ข่าวนี้ที่ 1

| 25 มกราคม 2560 | 17:05

SCCปั้นรายได้ปี60โต 5-10% ดีมานด์ปูนฯฟื้น-สเปรดปิโตรเคมีพุ่ง

 "ปูนซิเมนต์ไทย" ตั้งเป้ารายได้ปีนี้โต 5-10% จากปีก่อนที่ 4.23 แสนลบ. หวังอานิสงส์น้ำมันดิบพุ่ง หนุนราคาขายผลิตภัณฑ์ และคาดดีมานด์ปูนซิเมนต์ในประเทศจะโตราว 1-3% จากปีก่อนที่ -2% พร้อมทุ่มงบลงทุน 6-7 หมื่นลบ.ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์  สยายปีกลงทุนทั้งใน-ตปท. รวมทั้งทำดีล M&A ล่าสุดอวดกำไรปี59 ที่ 5.6 หมื่นลบ.โต 24% ปันผล 10.50บ./หุ้น 
 

*** คาดรายได้ปี 60 จะเติบโต 5-10%
    นายรุ่งโรจน์ รังสิโยภาส กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SCC เปิดเผยว่า บริษัทฯ คาดรายได้ปี 60 จะเติบโต 5-10% จากปีก่อน ที่มีรายได้ 4.23 แสนล้านบาท เนื่องจากแนวโน้มราคาน้ำมันปรับตัวเพิ่มขึ้น ทำให้ราคาปิโตรเคมีปรับเพิ่มขึ้นตาม และส่งผลดีต่อธุรกิจเคมีภัณฑ์เติบโต และส่วนต่างราคาHDPE กับ แนฟทา ยังอยู่ระดับที่ดีกว่า 700 เหรียญสหรัฐต่อตัน รวมถึงความต้องการใช้ปูนซีเมนต์ในประเทศเพิ่มปีนี้ คาดว่า เติบโต 1-3% มาอยู่ที่ 40ล้านตัน จากปี 59 ความต้องการใช้หดตัด 2% จากปี 58 ที่มีความต้องการใช้ 40 ล้านตัน จากภาครัฐเดินหน้าลงทุน และภาค-เอกชนมีความมั่นใจลงทุนเพิ่มขึ้นตาม

*** งบลงทุนปีนี้ 6-7 หมื่นลบ.    
    บริษัทฯ ตั้งงบลงทุนปี 60 ที่ 6-7 หมื่นล้านบาท ซึ่งถือว่าเป็นปีที่ใช้เงินลงทุนสูงสุด เพื่อใช้ลงทุนโครงการต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงการซื้อกิจการ และการลงทุนวิจัยพัฒนาสินค้า HVA ต่อเนื่อง โดยแหล่งเงินทุนมาจากกระแสเงินสด และบริษัทยังมีวงเงินออกหุ้นกู้ 2.5 แสนล้านบาท และเตรียมขออนุมัติผู้ถือหุ้นขยายวงเงินอีก 5 หมื่นล้านบาท รวมเป็นงเงินที่จะออกหุ้นกู้ รวม 3 แสนล้านบาท
    สำหรับรายจ่ายลงทุนและเงินลงทุนในปี 2559 มีมูลค่าการลงทุนเท่ากับ 34,485 ล้านบาท ทั้งนี้ สัดส่วนการลงทุนเป็นของเอสซีจี ซิเมนต์-ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง 55% เอสซีจี แพคเกจจิ้ง 23% เอสซีจี เคมิคอลส์ 19% และส่วนงานอื่น 3% ทั้งนี้ รายจ่ายลงทุนและเงินลงทุนที่เกิดขึ้นในปี 2559 ต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ จากเดิมมูลค่า 50,000 ล้านบาท 

*** ศึกษาซื้อโรงปูนที่เวียดนาม
     นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังอยู่ระหว่างศึกษาซื้อโรงงานปูนซีเมนต์ที่ประเทศเวียดนาม ซึ่งคาดว่าจะได้ข้อสรุปภายในปีนี้ นอกจากนี้ บริษัทฯ สนใจซื้อกิจการธุรกิจปิโตรเคมี และแพ็คเกจจิ้งในภูมิภาคอาเซียน
    ส่วนการหาพันธมิตรใหม่ที่จะร่วมลงทุนในปิโตรเคมีคอมเพล็กซ์ ประเทศเวียดนาม คาดสรุปในไตรมาส1/60 หลังจากพันธมิตรรายเดิม 1ราย ถอนตัว ส่วนเม็ดเงินลงทุน คาดจะมีมากกว่า 4,500 ล้านเหรียญจากแผนเดิม เพราะต้นทุนก่อสร้างเพิ่มขึ้น คาดจะสรุปกลางปีนี้ และเริ่มการก่อสร้างในครึ่งปีหลังปี 60

*** ลงทุนอาเซียนเดินหน้าตามแผน
     สำหรับความคืบหน้าการลงทุนในอาเซียนสามารถเดินหน้าได้ตามแผนโดยโรงงานปูนซีเมนต์ในประเทศเมียนมา กำลังการผลิตปูนซีเมนต์ 1.8 ล้านตันต่อปีและโรงงานกระดาษคราฟท์ในประเทศเวียดนามแห่งที่ 2 ได้มีการขยายกำลังการผลิตเพิ่มอีก 243,000 ตันต่อปี ทำให้มีกำลังการผลิตรวม 489,000 ตันต่อปี ซึ่งทั้งโรงงานปูนซีเมนต์ และโรงงานกระดาษคราฟท์ได้ผลสินค้าออกสู่ตลาดแล้วในต้นปี 60 ส่วนโรงงานปูนซีเมนต์ที่ สปป.ลาว กำลังผลิต .8ล้านตันต่อปี อยู่ระหว่างทดสอบการเดินเครื่องการผลิต คาดเริ่มผลิตได้ภายในปีนี้
    สำหรับนโยบายนายโดนัล ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐคนใหม่ ยังเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาว่าจะส่งผลต่อภาพรวมเศรษฐกิจโลกหรือไม่ แต่เบื้องต้นมั่นใจว่าไม่น่าจะส่งกระทบธุรกิจของกลุ่มเอสซีจี เนื่องจากมีปริมาณส่งออกไปยังสหรัฐไม่มาก แต่ถือเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามต่อไปอย่างใกล้ชิด
    ผลประกอบการของเอสซีจีและบริษัทย่อยปี 59 มีกำไร 56,084 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24%จากปีก่อนมีกำไร 45,399 ล้านบาทซึ่งถือว่าทำสถิติสูงสุดใหม่ สาเหตุหลักจากวัฏจักรขาขึ้นของธุรกิจเคมีภัณฑ์ และผลประกอบการของบริษัทร่วมที่ปรับตัว
ดีขึ้น
 
*** ฟันกำไรปี59 ที่ 5.6 หมื่นลบ. โต 24%
    บมจ.ปูนซิเมนต์ไทย (SCC)  มีกำไรสุทธิงวดปี 59 จำนวน 56,084 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24% จากปีก่อน สาเหตุหลักจากผลการดำเนินงานของธุรกิจเคมีภัณฑ์ที่ดีขึ้น แม้ว่าธุรกิจซิเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้างมีผลการดำเนินงานในประเทศลดลง และ
มี EBITDA เท่ากับ 96,227 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16% จากปีก่อน ขณะที่รายได้จากการขายเท่ากับ 423,442 ล้านบาท ลดลง 4% จากปีก่อน จากราคาขายของสินค้าเคมีภัณฑ์ที่ปรับตัวลดลง
     งวดไตรมาสที่ 4/59  SCC มีกำไรสุทธิ 12,478 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากผลการดำเนินงานของบริษัทร่วมในธุรกิจเคมีภัณฑ์ที่ดีขึ้น มี EBITDA เท่ากับ 24,459 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 23% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีรายได้จากการขายเท่ากับ 99,613 ล้านบาท ลดลง 6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนสาเหตุหลักจากปริมาณขายของสินค้าเคมีภัณฑ์ลดลง

*** จ่ายเงินปันผลงวดสุดท้ายในอัตรา 10.50 บาท/หุ้น 
    คณะกรรมการบริษัทอนุมัติจ่ายเงินปันผลสำหรับผลการดำเนินงานครึ่งปีหลังของปี 2559 ในอัตรา 10.5 บาทต่อหุ้นคิดเป็น 47% ของกำไรครึ่งปีหลัง กำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 27 เมษายน 2560 โดยทั้งปี 2559 SCC จะจ่ายเงินปันผลรวมทั้งสิ้นในอัตรา 19.0 บาทต่อหุ้น  โดยได้จ่ายเงินปันผลระหว่างกาลสำหรับครึ่งปีแรกอัตรา 8.5 บาทต่อหุ้น
    
 
     

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด