ข่าวนี้ที่ 1

| 27 กรกฎาคม 2560 | 17:05

PTTEP โกยกำไรโค้ง 2 พุ่ง 183% ผนึก ปตท. รุก LNG ครบวงจร

      ปตท.สผ. ฟันกำไร Q2/60 ที่ 7.5 พันลบ. โต 183% YoY ส่งผลครึ่งปีแรกมีกำไรสุทธิ 1.9 หมื่นลบ. มากกว่าปีก่อนทั้งปี พร้อมแจกปันผลระหว่างกาล 1.50 บ./หุ้น ขึ้น XD 8 ส.ค. นี้ พร้อมผนึก ปตท. เดินหน้ารุก LNG ครบวงจร เข้าลงทุน บ.ย่อยปิโตรนาส 10%   

 
*** กำไร Q2/60 พุ่ง 183% ผลจากค่าเสื่อมราคา-ค่าตัดจำหน่ายลดลง 
     นายสมพร ว่องวุฒิพรชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม  หรือ ปตท.สผ.
( PTTEP) เปิดเผยว่า  งวดไตรมาส 2/60 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 220 ล้านดอลลาร์สรอ. (เทียบเท่า 7,536 ล้าน บาท) เพิ่มขึ้น 183% จากไตรมาสที่ 2 ปี 2559 ที่มีกำไรสุทธิ 75 ล้านดอลลาร์ สรอ. (เทียบเท่า 2,661 ล้านบาท) โดยมีสาเหตุหลักจาก 
    1) ค่าเสื่อมราคา ค่าสูญสิ้นและค่าตัดจำหน่ายลดลงจำนวน 136 ล้านดอลลาร์ สรอ. โดยหลักจากการปรับปริมาณสำรองปิโตรเลียมเพิ่มขึ้น         2) ขาดทุนจากอนุพันธ์ทางการเงินโดยหลักจากการประกันความเสี่ยงราคาน้ำมันลดลง จำนวน 95 ล้านดอลลาร์ สรอ. 
    3) รายได้ค่าขายลดลง จำนวน 86 ล้านดอลลาร์ สรอ. โดยหลักมาจากปริมาณขายเฉลี่ยที่ลดลง
    ทั้งนี้ ปริมาณการขายเฉลี่ย อยู่ที่ 281,435 บาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวัน ลดลงจาก 320,657 บาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวันในไตรมาสที่ 2 /59 โดยหลักจากการปิดซ่อมบำรุงของโครงการบงกช  โครงการพื้นที่พัฒนาร่วมไทย-มาเลเซีย และการลดลงของปริมาณการขายของแหล่งมอนทาราอันเป็นผลของพายุไซโคลน แต่บริษัทยังคงสามารถรักษาต้นทุนต่อหน่วยที่ระดับต่ำได้ จึงทำให้มีอัตรากำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษีและค่าเสื่อมราคา (EBITDA Margin) สูงถึง 69%

*** รับอานิสงส์ราคาก๊าซพุ่ง ชดเชยราคาน้ำมันดิบอ่อนตัว
    งวดไตรมาส 2/60  บริษัทฯ ยังคงได้รับแรงกดดันจากราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่ปรับตัวลดลงจากไตรมาสก่อนหน้า ซึ่งส่งผลให้ราคาขายน้ำมันดิบและคอนเดนเสทลดลง อย่างไรก็ตาม ราคาขายก๊าซธรรมชาติได้ปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากสะท้อนราคาน้ำมันดิบย้อนหลัง 
6-12 เดือน ทำให้ราคาขายผลิตภัณฑ์เฉลี่ยยังทรงตัวอยู่ในระดับใกล้เคียงกับไตรมาสก่อนหน้า 
     ราคาขายเฉลี่ยในไตรมาสนี้อยู่ที่ 38.08 ดอลลาร์ สรอ. ต่อบาร์เรล  เพิ่มขึ้นจากไตรมาสที่ 2 ของปี 2559 ที่ 36.62 ดอลลาร์ สรอ. ต่อบาร์เรล ตามราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก
     ส่งผลให้บริษัทฯ มีรายได้รวม 1,032 ล้านดอลลาร์ สรอ. (เทียบเท่า 35,417 ล้านบาท) ลดลง 70 ล้านดอลลาร์ สรอ. เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ 2/59 ที่มีรายได้รวม 1,102 ล้านดอลลาร์ สรอ. (เทียบเท่า 38,891 ล้านบาท)
     นอกจากนี้ ค่าเงินบาทในช่วงไตรมาส 2/60 ปรับตัวมาอยู่ที่ 33.98 บาทต่อดอลลาร์ สรอ. ซึ่งแข็งค่าขึ้น  0.47 บาทต่อดอลลาร์ สรอ. เมื่อเทียบกับค่าเงินบาทของไตรมาส 1/60 ที่ 34.45 บาทต่อดอลลาร์ สรอ. เป็นผลให้ในไตรมาสดังกล่าว บริษัทมีการรับรู้กำไรและผลประโยชน์ทางภาษีที่เกี่ยวข้องกับอัตราแลกเปลี่ยน

*** ปันผลระหว่างกาล หุ้นละ 1.50 บาท ขึ้น XD 8 ส.ค.นี้  
     คณะกรรมการบริษัท ยังอนุมัติจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลสำหรับผลการดำเนินงานรวมของกลุ่มบริษัทฯ งวด 6 เดือนแรกของปี 2560 ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2560ถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2560 ในอัตราหุ้นละ 1.50 บาท โดยกำหนดวันที่ไม่ได้รับสิทธิรับเงินปันผล (XD) วันที่ 8 สิงหาคม 2560 และจ่ายปันผล วันที่ 25 สิงหาคม 2560

*** ครึ่งปีกำไรสุทธิ 1.98 หมื่นลบ. โตกว่า 100%  มากกว่ากำไรปีก่อนทั้งปี 
    สำหรับงวดครึ่งแรกของปี 2560 ปตท.สผ. มีรายได้รวม 2,121 ล้านดอลลาร์ สรอ. (73,693 ล้านบาท) ปรับลดลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว โดยราคาขายผลิตภัณฑ์เฉลี่ยของบริษัทปรับตัวขึ้นมาอยู่ที่ 38.04 ดอลลาร์ สรอ. ต่อบาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบ สูงขึ้นประมาณร้อยละ 6 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันกับปีก่อนตามราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ปรับตัวสูงขึ้น 
    ในขณะที่ปริมาณการขายปิโตรเลียมเฉลี่ยปรับตัวลดลงมา 10% อยู่ที่ 292,709 บาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวัน จาก 325,257 บาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวัน โดยหลักมาจากปริมาณการขายที่ลดลงของโครงการพีทีทีอีพี ออสตราเลเชีย การหยุดผลิตชั่วคราวของโครงการเอส 1 จากปัญหาข้อกฎหมายเรื่อง ส.ป.ก. รวมถึงผลกระทบจากการเรียกรับก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทยที่ลดลงจากการที่ราคา LNG ยังคงอยู่ในระดับต่ำ
    ทั้งนี้ ปตท.สผ. ยังสามารถลดต้นทุนการผลิตได้ตามเป้าหมายที่ 28.29 ดอลลาร์ สรอ. ต่อบาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบ ประกอบกับค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นส่งผลให้ผลประกอบการงวด 6 เดือนแรกของปี 2560 ปตท.สผ. มีกำไรสุทธิ 569 ล้านดอลลาร์ สรอ. (เทียบเท่า 19,820 ล้านบาท) เพิ่มขึ้นมากกว่า 100%  เมื่อเทียบกับครึ่งแรกของปี 2559 ที่มีกำไรสุทธิ 232 ล้านดอลลาร์ สรอ. (เทียบเท่า 8,286 ล้านบาท) โดยเป็นกำไรจากการดำเนินงานตามปกติ (Recurring Net Income) จำนวน 378 ล้านดอลลาร์ สรอ. (เทียบเท่า 13,154 ล้านบาท) และกำไรจากรายการที่ไม่ใช่การดำเนินงานปกติ (Non-recurring) จำนวน 191 ล้านดอลลาร์ สรอ. (เทียบเท่า 6,666 ล้านบาท)
    
    อนึ่ง กำไรสุทธิงวดครึ่งปีของ PTTEP มากกว่างวดปี59 ทั้งปี ที่มีกำไรสุทธิ 12,859.72 ล้านบาท ส่วนราคาขายเฉลี่ยอยู่ที่ 35.91 ดอลลาร์/บาร์เรล  ส่วนปริมาณขายเฉลี่ยอยู่ที่ 319,521 บาร์เรล/วัน เป็นระดับที่ใกล้เคียงกับปี 58 และต้นทุนต่อหน่วยอยู่ที่ 30.46 ดอลลาร์/บาร์เรล และในปีดังกล่าวมีขาดทุนจากการประกันความเสี่ยงราคาน้ำมัน มีการรับรู้การด้อยค่าของสินทรัพย์ ขณะที่มีการรับรู้กำไรและผลประโยชน์ทางภาษีที่เกี่ยวข้องกับอัตราแลกเปลี่ยน 71 ล้านดอลลาร์ ผลจากเงินบาทแข็งค่าขึ้น  

*** คาดน้ำมันดิบครึ่งปีหลัง 45 – 50 ดอลลาร์ สรอ. ต่อบาร์เรล 
    สำหรับแนวโน้มราคาน้ำมันดิบ บริษัทมองว่าราคาน้ำมันดิบดูไบในครึ่งปีหลังจะเคลื่อนไหวอยู่ในช่วง 45 – 50 ดอลลาร์ สรอ. ต่อบาร์เรล เนื่องจากอุปทานที่ยังคงปรับตัวสูงขึ นโดยหลักจากการผลิตน้ำมันดิบในสหรัฐอเมริกาที่เพิ่มขึนและทรงตัวอยู่ในระดับสูงที่ประมาณ 9.3 ล้านบาร์เรลต่อวัน ทั้งนี้ จำนวนแท่นขุดเจาะน้ำมันดิบในสหรัฐอเมริกาได้เพิ่มขึนอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปี โดยมีการคาดการณ์ว่าการผลิตน้ำมัน
ดิบในสหรัฐอเมริกาทั้งปี 2560 จะเพิ่มขึ้นจากปี 2559 ประมาณ 4 แสนบาร์เรลต่อวัน กอปรกับการเพิ่มกาลังการผลิตน้ำมันดิบของลิเบียและไนจีเรีย

*** คาดปริมาณขาย Q3/60ที่ 2.9 แสนบาร์เรล/วัน เพิ่มขึ้นจาก Q2/60 
    PTTEP ระบุว่า  บริษัทฯ พยายามมุ่งเน้นรักษาระดับการผลิตของโครงการในประเทศไทย โดยคาดว่าปริมาณการขายสำหรับไตรมาส 3 
ปี 2560 จะอยู่ที่ประมาณ 290,000 บาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวัน ซึ่งเพิ่มขึ้นจากไตรมาส 2 โดยหลักเนื่องจากการปิดซ่อมบำรุงตามแผนที่ลดลง รวมถึงการเพิ่มการผลิตของโครงการ MTJDA จากการที่ผู้ซื้อในประเทศมาเลเซียสามารถกลับมารับก๊าซธรรมชาติได้ตามปกติ 
    โดยบริษัทฯ คาดว่าปริมาณการขายเฉลี่ยทั้งปี 2560 จะอยู่ที่ประมาณ 300,000 บาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวัน ทั้งนี้ ยังคงมีความไม่แน่นอนของปริมาณการเรียกก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทยที่อาจได้รับผลกระทบจากราคา LNG ในตลาดโลกที่ยังคงอยู่ในระดับต่ำ อย่างไรก็ตาม บริษัทได้มีแนวทางลดผลกระทบดังกล่าวด้วยการปรับแผนการผลิตจากหลุมที่มีปริมาณคอนเดนเสทเพื่อชดเชยรายได้ในส่วนของก๊าซธรรมชาติที่อาจจะลดลง
     ราคาน้ำมันดิบของบริษัทจะผันแปรตามราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก ราคาก๊าซธรรมชาติซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์หลักของบริษัทนั้นมีโครงสร้างราคาส่วนหนึ่งผูกกับราคาน้ำมันย้อนหลังประมาณ 6-12 เดือน บริษัทคาดว่าราคาก๊าซธรรมชาติเฉลี่ยในไตรมาส 3 และทั้งปี 2560 จะอยู่ที่ประมาณ 5.6 ดอลลาร์ สรอ. ต่อล้านบีทียูและประมาณ 5.5 ดอลลาร์ สรอ. ต่อล้านบีทียูตามลำดับ เป็นผลจากการปรับตัวขึ้นของราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก (บนสมมติฐานราคานามันดิบดูไบเฉลี่ยทั้งปีที่ 49 ดอลลาร์ สรอ. ต่อบาร์เรล)

*** คาดต้นทุนต่อหน่วยใน Q3 ประมาณ 30 ดอลลาร์ / บาร์เรล
    การประกันความเสี่ยงราคาน้ำมัน ณ สิ้นไตรมาส 2 ปี 2560 มีปริมาณน้ำมันภายใต้สัญญาประกันความเสี่ยงที่ยังไม่ครบกำหนดอยู่ที่ประมาณ 4 ล้านบาร์เรล ทั้งนี้ บริษัทฯ มีความยืดหยุ่นในการปรับแผนการประกันความเสี่ยงราคาน้ำมันตามความเหมาะสม คาดว่าต้นทุนต่อหน่วยในไตรมาส 3 และทั้งปี 2560 จะอยู่ที่ประมาณ 30 ดอลลาร์ สรอ. ต่อบาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบและ 29 ดอลลาร์ สรอ. ต่อบาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบตามลำดับ ซึ่งเป็นไปตามการคาดการณ์เดิม
 
*** ผนึก ปตท.รุกธุรกิจ LNG เต็มสูบ เข้าลงทุน 10% ใน บ.ย่อยปิโตรนาส 
    ปตท.สผ. ได้เร่งขยายโอกาสการลงทุนอย่างต่อเนื่องตามกลยุทธ์ของบริษัทที่มองหาโอกาสการลงทุนใน LNG Value Chain ซึ่งเห็นได้จากการที่ ปตท.สผ. และ ปตท. ร่วมจัดตั้งบริษัท PTTGL เพื่อรุกธุรกิจ LNG โดยโครงการแรกเป็นการเข้าซื้อสัดส่วน 10% จาก Petronas ในโครงการ MLNG Train 9 ประเทศมาเลเซีย ซึ่งเป็นโรงงาน LNG Liquefaction ที่มีกำลังการผลิตปัจจุบัน 3.6 ล้านตันต่อปี และเป็นการสร้างฐานทางธุรกิจสำหรับรองรับการขยายการลงทุนในประเทศมาเลเซียในอนาคต รวมถึงแสวงหาโอกาสการลงทุนในแหล่งปิโตรเลียมอื่นๆ
 

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด