ข่าวนี้ที่ 1

| 25 ธันวาคม 2560 | 17:05

DDD ได้ฤกษ์เทรดวันแรก ลุ้นยืนเหนือจอง-ธุรกิจโตสูง

    "ดู เดย์ ดรีม" ประเดิมลงสนามเทรดวันแรก ผู้บริหารเผยนักลงทุนให้การตอบรับดี หลังเดินสายโรดโชว์หลายแห่ง มั่นใจธุรกิจมีศักยภาพเติบโตสูง ตั้งเป้าก้าวเป็น 1 ใน 3 ของบริษัทชั้นนำด้านความงามในภูมิภาคเอเชีย ล่าสุดโชว์งบ 9 เดือนแรกปีนี้ มีกำไร 253 ลบ. ลดลง 6.6% เหตุมีค่าใช้จ่ายโฆษณาและส่งเสริมการขายมากขึ้น ด้าน ตลท.เผย DDD มีมูลค่ามาร์เก็ตแคป ณ ราคาไอพีโอ 1.67 หมื่นลบ.

*** ตลท.รับหุ้นเข้าซื้อขายวันแรก
    ดร. สันติ กีระนันทน์ รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานผู้ออกหลักทรัพย์ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย(ตลท.) เปิดเผยว่า ตลาดหลักทรัพย์ฯรับหุ้น บมจ. ดู เดย์ ดรีม(DDD)ผู้ประกอบธุรกิจผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ดูแลและบำรุงผิว เข้าจดทะเบียนและเริ่มซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ ในกลุ่มสินค้าอุปโภคและบริโภค หมวดของใช้ส่วนตัวและเวชภัณฑ์ โดยใช้ชื่อย่อในการซื้อขายหลักทรัพย์ว่า “DDD” ในวันที่ 26 ธันวาคม 2560
    DDD ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ดูแลและบำรุงผิวภายใต้เครื่องหมายการค้า “NAMU LIFE” โดยมีผลิตภัณฑ์กลุ่ม “SNAILWHITE” เป็นผลิตภัณฑ์หลัก บริษัทให้ความสำคัญต่อการมุ่งมั่นคัดสรรวัตถุดิบ พัฒนากระบวนการผลิตให้มีประสิทธิภาพและสามารถผลิตผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพปลอดภัย และใส่ใจในคุณภาพของบรรจุภัณฑ์ ปัจจุบัน DDD มีโรงงานผลิตอยู่ที่สวนอุตสาหกรรมโรจนะ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีกำลังการผลิต 1,903.2 ล้านมิลลิลิตรต่อปี 
    DDD มีทุนชำระแล้ว 316 ล้านบาท มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท ประกอบด้วยหุ้นสามัญเดิม 240 ล้านหุ้น และหุ้นสามัญเพิ่มทุน 76 ล้านหุ้น โดยเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนทั้งจำนวนต่อประชาชนทั่วไปครั้งแรก (IPO) เมื่อวันที่ 14-15 และ 18 ธันวาคม 2560 ในราคาหุ้นละ 53 บาท คิดเป็นมูลค่าระดมทุน 4,028 ล้านบาท และมีมูลค่าหลักทรัพย์ ณ ราคา IPO 16,748 ล้านบาท โดยมี บมจ. หลักทรัพย์ บัวหลวง เป็นที่ปรึกษาทางการเงินและผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย

*** นำเงินระดมทุนขยายกำลังผลิต 
    ดร. สราวุฒิ พรพัฒนารักษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. ดู เดย์ ดรีม (DDD) เปิดเผยว่า บริษัทฯ มีแผนที่จะนำเงินที่ได้รับจากการระดมทุนและเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ไปใช้ในการ ขยายกำลังการผลิต พื้นที่คลังสินค้าและช่องทางการจัดจำหน่ายเพื่อรองรับการขยายธุรกิจในอนาคต พัฒนาระบบงานและฝ่ายวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ เเละเป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินงานของบริษัทฯ ทั้งนี้ บริษัทฯ มุ่งมั่นที่จะก้าวเป็น 1 ใน 3 ของบริษัทชั้นนำด้านความงามในภูมิภาคเอเชีย
    DDD มีผู้ถือหุ้นใหญ่ 3 ลำดับแรก หลัง IPO ได้แก่ กลุ่มครอบครัวพรพัฒนารักษ์ ถือหุ้น 71.88% North Haven Thai Private Equity Clarity Company (HK) Limited ถือหุ้น 4.97% และ The Hongkong and Shanghai Banking Corporation Limited ถือหุ้น 1.04% การกำหนดราคาเสนอขายหุ้น IPO คิดเป็นอัตราส่วนราคาต่อกำไรสุทธิต่อหุ้น (P/E ratio)ที่ 54.08 เท่า โดยคำนวณจากผลประกอบการ 4 ไตรมาสล่าสุด (ตั้งแต่ไตรมาส 4 ปี 2559 ถึงไตรมาส 3 ปี 2560) หารด้วยจำนวนหุ้นสามัญทั้งหมดภายหลังการเสนอขายหุ้นครั้งนี้ (fully diluted) คิดเป็นกำไรสุทธิต่อหุ้น 0.98 บาท 
    ทั้งนี้ บริษัทฯ และบริษัทย่อยมีนโยบายจ่ายเงินปันผลไม่น้อยกว่า 50% ของกำไรสุทธิหลังหักภาษีจากงบการเงินเฉพาะกิจการ และหลังหักสำรองต่างๆ ทุกประเภทตามที่กฎหมายและบริษัทฯ กำหนด
    ดร.สราวุฒิ กล่าวต่อว่า จากการที่บริษัทได้เสนอข้อมูล (โรดโชว์) ให้แก่นักลงทุนสถาบันและนักลงทุนรายย่อยในช่วงที่ผ่านมา ได้รับการตอบรับที่ดี จากการที่บริษัทวางแผนบริหารงานที่ดี เพื่อสรางผลตอบแทนที่ดีแก่นักลงทุน พร้อมมีแผนการขยายธุรกิจทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยมีเป้าหมาย เป็น 1 ใน 3 บริษัทชั้นนำด้านความงามในภูมิภาคเอเชีย

*** มั่นใจศักยภาพเติบโตสูง
    นางสาวเสาวคนธ์ พรพัฒนารักษ์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร  DDD กล่าวเสริมถึงโอกาสในการเติบโตของ SNAILWHITE ว่า อุตสาหกรรมสกินแคร์มีโอกาสเติบโตอย่างต่อเนื่อง จากการที่ผู้บริโภคหันมาใส่ใจในสุขภาพและความงามมากขึ้น สำหรับในประเทศไทยธุรกิจสกินแคร์ได้รับการจัดอันดับจากมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยให้เป็น 1 ใน 10 อุตสาหกรรมดาวรุ่งในปี 59 
    นอกจากนี้ยังมีปัจจัยเสริมจากโครงสร้างด้านประชากรศาสตร์ที่กำลังก้าวเข้าสู่ Aging Society ซึ่งเป็นโอกาสให้เราขยายตลาดผ่านการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ให้ครอบคลุมต่อความต้องการในตลาดมากขึ้น เช่น กลุ่มผลิตภัณฑ์ลดเลือนริ้วรอยและชะลอวัย รวมถึงผลิตภัณฑ์สำหรับผู้ชายที่ปัจจุบันหันมาดูแลรูปลักษณ์ตนเองมากขึ้น นอกจากนี้เทรนด์การเลือกสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ของผู้บริโภคในปัจจุบัน ยังช่วยเพิ่มโอกาสการเข้าถึงลูกค้าอย่างไร้พรมแดน” 
    “นอกจากโอกาสสำหรับตลาดในประเทศแล้ว บริษัทฯยังมีศักยภาพการแข่งขันที่โดดเด่น และเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวางในกลุ่มผู้บริโภคทั่วเอเชีย ตลอดจนการซื้อผลิตภัณฑ์ “SNAILWHITE” เป็นของฝากกลายเป็นกระแสในหมู่นักท่องเที่ยวชาวจีน จากความสำเร็จนี้ บริษัทฯ เล็งเห็นโอกาสการขยายตลาดในเอเชีย เพื่อสนับสนุนการเติบโตของบริษัทฯ โดยเฉพาะในประเทศจีน ซึ่งตลาดสกินแคร์มีการเติบโตมากถึง 17% ต่อปี โดยใช้กลยุทธ์ทางการตลาดทั้งในระยะสั้น เช่น การออกผลิตภัณฑ์รุ่นพิเศษสำหรับตลาดจีน และระยะยาว เช่น การจับมือกับพันธมิตรผู้มีความชำนาญในแต่ละประเทศ ทั้งในด้านการผลิต บริหารจัดการ และกระจายสินค้าอย่างมีประสิทธิภาพ” นางสาวเสาวคนธ์ กล่าว

*** โชว์งบ 9 เดือนแรกปีนี้กำไรลดลง 
    บริษัท ดู เดย์ ดรีม(DDD)แจ้งผลการดำเนินงานของบริษัทและรวมของบริษัทย่อย ไตรมาสที่ 3 สิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 60 มีกำไรสุทธิ 44.39 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 65.52 ล้านบาท
    ส่วนกำไรสุทธิสำหรับงวด 9 เดือน ปี 60 อยู่ที่ 253.5 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 271 ล้านบาท ส่วนอัตรากำไรสุทธิของบริษัทลดลงเหลือ 20.1% จากงวดปีก่อน 28.3% มีสาเหตุหลักมาจากค่าใช้จ่ายในการขายที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายในการโฆษณาและส่งเสริมการขายและค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้น

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด