ข่าวนี้ที่ 1

| 24 เมษายน 2560 | 17:05

SCC จ่อโชว์กำไรโค้งแรกนิวไฮ ธุรกิจปิโตรฯหนุน-บุ๊ครายการพิเศษ

 

    "ปูนซิเมนต์ไทย"เตรียมประกาศงบไตรมาส 1/60 วันที่ 26 เม.ย.นี้ โบรกฯคาดฟันกำไร 1.69 หมื่นลบ. โต 26% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ เหตุยอดขาย-ส่วนต่างราคาปิโตรเคมีทรงตัวในระดับสูง และมีกำไรพิเศษจากการขายหุ้น PTTGC จำนวน 2 พันลบ. ไม่หวั่นธุรกิจซีเมนต์-บรรจุภัณฑ์ ยังอ่อนตัว กูรูแนะซื้อให้ราคาเป้าหมาย 600-640 บาท 

    บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด(มหาชน)หรือ SCC เตรียมประกาศผลประกอบการไตรมาส 1/60 ในวันที่ 26 เม.ย.นี้ โดยนักวิเคราะห์คาดว่าผลประกอบการในไตรมาสดังกล่าวจะออกมาดี มีโอกาสทำสถิติสูงสุด เนื่องจากธุรกิจปิโตรเคมียังได้รับผลบวกจาก Spread ของผลิตภัณฑ์หลักทั้ง HDPE-Naphtha และ PP-Naphtha ที่ทรงตัวอยู่ในระดับสูง แถมยังมีกำไรจากการขายหุ้น บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ PTTGC ที่จะบันทึกในไตรมาสดังกล่าวกว่า 2 พันล้านบาท โดยนักวิเคราะห์ยังแนะนำซื้อ SCC ให้ราคาเป้าหมายระหว่าง 600-640 บาท

*** เอเซีย พลัส คาดกำไร Q1/60 ทำนิวไฮ
    บทวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์(บล.)เอเซีย พลัส ระบุว่า  SCC จะประกาศงบ 1Q60  26 เม.ย. นี้  เบื้องต้นประเมินว่าจะทำกำไรสุทธิได้สูงถึง 16,950 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 25.7%YoY สูงสุดเป็นประวัติการณ์  หนุนด้วยธุรกิจปิโตรเคมี ซึ่งยังได้รับผลบวกจาก Spread (ผลิตภัณฑ์หลักทั้ง HDPE-Naphtha และ PP-Naphtha)  ที่ทรงตัวสูงที่ 666 เหรียญฯ/ตัน และ 648 เหรียญฯ/ตัน ตามลำดับ  และส่วนแบ่งกำไรที่ดีขึ้นจากบริษัทร่วมในกลุ่มปิโตรเคมีคือ Chandra Asri(อยู่ในอินโดนีเซีย) และ BST (มาบตาพุต)  นอกจากนี้ SCC น่าจะมีกำไรพิเศษจากการขายหุ้น PTTGC จำนวน 67 ล้านหุ้น ออกไปใน 1Q60 ราว 2 พันล้านบาท 
    ส่วนธุรกิจหลักอื่นๆอย่างปูนซีเมนต์ วัสดุก่อสร้าง และ Packaging แม้จะมียอดขายเพิ่มขึ้นจากกำลังการผลิตใหม่ที่เข้ามา ทั้งโรงปูนซีเมนต์แห่งใหม่ในเมียนมาร์และลาว แห่งละ 1.8 ล้านตัน ที่เริ่มเปิดดำเนินการใน 1Q60 และโรงกระดาษ Vina Kraft Paper ขนาด 2.43 แสนตัน ในเวียดนามที่เปิดดำเนินการใน 4Q59 แต่การใช้กำลังการผลิตในช่วงแรกที่ยังไม่ถึงจุดคุ้มทุน  แล้วยังถูกกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้น  (การลงทุนในประเทศที่ยังไม่ฟื้นตัวจากปริมาณการใช้ปูนฯในประเทศเดือน ม.ค.-ก.พ. 60 ที่ลดลง 3%YoY)
    จุดเด่นของ SCC ในฐานะผู้นำธุรกิจที่มีแผนเชิงรุกด้วยการขยายการลงทุนในภูมิภาคอาเซียน โดยตั้งงบลงทุนปีนี้สูงถึง 6-7 หมื่นล้านบาท ช่วยสร้างโอกาสการเติบโตในระยะยาว และทำให้ Fair value ที่ประเมินด้วยวิธี DCF มีโอกาสขยับขึ้นได้อีก ภายใต้ประมาณการกำไรเชิงอนุรักษ์นิยม ประเมิน Fair value ปีนี้ที่ 610 บาท เทียบเท่า PER 13.9 เท่า แนะนำ ซื้อ 

*** เมย์แบงก์ฯ มองกำไรโดดเด่นแตะ 1.57 หมื่นลบ.
    ด้านบล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง(ประเทศไทย) คาดกำไรไตรมาส 1Q60 ของ SCC จะโดดเด่น 15,750 ล้านบาท (+28%QoQ, +16%YoY)แรงหนุนสำคัญมาจากธุรกิจปิโตรเคมี คาดกำไร จะสูงถึง 12,828 ล้านบาท (+29%QoQ, +41%YoY) จากปริมาณขายเข้าสู่ช่วงไฮซีซั่น  ราคาปิโตรเคมีฯปรับตัวสูงขึ้นทำให้มีกำไรในสต็อก  และ สเปรดที่อยู่ในเกณฑ์ดี คือ PE-Naphtha 676 เหรียญ/ตัน (-1%QoQ, -11%YoY)  PP-Naphtha 661 เหรียญ/ตัน (+4%QoQ, +12%YoY)  และ ผลิตภัณฑ์พลอยได้ Benzene & Toluene ราคาเพิ่มขึ้น  
    รวมถึงส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในธุรกิจปิโตรเคมีคาดจะเพิ่มขึ้นเป็น 4,200 ล้านบาท (+23%QoQ, +434%YoY) แรงหนุนจาก Chandra Asri ในอินโดนีเซีย และ สเปรด BD-Naphtha พุ่งสูงขึ้น 2,195 เหรียญ/ตัน (+90%QoQ, +302%YoY)  นอกจากนี้ส่วนแบ่งกำไรจาก Kubota คาดจะดีขึ้นมาก จากปีก่อนประสบภาวะภัยแล้ง  รวมแล้วส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนไตรมาส 1Q60 คาดจะเพิ่มขึ้นเป็น 5,145 ล้านบาท (+17%QoQ, +32%YoY)
    อย่างไรก็ตามธุรกิจซีเมนต์-ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง  ความต้องการปูนซีเมนต์ในไตรมาส 1Q60 คาดจะติดลบ 3-4% รวมถึงภาวะการแข่งขันที่รุนแรงจะทำให้ราคาขายเฉลี่ยปูนซีเมนต์ปรับลดลงเล็กน้อย  คาดจะฉุดให้กำไรลดลงจากปีก่อนเหลือ 2,003 ล้านบาท (+91%QoQ, -39%YoY)  ธุรกิจแพคเกจจิ้ง คาดความต้องการจะชะลอตัว และ ต้นทุนวัตถุดิบเศษกระดาษที่สูงขึ้น  จะทำให้กำไรลดลงเหลือ 936 ล้านบาท (+50%QoQ, -25%YoY)
    ถ้าไตรมาส 1Q60 SCC มีกำไรที่สูงถึง 15,750 ล้านบาท  จะมีสัดส่วนคิดเป็น 31% ของประมาณการปี 60  โดยแนวโน้มปี 60 ผลประกอบการจะยังได้แรงหนุนสำคัญจากธุรกิจปิโตรเคมี  จากสเปรดธุรกิจปิโตรเคมีจะยังดีต่อเนื่องไปถึงปี 64 จากกำลังการผลิตใหม่ที่เข้ามาน้อย ทำให้กำไรปีนี้มีแนวโน้มจะมากกว่าที่คาด แต่ยังคงประมาณการแบบอนุรักษ์นิยมประเมินกำไรปีนี้เท่ากับ 51,364 ล้านบาท ลดลง 8%YoY แนะนำซื้อ ให้ราคาเป้าหมาย 600 บาท

*** เคจีไอ แนะนำซื้อ ให้เป้าหมาย 640 บาท
    ด้านบล.เคจีไอ(ประเทศไทย) แนะนำ “ซื้อ” SCC ให้ราคาเป้าหมาย 640 บาท คาดกำไรสุทธิใน 1Q60 จะอยู่ที่ 1.33 หมื่นล้านบาท (+7.8% QoQ, -2.3% YoY) โดยกำไรที่เพิ่มขึ้น QoQ จะมาจากยอดขายที่คาดว่าจะโตถึง 15.1% QoQ จากการที่โรงงาน ROC กลับมาเปิดดำเนินการอีกครั้งหลังจากที่ปิดซ่อมบำรุงไปในช่วงต้นเดือนพฤศจิกายน, โรงงงานผลิตกระดาษ Vina Kraft ในเวียดนามเริ่มดำเนินการผลิตเชิงพาณิชย์อีก 243,000 ตัน และอุปสงค์ปูนซีเมนต์ที่เพิ่มขึ้นใน 1Q60 ซึ่งเป็นช่วง high season     ในขณะที่ EBITDA margin น่าจะลดลงเหลือ 19.2% ใน 1Q60 จาก 19.7% ใน 4Q59 เนื่องจากราคา Naphtha ที่ขยับขึ้นและรายได้อื่นๆ ที่คาดจะลดลง 48.0% QoQ ในขณะเดียวกัน กำไรที่คาดว่าจะลดลง YoY น่าจะมาจากการที่บริษัทเริ่มบันทึกค่าเสื่อมราคาของโรงปูนในเมียนมา ซึ่งเพิ่งเปิดในเดือนมกราคม และโรงปูนในลาวที่เพิ่งเปิดเมื่อเดือนมีนาคม ซึ่งจะฉุดให้ EBITDA margin ของธุรกิจปูนลดลงจาก 14.5% ใน 1Q59 เหลือ 12.1% ใน 1Q60 ทั้งนี้ เราคาดว่า spread ของทั้ง HDPE/naphtha และ PP/naphtha จะยังคงแข็งแกร่งใน 1Q60 อยู่ที่ US$672/ton และ US$660/ton จาก US$684/ton และ US$636/ton ใน 4Q59 ตามลำดับ
    แนวโน้มที่แข็งแกร่งของธุรกิจเคมีภัณฑ์ของ SCC บวกกับการฟื้นตัวของอุปสงค์ปูนซีเมนต์ และบรรจุภัณฑ์ในประเทศ จะช่วยหนุนโมเมนตั้มการเติบโตของกำไรบริษัทในปี 60 นอกจากนี้ การขยายกำลังการผลิตปูนและบรรจุภัณฑ์ในต่างประเทศ ช่วยผลักดันให้ยอดขายปีนี้โตได้ 10.1% YoY เป็น 4.662 แสนล้านบาท ในขณะเดียวกัน อัตราการใช้กำลังการผลิตของโรงปูนกัมพูชา อินนีเซีย และเมียนมาที่สูงถึง 90% และ spread เคมีภัณฑ์ที่แข็งแกร่ง รวมถึงสัดส่วนของผลิตภัณฑ์ high value added (HVA)ที่สูงถึงกว่า 38.0% จะทำให้ EBITDA margin แข็งแกร่งอยู่ที่ 19.5% และรักษาระดับกำไรปกติปี 2560 ให้อยู่ที่ 5.61 หมื่นล้านบาท จาก 5.55 หมื่นล้านบาทในปี 59

***บัวหลวง ชี้ธุรกิจปิโตรฯดี แต่ธุรกิจซีเมนต์-บรรจุภัณฑ์อ่อนตัว
    บล.บัวหลวง แนะนำซื้อ SCC ให้ราคาเป้าหมายปี 60 ที่ 620 บาท คาดผลประกอบการไตรมาส 1/60 และไตรมาสถัดไปของ SCC อาจยังไม่น่าสนใจนัก เนื่องจากกำ ไรที่เติบโตสูงของธุรกิจปิโตรเคมีจะถูกหักล้างด้วยผลประกอบการที่แย่ลงของธุรกิจซีเมนต์ อย่างไรก็ตามสิ่งเหล่านี้น่าจะถูกรับรู้ในตลาดแล้ว ผลกระทบต่อราคาหุ้นน่าจะค่อนข้างจำกัด ทั้งนี้ปัจจุบัน SCC ซื้อขายที่ PER 11.4 เท่าปี 60 (ค่าเฉลี่ยระยะยาวอยู่ที่ 12.7 เท่า) และให้อัตราเงินปันผลสูงที่ 3.6% เรายังคงคำแนะนำ “ซื้อ” SCC โดยให้ราคาเป้าหมายปี 60 ที่ 620 บาท
    ทั้งนี้ บัวหลวงคาดกำไรสุทธิไตรมาส 1/60 ที่ 1.34 หมื่นล้านบาท ทรงตัว YoY แต่สูงขึ้น 8% QoQ โดยสาเหตุที่ผลประกอบการทรงตัว YoY เนื่องจากกำไรจากธุรกิจปิ
โตรเคมีที่เติบโตจะถูกหักล้างด้วยกำไรธุรกิจซีเมนต์และธุรกิจผลิตบรรจุภัณฑ์ที่อ่อนตัวลง ส่วนผลประกอบการดีขึ้น QoQ นั้นหนุนโดยกำไรธุรกิจซีเมนต์ที่ดีขึ้นในช่วงไฮซีซั่นและการกลับมาดำเนินงานได้ตามปกติหลังปิดซ่อมโรงงาน ROC ในไตรมาส 4/59

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด