ข่าวนี้ที่ 1

| 26 มิถุนายน 2560 | 17:05

กูรูลุ้น Window Dressing ดันดัชนีหุ้นไทยทะลุ 1,600 จุด

โบรกเกอร์ คาดสัปดาห์นี้ดัชนีหุ้นไทยทะลุ 1,600 จุด ลุ้น Window Dressing หนุน หลังกองทุนในประเทศ จ่อปรับพอร์ตทำราคาปิดงวดบัญชี เผยสถิติย้อนหลัง 5 ปี พบ 5 วันทำการก่อนปิดไตรมาส 2 ดัชนีให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 1.6-2% พร้อมแนะเข้าลงทุนหุ้นบลูชิพ เน้นกลุ่มแบงก์-ค้าปลีก- โรงพยาบาล รวมทั้งหุ้นปันผลสูง

*** ลุ้น Window Dressing ดันดัชนีแตะ 1,600 จุด
    นายสุกิจ อุดมศิริกุล กรรมการผู้จัดการและหัวหน้าฝ่ายวิจัย  บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย)  กล่าวว่า ในช่วงปลายไตรมาส 2/60  อาจจะได้เห็นกองทุนซื้อขายหุ้นเพื่อปิดงวดบัญชี(Window Dressing)ในหุ้นหลายกลุ่ม เนื่องจากที่ผ่านมา พบว่า ยังมีหุ้นหลายตัวมีราคาอยู่ในระดับต่ำ และมีหุ้นที่กองทุนถือจำนวนมาก ยังมีราคาติดลบ หรือปรับตัวขึ้นเล็กน้อยเท่านั้น ทั้งนี้ การทำ window dresing อาจผลักดันดัชนีหุ้นไทยไปที่ระดับ 1,600 จุดได้ 
    "ในเรื่องของผลตอบแทน หรือ สถิติการทำนั้น คงเป็นเรื่องที่ตอบยาก เพราะในแต่ละปี หรือ แต่ละไตรมาส สถานการณ์จะมีความแตกต่าง"นายสุกิจ กล่าว
    ด้าน บล.บัวหลวง  ระบุว่า สัปดาห์ที่ผ่านมา แม้ว่าดัชนีฯจะยังไม่ผ่าน แนวต้าน 1,585 จุด เพื่อขึ้นทดสอบ 1,600 จุด อย่างที่คาดแต่อย่างไรก็ตาม พบว่าการหมุนหุ้นสลับกลุ่มเล่นไปมา ยังสามารถทำให้ดัชนีฯยืนได้ และดัชนีฯยกฐาน ต่ำสูงขึ้น หุ้นรายตัวยังมีโอกาสในการเข้าเล่นรอบ
    โดยแนวโน้มสัปดาห์นี้ คงคาดมีโอกาสขึ้นทดสอบแนวต้าน 1,600 จุด แนวรับระยะสัปดาห์1,570/1,565 จุด โดยกลยุทธ์เน้น หุ้นที่มีปัจจัยบวก รายตัว ภายใต้ Theme การลงทุนระยะสัปดาห์  ได้แก่ 1) ความคาดหวัง Window dressing ชิ้นส่วนอิเล็กฯ โรงพยาบาล ปิโตรเคมี (2) ความเชื่อมั่นนักลงทุนในประเทศและต่างชาติหลังจบงาน Thailand Big Strategic Move ไปเมื่อปลายสัปดาห์ก่อน หุ้นที่เชื่อมโยงการลงทุนภาครัฐฯ เช่น สนามบินอู่ตะเภา (AOT BAFS), ขายซองรถไฟทางคู่ 5 สัญญา การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานใน EEC (SEAFCO PYLON STEC CK) และ(3) หุ้น Events play ที่จะมีข่าวสนับสนุนราคาหุ้น เช่น 26-28 มิย.เก็งข่าว โรงไฟฟ้า renewable จับสลากโซลาร์หน่วยงานราชการ-สหกรณ์, การเปิดตัวโครงการคอนโดใหม่ (LPN), หุ้นกระแสข่าว M&A (COM7), AOT จะหารือสรุปกับกรมธนารักษ์ สัปดาห์นี้ เรื่องการ จ่ายค่าส่วนต่างค่าเช่าย้อนหลัง และในอนาคต อาจไม่สูงอย่างคาด
    บล.เออีซี  มองตลาดหุ้นไทยสัปดาห์นี้ คาด แกว่งตัวกรอบระหว่าง 1,575-1,600จุด โดยมองดัชนีมีโอกาส Sideway Up จากแรงหนุนการทำ Window Dressing ปิดงบไตรมาสสองและข้อมูลส่งออกไทยที่ออกมาดี รวมทั้งราคาน้ำมันดิบโลกที่เริ่มกลับมาฟื้นตัว
    บล.โกลเบล็ก  ระบุ ภาวะตลาดหุ้นไทยมีปัจจัยบวก/ลบคละเคล้าโดยประเด็นบวกจากการเร่งการลงทุนขนาดใหญ่ของภาครัฐ และการทำ Window Dressing ปิด Q2/60 ในช่วงสัปดาห์นี้ อย่างไรก็ตาม Fund Flow ที่ผันผวนทำให้ทิศทางไม่ชัดเจน ดังนั้นประเมินว่า SET จะแกว่งตัวในกรอบ 1,575 – 1,590 จุด

*** กองทุนในประเทศเน้นทำ  Window Dressing
    บทวิเคราะห์ บล.ฟินันเซีย ไซรัส ระบุ  โดยปกติสัปดาห์สุดท้ายของแต่ละไตรมาสจะถูกคาดหวังว่ากองทุนในประเทศจะทำ window dressing ซึ่งถ้าอิงการเคลื่อนไหวของ SET50 และ SET100 (กองทุนถือเยอะ) ถือว่าค่อนข้างใกล้เคียงกับ 1Q17 จึงเป็นไปได้ที่จะทำ window เพื่อให้ผลตอบแทนเป็นบวก ส่วนข้อมูลสถิติบ่งชี้ว่า window dresing มักเกิดขึ้นในไตรมาส 1 และไตรมาส 2 ของทุกปี ซึ่งถ้าย้อนหลังไป 5 ปี SET50 ปรับตัวขึ้นเฉลี่ย 0.6%W-W ในสัปดาห์สุดท้ายของ มิ.ย. ด้วยความน่าจะเป็นราว 80%  

*** 5 วันสุดท้ายให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 1.6-2%
    บล.กสิกรไทย  มองสัปดาห์นี้ตลาดมีความคาดหวังว่าจะเกิด Window Dressing กันค่อนข้างมาก เนื่องจากสถิติ 6 ปีที่ผ่านมา SET Index จะปรับเพิ่มขึ้นในช่วง 5 วันสุดท้ายก่อนสิ้นไตรมาส 2 ทุกปี โดยให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 1.60% (และปรับเพิ่มขึ้นในช่วง 2 วันสุดท้ายก่อนสิ้นไตรมาส 5 จากใน 6 ปีหลังสุด ให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 0.90%) โดยสถิติในอดีตจะพบว่าสถาบันในประเทศมักจะเป็นผู้ที่เข้าซื้อสุทธิในเดือน มิ.ย. เกือบทุกปี ด้วยความน่าจะเป็นสูงถึง 83% (ซื้อ 5 จาก 6 ปีล่าสุด) โดยซื้อสุทธิเฉลี่ย 8.55 พันล้านบาท 
    บล.ทิสโก้  ระบุ ยังให้น้ำหนัก Window Dressing ในสัปดาห์นี้ด้วย อิงจากการศึกษาในอดีต มีโอกาสเกิดราว 75% โดยมักให้ผลตอบแทนเป็นบวกเฉลี่ยราว 2.2% แนวรับ 1578-80, 1574 แนวต้าน 1585, 1590 
    
*** เป้าหมายเน้นลงทุนบลูชิพ 
    บล.โนมูระพัฒนสิน แนะเก็งกำไรหุ้นกลุ่มที่คาดเป็นเป้าหมาย Window Dressing โดยแนะ BIG CAP ที่ราคาหุ้นยังต่ำกว่า 1Q17 แนะ BANK(-2.9%QTD) นำโดย KTB(-7.8%), SCB(-5.5%), BAY(-5.2%), TCAP(-3.2%) และ กลุ่มค้าปลีก GLOBAL(-13%), ROBINS(-10.5%), BJC(-2.1%)
     ด้าน บล.กสิกรไทย แนะหากเกิด Window Dressing กลุ่มหุ้นที่น่าจะปรับเพิ่มขึ้นได้คือ 1. กลุ่มหุ้นที่กองทุนฯ มีการถือครองอยู่เป็นจำนวนมาก โดยยังมี Upside สูงและปรับเพิ่มขึ้นตั้งแต่ต้นปีไม่มากเช่น BBL KTB SCB PTT PTTEP BJC CPALL 2. กลุ่มหุ้นปันผลสูงเกิน 4% ที่ยังให้ผลตอบแทนน้อยตั้งแต่ต้นปี เช่น LH PSH SC SPALI QH PTT PTTEP PTTGC RATCH SPCG TCAP 3. กลุ่มหุ้นที่มีค่าทางสถิติที่ดีในการขึ้น 5 และ 2 วันสุดท้ายก่อนสิ้นไตรมาส 2 เช่น HMPRO ADVANC ROBINS PSH BJC SC (เรียงตามโอกาสจากมากไปน้อย) 
     บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) แนะนำลงทุนหุ้นที่โดดเด่น คือ แนะ กลุ่ม BIG CAP ที่ราคาหุ้นยังต่ำ เช่น หุ้นกลุ่มโรงพยาบาล ที่ค่อนข้างติดลบ เช่น BDMS นอกจากนี้ที่น่าสนใจ อีกกลุ่ม คือ CK ที่ราคาตอนนี้ยัง underperform ขณะที่กลุ่มแบงก์ที่น่าสนใจ คือ SCB 

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด