุลาคม 2559-30 กันยายน 2560) ซึ่งเท่ากับ 132.82 ล้านบาท หารด้วยจำนวนหุ้นทั้งหมดภายหลังการเสนอขายหุ้นครั้งนี้ (fully diluted) คิดเป็นกำไรสุทธิต่อหุ้นเท่ากับ 0.31 บาท ทั้งนี้ บริษัทมีนโยบายจ่ายปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นในอัตราไม่น้อยกว่า 50% ของกำไรสุทธิหลังหักภาษีและสำรองตามกฎหมาย ตามที่ได้กำหนดไว้ในข้อบังคับของบริษัทและกฎหมาย

***มั่นใจหุ้นเทรดวันแรกเหนือจอง
    นายองอาจ กิตติคุณชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซันสวีท จำกัด (มหาชน) หรือ SUN  ความมั่นใจราคาหุ้นที่จะเข้าซื้อขายวันแรก จะปรับตัวสูงกว่าราคาจอง เนื่องจากภายหลังการเดินทางไปนำเสนอข้อมูล 9 จังหวัดได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี และมีนักลงทุนสถาบัน 2 กองทุนสนใจติดต่อมาขอข้อมูล แม้บริษัทจะขายหุ้น IPO ให้รายย่อยทั้งหมด ซึ่งจุดแข็งของบริษัทคือการใช้เทคโนโลยีในการปลูกและใช้เครื่องจักรในการทำงานที่มีประสิบธิภาพ
    นายวิชา โตมานะ กรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวาณิชธนกิจ บริษัทหลักทรัพย์ ฟิลลิป(ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ในฐานะผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้นสามัญเพิ่มทุน ของบริษัท ซันสวีท จำกัด (มหาชน) หรือ SUN เปิดเผยว่า หุ้น SUN ได้เสนอขายหุ้นให้กับประชาชนทั่วไปได้จองซื้อหุ้น จำนวน 130 ล้านหุ้น ในราคาหุ้นละ 5.85 บาท มูลค่าที่ตราไว้ 0.50 บาท ระหว่างวันที่ 20-22 ธันวาคมที่ผ่านมา ปรากฏว่าได้รับความสนใจจากนักลงทุนจำนวนมาก โดยสามารถเสนอขายหุ้นได้หมดจนหุ้นไม่เพียงพอต่อความต้องการของนักลงทุน
    ปัจจัยที่ทำให้หุ้น SUN ได้รับการตอบรับที่ดีจากนักลงทุนนั้น เห็นได้จากการนำเสนอข้อมูลให้กับนักลงทุนทั้งในกรุงเทพและต่างจังหวัด ซึ่งได้รับการความสนใจเป็นอย่างดี มีการสอบถามเรื่องสินค้าของบริษัท รวมไปถึงแผนธุรกิจและการขยายตลาดทั้งในและต่างประเทศ ขณะที่การกำหนดราคาหุ้น ถือว่าอยู่ในระดับที่เหมาะสม โดยพิจารณาจากอัตราส่วนราคาต่อกำไรต่อหุ้น (P/E) เท่ากับ 18.87 เท่า ซึ่งมีส่วนลดประมาณ 17% จาก P/E ของหมวดธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม ที่มี P/E 22.73 เท่า ขณะที่บริษัทยังมีแนวโน้มการเติบโตที่ดี โดยเฉพาะธุรกิจสินค้าเกษตรแปรรูปที่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่ม จนทำให้มีสัดส่วนมาร์จิ้นเพิ่มขึ้น
     นายสมภพ ศักดิ์พันธ์พนม ประธานกรรมการ บริษัท แอสเซท โปร แมเนจเม้นท์ จำกัด ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน กล่าวว่า SUN จะเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ วันที่ 28 ธันวาคมนี้ ซึ่งเชื่อมั่นว่า ความโดดเด่นและการเป็นผู้นำในธุรกิจผลิตและจำหน่ายข้าวโพดหวานแปรรูปของประเทศไทย จะเป็นปัจจัยทำให้นักลงทุนเข้ามาลงทุนในหุ้น SUN และมั่นใจว่าหุ้น SUN จะสร้างผลตอบแทนที่น่าพอใจให้กับผู้ถือหุ้นและนักลงทุน ด้วยผลประกอบการที่เติบโตต่อเนื่องและนโยบายการจ่ายปันผลไม่ต่ำกว่า 50% ของกำไรสุทธิ

***ระดมเงินเพิ่มประสิทธิภาพ-ลดต้นทุนผลิต
    นายองอาจ  กล่าวว่า เงินที่ได้จากการระดมทุน จะมีส่วนสำคัญที่สร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่องให้กับบริษัท ทั้งการซื้อและปรับปรุงเครื่องจักร ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ช่วยลดต้นทุนในการผลิต และเพิ่มกำลังการผลิต โดยเฉพาะในส่วนของข้าวโพดหวานแช่แข็งที่ปัจจุบันมีกำลังการผลิตเต็มกำลังแล้ว นอกจากนี้ บริษัทจะนำเงินไปขยายฐานลูกค้าโดยเฉพาะลูกค้าต่างประเทศที่มีมาตรฐานสูงในการรับซื้อสินค้าของบริษัท และพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆในรูปแบบพร้อมรับประทานเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคให้มากยิ่งขึ้น
    “การพัฒนาเกษตรในยุค 4.0 อย่างต่อเนื่อง จะเป็นสิ่งที่ทำให้ SUN มีความโดดเด่นในอุตสาหกรรม จนรักษาความเป็นผู้นำในธุรกิจได้ และสามารถสร้างผลประกอบการให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง และขยายฐานลูกค้าทั้งในและต่างประเทศให้มากยิ่งขึ้น ซึ่งจะเป็นจุดเด่นที่ทำให้หุ้น SUN มีความน่าสนใจในกลุ่มอุตสาหกรรมเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร”  

*** ยืนยันกลุ่มผู้ถือหุ้นใหญ่ยังไม่ขายหุ้นออก
    นายองอาจ กล่าวยืนยันว่า กลุ่มผู้ถือหุ้นใหญ่ที่มีสัดส่วนถึง 70% จะไม่มีการขายหุ้นออกมาอย่างแน่นอน โดยต้องการให้ผู้ถือหุ้นเข้ามาถือหุ้นระยะยาว เพื่อสร้างธุรกิจร่วมกัน ซึ่งบริษัทได้เตรียมตัวเข้าจดทะเบียนนานมาก และมีความเชื่อมั่นในธุรกิจ รวมถึงบริษัทมีนโยบายการจ่ายปันผลสูงไม่ต่ำกว่า 50%
    โดยภายหลังการเข้าจดทะเบียน บริษัทตั้งเป้าหมายรายได้เติบโตไม่ต่ำกว่า 10% ต่อปี และตั้งเป้าอัตรากำไรขั้นต้นสูงกว่าปี 60 ที่คาดว่าอยู่ที่ประมาณ 19%
    ในปี 61 บริษัทคาดว่าจะมีผลิตภัณฑ์ใหม่ 2-3 แห่ง เป็นผลิตภัณฑ์ประเภทพร้อมทาน โดยจะพยายามเพิ่มสัดส่วนการขายปลีกให้มากขึ้นเป็น 60% จากเดิม 50% เพราะการขายปลีกจะช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มได้ดีกว่า รวมถึงในอนาคตมีโอกาสจะทำผลิตภัณฑ์ข้าวโพดแปรรูป

*** โชว์กำไร 9 เดือน โต 23.58%
    บริษัท ซันสวีท จำกัด (มหาชน) หรือ SUN รายงานผลดำเนินงานไตรมาส 3/60 มีกำไรสุทธิ 58.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 38%จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 42.38 ล้านบาท ส่งผลให้งวด 9 เดือนปี 60 มีกำไรสุทธิ 111.49 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 23.58% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 90.33 ล้านบาท
    โดย อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit margin) งวด 9 เดือนปี 60 อยู่ที่ 21.15% จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่อยู่ 18.51% หลังสามารถบริหารจัดการด้านการส่งเสริมการปลูกข้าวโพดหวานอย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยการเพิ่มการมีส่วนร่วมการพัฒนาและให้ความรุ้การเพาะปลูกข้าวโพดหวาน ทำให้สามารถรับซื้อข้าวโพดหวานและนำมาผลิตได้อย่างสม่ำเสมอ ทำให้ต้นทุนคงที่ต่อหน่วยการผลิตลดลง
    ส่วนอัตรากำไรสุทธิ (Net Profit margin) งวด 9 เดือนปี 60 อยู่ที่ 8.75%เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีอัตรากำไรสุทธิ 6.82% เนื่องจากบริษัทสามารถบริหารจัดการต้นทุนการผลิตให้ดีขึ้น ประกอบกับมีรายได้ที่สูงขึ้น เป็นผลจากมีกำไรอัตราแลกเปลี่ยนที่สูงขึ้น และได้รับเงินชดเชยค่าเสียหายจากสถาบันการเงิน กรณีเป็นโจทย์ฟ้องอดีตพนักงานฐานทุจริต
     บริษัทมีรายได้รวมงวด 9 เดือนปี 60 ที่ 1,322.94 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีรายได้รวม 1,273.67 ล้านบาท โดยมีรายได้จากการขาย อยู่ที่ 1,310.58 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีรายได้ 1,2399.08 ล้านบาท

*** โบรกฯให้เป้า 7.30-7.90 บาท
    บทวิเคราะห์ บล.ฟินันเซีย ไซรัส ระบุ SUN เป็นผู้ผลิตและจำหน่ายข้าวโพดหวานแปรรูป ในรูปแบบกระป๋องแช่แข็งและบรรจุถุงสูญญากาศ ส่วนใหญ่เป็นการขายส่งออกสัดส่วนราว 81.83% ของรายได้รวม โดยขายไปมากกว่า 50 ประเทศทั่วโลก โดยในไทยถือเป็นผู้ส่งออกข้าวโพดหวานมากเป็นอันดับ 1 ของโลก ในขณะที่ราคาวัตถุดิบข้าวโพดหวานมีความผันผวนค่อนข้างตํ่า กอปรกับการปรับ Product Mix เพิ่มสัดส่วนสินค้าที่มีอัตรากำไรดี และการให้ความสำคัญกับการใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยควบคุมการปลูกข้าวโพดหวานผ่านโครงการ Smart Farming ทำให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพและสม่ำเสมอ ส่งผลให้บริษัทฯสามารถบริหารจัดการต้นทุนได้ดี มีพัฒนาการการเพิ่มขึ้นของอัตรกำไรขั้นต้นอย่างน่าประทับใจ 
    เราคาดกำไรสุทธิปี 2017 - 2018 จะเติบโต 25% Y-Y และ 32.7% Y-Y ตามลำดับ ปัจจัยหนุนการเติบโตปี 2018 มาจากความต้องการที่สูงขึ้นของลูกค้าต่างประเทศ, การฟื้นตัวของกำลังซื้อในประเทศ รวมถึงมีแผนขยายกำลังการผลิตและปรับปรุงประสิทธิภาพเครื่องจักรเพิ่มเติม ประเมินราคาเป้าหมายปี 2018 เท่ากับ 7.3 บาท (อิง PE 17 เท่า) ใกล้เคียงกับ PE เฉลี่ย 5 ปีย้อนหลังของ APURE ซึ่งอยู่ที่ 16 – 18 เท่า และที่ราคาเป้าหมายดังกล่าว คิดเป็น Implied PEG เพียง 0.94 เท่า
    บทวิเคราะห์ บล.โนมูระ พัฒนสิน ประเมินมูลค่าพื้นฐานปี 2018F ที่ 7.50 บาท/หุ้น อิง PER target ที่ 18x โดยมองว่าสมเหตุสมผลจาก SUN เป็นผู้นำ 1 ใน 5 ของตลาดการส่งออกข้าวโพดหวานไทย ประกอบกับพยายามสร้างมูลค่าเพิ่มในสินค้าไปสู่ธุรกิจข้าวโพดหวานแช่แข็ง และบรรจุถุงสูญญากาศ ที่จะส่งต่อยอดความมั่นคงทั้ง รายได้ และความสามารถในการทำกำไร คาดกำไรในอีก 3 ปี ข้างหน้าจะโตกว่า 21% ต่อปี
    โดยความสำเร็จของการขยายธุรกิจข้าวโพดหวานแช่แข็ง และบรรจุถุงสูญญากาศ ที่จะส่งผลให้เกิดการเติบโตของยอดขายประกอบกับความสามารถในการควบคุมต้นทุนการผลิตที่ดีขึ้น  ทั้งนี้แนวโน้มตลาดข้าวโพดหวานที่เพิ่มขึ้น ตามประสิทธิภาพในการเพาะปลูกที่จะสูงขึ้นและความต้องการของผู้บริโภคทั้งในประเทศ และต่างประเทศที่มากขึ้น
    บทวิเคราะห์ บล.เคที ซีมิโก้ คาด SUN จะมีกำไรปกติเติบโตเฉลี่ย 27% ต่อปี ใน 3 ปีข้างหน้า (60-63) จาก 148 ล้านบาท ในปี 60 เป็น 283 ล้านบาท ในปี 63 โดยคาดยอดขายโตเฉลี่ย 19%ต่อปี จากการขยายกำลังผลิต เพิ่มสินค้าใหม่ เพิ่มป ระสิทธิภาพการผลิตประเมินมูลค่าเหมาะสมปี 61 ไว้ที่ 7.80 บาท/หุ้น เราประเมินมูลค่าเหมาะสม SUN ปี 61 ไว้ที่ 7.80 บาท/หุ้น โดยอิงกับวิธี PER ที่ระดับ 18 เท่า โดยอิงกับส่วนลด 25% จากค่า PER ของกลุ่ม AGRO ปัจจุบันที่ 24 เท่า ซึ่งคิดเป็น PEG ประมาณ 0.5 เท่าของอัตราเติบโตกำไรต่อหุ้น 35% ในปี 61 และคิดเป็น PEG 0.7 เท่า เทียบกับอัตราการขยายตัวของกำไรต่อหุ้นในระยะ 3 ปีข้างหน้าเฉลี่ยที่ 27% ต่อปี
    บล.ฟิลลิป มอง SUN แกร่งกว่าคู่แข่งรายอื่น เนื่องจาก 1. เลือกชนะใจลูกค้าด้วยคุณภาพผลิตภัณฑ์และการส่งมอบที่สม่ำเสมอมากกว่าการแข่งขันด้านราคา  2. ปริมาณวัตถุดิบเข้าโรงงานที่สม่ำเสมอตลอดปี จากการสนับสนุนให้สมาชิกเกษตรกรเพาะปลูกด้วยเทคโนโลยี "สมาร์ทฟาร์ม" 3.ใส่ใจกระบวนการผลิตทุกขั้นตอน และลงทุนในเครื่องจกรที่ทันสมัย เพื่อความเป็นเลิศด้านการผลิต 4. ฐานลูกค้ากระจายอยู่กว่า 50 ประเทศทั่วโลก และ 5. ตราสารค้าเป็นที่นิยมและยอมรับ
    ทางฝ่ายประเมินราคาพื้นฐานปี 2561 ที่  i) 7.90 บาท/หุ้น อิง PE ที่ 18 เท่า ใกล้เคียงระดับซื้อขายในช่วงปี 2556-2559 ของ  19.3 เท่า ของระดับการซื้อขายเฉลี่ยของบริษัทที่ประกอบธุรกิจใกล้เคียงกัน ได้แก่ APURE ที่ 24.30 เท่า และ CM ที่ 14.20 เท่า  ii) 17.5 เท่าของระดับการซื้อขายกลุ่มอุตสาหกรรมอาหาร

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด