ข่าวนี้ที่ 1

| 27 มิถุนายน 2560 | 17:05

งบแบงก์ Q2 ทรงตัว-KBANKลั่นปีหน้าสินเชื่อโตกระฉูด

      กูรูประเมินงบกลุ่มแบงก์ Q2/60 เริ่มกลับมาเป็นปกติ  คาดอยู่ที่ 4.9 หมื่นลบ. เพิ่มขึ้น 2% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ส่วนสินเชื่อคาดโต 2% แต่มองส่วนใหญ่มาจากสินเชื่อธุรกิจมากกว่ารายย่อย ด้านผู้บริหาร KBANK มั่นใจสินเชื่อปีนี้โตตามเป้า-ปีหน้าโตกระฉูด 6-7% รับศก.ในประเทศฟื้น-โครงสร้างพื้นฐานเดินหน้า ส่วนผู้บริหาร BBL คาดสินเชื่อปีนี้โต 3-4% ด้านโบรกฯแนะ BBL-TCAP และ TMB น่าสนใจ  แต่ให้  TISCO เด่นสุดในกลุ่ม เหตุงบปีนี้ดีทุกไตรมาส 

*** มองงบแบงก์ Q2/60 ทรงตัว แนะ BBL-TCAP-TMB เด่น 
    บล.ทิสโก้ เปิดเผยถึงแนวโน้ม ผลประกอบการกลุ่มธนาคารพาณิชย์ ในไตรมาส 2/2560 ว่าจะเริ่มกลับมาเป็นปกติ โดยคาดจะอยู่ที่ 4.9 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 2% YoY เทียบกับ 18% และ 9% สำหรับช่วง Q4/59 และ Q1/60 ตามลำดับ หลังจากที่ค่าใช้จ่ายหนี้สูญและหนี้สงสัยจะสูญต่อสินเชื่อรวม (Credit cost) ทำจุดสูงสุดในช่วง Q1/59 ไปแล้ว และการเติบโตของรายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่เริ่มชะลอตัวลง 
    แต่คาดว่าผลประกอบการจะชะลอตัวลง 2% QoQ เนื่องจากปัจจัยทางฤดูกาลที่มีการตั้งสำรอง และค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่สูง  แม้รายได้จะเพิ่มขึ้น เราคาดว่าหุ้นที่จะมีการเติบโตดีขึ้น YoY ในช่วง Q2/60 ได้แก่ BBL, KBANK (จากการควบคุมต้นทุน), KKP, TCAP (การตั้งสำรองที่ลดลง) และ BAY (รายได้ที่เติบโตสูง) และธนาคารที่มีผลประกอบการลดลง QoQ ได้แก่ KTB, TMB, KBANK, KKP
    ธนาคารเปิดเผยว่า NPL มีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้น YTD เมื่อเทียบจากปีก่อน โดยคาดว่า NPL Formation จะเพิ่มขึ้น QoQ ในช่วง Q2/60F เนื่องจาก Q2 เป็นช่วง Low Season และอัตราการว่างงานที่เพิ่มขึ้น รวมถึงสินเชื่อพิเศษที่เพิ่มขึ้นใน Q1/60 นอกจากนี้เรามองว่า EARTH จะถูก KTB จัดชั้นเป็น NPL และเรามองอีกว่าธนาคารที่ไม่ได้มีการตั้งสำรองล่วงหน้า (KTB, KKP, TCAP) จะโดนกดดัน QoQ จากการตั้งสำรองที่เพิ่มขึ้น หรือ LLR/NPL ที่ลดลงใน Q2/60F
    ทั้งนี้ได้ประเมินมูลค่าที่เหมาะสมอ้างอิงวิธี SOTP โดยใช้ PBV ในการประเมินมูลค่า และมีความเสี่ยงคือ 1) การดำเนินนโยบายของภาครัฐ 2) ปัญหาทางการเมือง 3) ดอกเบี้ย, เงินเฟ้อ และค่าเงินที่ผันผวน 4) กฏเกณฑ์ของกลุ่มที่เข้มงวดขึ้น โดยหุ้นแนะนำของกลุ่มแนะนำ “ซื้อ” คือ BBL (มูลค่าที่เหมาะสม 200 บาท), TCAP (มูลค่าที่เหมาะสม 50 บาท และ TMB (มูลค่าที่เหมาะสม 2.50 บาท)

***  คาดสินเชื่อแบงก์ Q2/60 โตแค่ 2%  
    ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เปิดเผย ว่าคาดสินเชื่อสุทธิปิดไตรมาส 2/2560 ใกล้ 2% YoY ขณะที่ การแข่งขันด้านเงินฝากคงลดระดับลง การปรับลดอัตราดอกเบี้ยอ้างอิงสำหรับลูกค้ารายย่อยของธนาคารที่มีผลในเดือน พ.ค. ที่ผ่านมา ย้ำภาพความจำเป็นของธนาคารพาณิชย์ที่จะต้องบริหารสภาพคล่องให้เกิดประโยชน์สูงสุด ขณะที่ระดับสภาพคล่องที่ผ่อนคลายลงค่อนข้างมากในช่วงก่อนหน้านี้ คาดว่า จะยังเพียงพอรองรับการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องแต่ค่อยเป็นค่อยไปของสินเชื่อในไตรมาสที่ 2 ซึ่งทำให้คาดว่า แนวโน้มการแข่งขันด้านเงินฝากในระบบธนาคารในเดือน มิถุนายน 2560 คงจะยังไม่รุนแรง
    สำหรับแนวโน้มของสินเชื่อในไตรมาส 2/2560 นั้น ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่า สินเชื่อสุทธิ (เงินให้สินเชื่อ หักค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ) น่าจะปิดไตรมาส 2/2560 ที่ระดับใกล้เคียง 2.0% YoY สูงขึ้นเมื่อเทียบกับระดับ 1.26% YoY ณ สิ้นปี 2559 โดยประเมินว่า สินเชื่อสุทธิในเดือนมิถุนายน 2560 อาจปรับเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้าเป็นเดือนที่ 3  ติดต่อกัน แต่ก็คงยังต้องฝากความหวังไว้ที่สินเชื่อธุรกิจมากกว่าสินเชื่อรายย่อย 


*** BBLมั่นใจสินเชื่อปีนี้โตตามเป้า 3-5% รับอานิสงส์ลงทุนภาครัฐ 
    นายชาติศิริ โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด(มหาชน) หรือ BBL เปิดเผยว่า สินเชื่อปีนี้จะเติบโตได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ 3-5% โดยครึ่งปีที่ผ่านมาสินเชื่อยังขยายตัวได้ มาจากการลงทุนภาครัฐ และโครงการขนาดใหญ่ที่จะเกิดมากขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง
     "ภาพรวมสินเชื่อยังไปได้ดี เพราะเศรษฐกิจกลับมาฟื้นตัวได้ดีขึ้น ซึ่งมาจากโครงการภาครัฐเป็นส่วนใหญ่ เอสเอ็มอีก็โต กลุ่มลูกค้าที่ทำรับเหมา ก่อสร้างวัสดุต่างๆก็ได้รับอานิสงส์ไปด้วย"นายชาติศิริ กล่าว
    สำหรับหนี้ที่มิก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ของธนาคารยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นไปตามภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวก่อนหน้านี้ แต่อย่างไรก็ตาม ธนาคารได้ดูแลลูกค้าอย่างใกล้ชิดทำให้สามารถบริหารจัดการได้เป็นอย่างดี ประกอบกับ ธนาคารมีเงินกองทุนที่แข็งแกร่งสามารถรองรับต่อความผันผวนที่จะเกิดขึ้นได้ในอนาคต โดยปัจจุบันธนาคารมีอัตราส่วนค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญต่อเงินให้สินเชื่อด้อยคุณภาพที่ 160%
  
*** KBANK คาดสินเชื่อปีหน้าโต 6-7% ส่วนปีนี้มั่นใจโตตามเป้า 4-6%
    นายบัณฑูร ล่ำซำ ประธานกรรมการ ธนาคารกสิกรไทย จำกัด(มหาชน) หรือ KBANK เปิดเผยว่า สินเชื่อปีหน้าคาดการณ์เติบโต 6-7% จากปีนี้มั่นใจเติบโตตามเป้าหมายที่ 4-6% หลัง 5 เดือนสินเชื่อเติบโตแล้ว 2.3% โดยได้แรงหนุนจากการเดินหน้าการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ของรัฐบาล โดยเฉพาะโครงการรถไฟฟ้าสายต่างๆ และหากการลงทุนของภาครัฐเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะส่งผลถึงความต้องการสินเชื่อของธนาคารเติบโตมากขึ้น
    ขณะที่หนี้ที่มิก่อให้เกิดรายได้(NPL) ในปีนี้จะควบคุมให้อยู่ในระดับ 3.3-3.4% จากไตรมาส 1/60 อยู่ที่ 3.3% โดยประเมินว่า NPL ทั้งระบบจะยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจากการที่เศรษฐกิจยังไม่ฟื้นตัวเท่าที่ควร ซึ่งในส่วนของ KBANK ยังอยู่ในกรอบที่ธนาคารตั้งไว้ ซึ่งรวมไปถึงกรณี บริษัท เอ็นเนอร์ยี่ เอิร์ธ จำกัด (มหาชน) หรือ EARTH โดยมั่นใจว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อเป้าหมายทางการเงินของธนาคารที่ตั้งไว้
     " ปีนี้คาดว่าเศรษฐกิจไทยจะขยายตัวได้ 3.3-3.4% และ ปีหน้าจะขยายตัวดีกว่าปีนี้กว่าปีนี้ โดยเศรษฐกิจไทยในภาวะปัจจุบัน เชื่อว่าคงไม่เกิดวิกฤตเศรษฐกิจเช่นเดียวกับปี 40 แต่มีความท้ายทายที่แตกต่างกัน โดยเฉพาะความเสี่ยงจากเศรษฐกิจโลกโตช้า ภาระหนี้สินที่สูง และ การลงทุนที่มากเกินไป ซึ่งถือเป็นความเสี่ยงสมัยใหม่ที่แตกต่างจากอดีต" นายบัณฑูร  กล่าว 
  
 *** โบรกฯ ยก TISCO เด่นสุดในกลุ่ม คาดงบปี 60 ดีทุกไตรมาส  
    บล.โนมูระพัฒนสิน คาดกำไรสุทธิใน Q2/60 ที่ 1,440 ล้านบาท ยังเติบโตดี +19% y-y ผลักดันจากการตั้งสำรองที่ลดลง แต่คาดกำไรสุทธิลดลง -3% q-q เนื่องจากการลดลงของรายได้ค่าธรรมเนียม เพราะใน Q1/60 มีรายได้ค่าธรรมเนียมจาก IB รวมถึงคาดรายได้ดอกเบี้ยลดลงเล็กน้อยตามสินเชื่อที่ยังลดลง สำหรับใน Q3/60 เราคาดกำไรสุทธิเติบโต y-y, q-q จากการตั้งสำรองที่ลดลง 
    ส่วน  กำไรสุทธิใน Q3/60 คาดว่าเพิ่มขึ้น y-y, q-q เนื่องจากการตั้งสำรองที่ลดลงตามคุณภาพสินทรัพย์ยังดีต่อเนื่อง ประกอบกับแรงกดดันต่อการตั้งสำรองพิเศษที่ลดลงหลังจากที่ Coverage ratio ปรับตัวขึ้นมาสูง นอกจากนี้คาดสิ่นเชื่อเช่าซื้อจะลดลงในอัตราที่ดีขึ้น และสินเชื่อที่มีผลตอบแทนสูงอย่าง consumer loan จะเติบโตดีขึ้น จากปัจจัยบวกเหล่านี้คาดจะสามารถชดเชยการค่อยๆลดลงของ NIM ตามต้นทุนเงินทุนทีเพิมขึนได้  
    นอกจากนี้คาดสินเชื่อเช่าซื้อจะลดลงในอัตราที่ดีขึ้น และสินเชื่อที่มีผลตอบแทนสูงอย่าง consumer loan จะเติบโตดีขึ้น จากปัจจัยบวกเหล่านี้คาดจะสามารถชดเชยการค่อยๆลดลงของ NIM ตามต้นทุนเงินทุนที่เพิ่มขึ้นได้ เรายังคง TISCO เป็น Top pick ที่ TP17F 86 บาท เนื่องจาก คุณภาพสินทรัพย์ที่ยังดีต่อเนื่องสวนทางกับภาพรวมของกลุ่มธพ. ประกอบคาดผลประกอบการจะเติบโตได้โดดเด่น y-y ในทุกไตรมาสที่เหลือของปี โดยคาดกำไรสุทธิ  2560 จะโตเด่นที่สุดในกลุ่มที่ +20% y-y รวมถึงยังมี dividend yield ทีสูงถึง 5 ^ 6%
 

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด