ข่าวนี้ที่ 1

| 24 มีนาคม 2560 | 17:05

ไอพีโอ พาเหรดลงสนามเทรดรับสงกรานต์

     5 บริษัทจดทะเบียนน้องใหม่ เตรียมตบเท้าเข้าเทรดในตลาดหุ้นรับสงกรานต์   "บมจ. ซินเนอร์เจติค ออโต้ เพอร์ฟอร์มานซ์ (ASAP)เทรดส่งท้ายไตรมาสแรกนี้ เคาะราคา 3.03 บ./หุ้น ก่อนประเดิมเดือนเม.ย.ด้วย บมจ.เดนทัล คอร์ปอเรชั่น (D) วันที่ 3 เม.ย. เคาะราคา 6 บาท ตามมาด้วย บมจ.ทีพีไอ โพลีน เพาเวอร์ (TPIPP) - บมจ.ดับบลิวเอชเอ ยูทิลิตี้ส์ แอนด์ พาวเวอร์ (WHAUP) และ บมจ.มัดแมน (MM) วันที่ 5,10 และ11 เม.ย.ตามลำดับ มีมูลค่าระดมทุนรวม กว่า 2.5 หมื่นลบ. ขณะที่มียัง บจ.จ่อคิวรอขายหุ้น หลังจากนี้อีก 4 บริษัท   
             
    หุ้นน้องใหม่ IPO เตรียมเข้า.ซื้อขายทั้งใน SET และ mai ต่อเนื่อง พบก่อนสงกรานต์นี้ มี 5 บจ. ไล่เรียงตั้งแต่ บมจ.ซินเนอร์เจติค ออโต้ เพอร์ฟอร์มานซ์   หรือ ASAP (30 มี.ค.) บมจ.เดนทัล คอร์ปอเรชั่น  หรือ D  (3 เม.ย.) บมจ.ทีพีไอ โพลีน เพาเวอร์ หรือ TPIPP (5 เม.ย.) บมจ.ดับบลิวเอชเอ ยูทิลิตี้ส์ แอนด์ พาวเวอร์ หรือ WHAUP (10 เม.ย.) และ บมจ.มัดแมน หรือ MM (11 เม.ย.)  
    
*** ASAP ส่งท้าย Q1/60 มั่นใจเหนือจอง 3.03 บ.    
    บริษัท ซินเนอร์เจติค ออโต้ เพอร์ฟอร์มานซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ ASAP ประกอบธุรกิจรถยนต์ให้เช่าแบบครบวงจรภายใต้แบรนด์ “asap” โดยมีการให้บริการรถยนต์ให้เช่า 3 รูปแบบ ทั้งบริการรถยนต์ให้เช่าระยะยาว (Operating Lease) ซึ่งมุ่งเน้นการให้บริการแก่ลูกค้านิติบุคคล
บริการรถยนต์ให้เช่าระยะสั้น ซึ่งมุ่งเน้นการให้บริการแก่ลูกค้าบุคคลธรรมดา และบริการรถยนต์ให้เช่าพร้อมคนขับ (Limousine) สำหรับผู้บริหารระดับสูงขององค์กรต่างๆ
      นายทรงวิทย์ ฐิติปุญญา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ (บล.)ทิสโก้ จำกัด ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน เปิดเผยว่า จากการสำรวจความต้องการซื้อหุ้น (Book Building) ของนักลงทุนสถาบัน ที่ช่วงราคา 2.97-3.03บาทต่อหุ้น พบว่านักลงทุนสถาบันแสดงความต้องการซื้อที่ราคาสูงสุด 3.03 บาท ล้นถึง 21เท่า ของจำนวนที่จัดสรรให้แก่นักลงทุนสถาบันไทยที่ 70 ล้านหุ้น สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นต่อศักยภาพในการดำเนินธุรกิจและการเติบโตในอนาคตของ ASAP และทำให้มั่นใจว่าการเข้าซื้อขายหุ้นวันแรกในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย(ตลท.)วันที่30 มีนาคมนี้จะได้รับการตอบรับที่ดีจากนักลงทุน
    "มั่นใจว่าช่วงเทรดวันแรกจะได้รับการตอบรับที่ดีจากนักลงทุนเพราะช่วงบุ๊กบิวสถาบันสนใจจองล้นถึง 21เท่า และราคาหุ้น ที่3.03บาท ยังต่ำกว่าราคาเฉลี่ยที่โบรกเกอร์ให้ราคาเหมะสมที่3.50บาท" นายธนะชัย กล่าว

***  ระดมทุนทำ Auto Park - คาดรายได้ปีนี้โต 25-30%   
    ASAP เปิดเผยว่า เงินที่ได้จากการระดมทุนครั้งนี้จำนวน 636 ล้านบาท นำไป ลงทุนในโครงการ asap Auto Park ที่ถนนบางนา-ตราด จำนวน 30-50 ล้านบาท ในปี นี้ ชำระคืนเงินกู้ 200-300 ล้านบาท และที่เหลือใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน
    ASAP คาดรายได้ปีนี้เติบโต 25-30%จากปีก่อนที่มีรายได้ 1,459 ล้านบาท เนื่องจากมีแผนเพิ่มจำนวนรถอีก 30-40% จากปีก่อนที่มี 8 พันคัน และจำนวนผู้เช่ามีมากขึ้น
    คาดอัตรากำไรสุทธิ (Net Profit Margin) ปีนี้มีโอกาสแตะ 7-8% จากปีก่อนอยู่ที่ 5-6% เนื่องจาก เตรียมนำเงินที่ได้จากการขาย IPO ชำระคืนหนี้เงินกู้ จำนวน 200ล้านบาท ทำให้ลดต้นทุนดอกเบี้ยลง ส่งผลอัตราให้อัตราหนี้สินต่อทุน (D/E) ลดลงเหลือ 3-4เท่า จากปีก่อนอยู่ที่ 8.6 เท่า
 
 *** D  เปิดหัวโค้ง 2 เทรด 3 เม.ย.นี้ เคาะราคา 6 บ./หุ้น   
     นายเล็ก สิขรวิทย กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท ที่ปรึกษา เอเซีย พลัส จำกัด เปิดเผยว่า บริษัท เดนทัล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ D กำหนดเสนอขายหุ้นสามัญต่อประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก ( IPO) 6.00 บาท/หุ้น  วันที่ 3 เม.ย.60  คิดเป็น P/E ที่ประมาณ 28.22 เท่า  ราคาหุ้นที่ 6 บาท มีส่วนลดประมาณ 20% เทียบกับราคาเหมาะสมที่บทวิเคราะห์ของ บริษัทหลักทรัพย์(บล.) เอเซีย พลัส ที่ประเมินอยู่ที่ 7.80 บาท ซึ่งราคาหุ้นดังกล่าวมี P/E ที่ 28 เท่า มีส่วนลด ประมาณ 30 % จาก ค่า P/E หุ้นโรงพยาบาลขนาดเล็ก ที่อยู่ 42 เท่า
    เปิดให้นักลงทุนจองซื้อหุ้น จำนวน 50 ล้านหุ้น วันที่ ซื้อ วันที่ 23-24 ,27 มี.ค.60 แบ่งเป็น เสนอขาย แบ่งเป็น ผู้มีอุปการคุณของผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ 33 ล้านหุ้น นักลงทุนสถาบัน 2 ล้านหุ้น ผู้มีอุปการคุณของบริษัทฯ 13.075 ล้านหุ้น และกรรมการและผู้บริหารของบริษัทฯ 1.925 ล้านหุ้น โดยมี บริษัท ที่ปรึกษา เอเซีย พลัส จำกัด เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน และ บล.เอเซีย พลัส จำกัด เป็นผู้จัดการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย
    การเสนอขายหุ้นครั้งนี้มั่นใจว่าจะได้รับการตอบรับที่ดีแก่นักลงทุน เนื่องจาก เดนทัล ฯมีปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่ง และ มีรายได้กำไรเติบโตต่อเนื่องทุกปี และมีจุดจุดเด่นที่สำคัญ คือ กลุ่มบริษัทมีศูนย์ทันตกรรมที่เป็นรายแรกของประเทศไทยที่ได้รับมาตรฐานคุณภาพจาก Joint Commission International (JCI) ของสหรัฐอเมริกา แต่เป็นรายที่สองของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยรายแรกคือ โรงพยาบาลรัฐของประเทศสิงคโปร์ โดยปัจจุบันในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีเพียง 3 สถานประกอบการเท่านั้นที่ได้มาตรฐาน JCI ซึ่งมาตรฐานดังกล่าวนี้เป็นที่ยอมรับในระดับโลก ทำให้ชื่อเสียงของ "เดนทัล คอร์ปอเรชั่น" เป็นที่ได้รับความไว้วางใจ และได้รับความเชื่อมั่นสูง

*** ตั้งเป้ารายได้ปีนี้โต 5-10% ระดมทุนขยายสาขา - ปลดหนี้ 
    ทพ.พรศักดิ์ ตันตาปกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร D เปิดเผยว่า  เงินที่ได้จากการระดมทุนครั้งนี้ จะนำไปใช้ในการขยายสาขา จำนวน 60 ล้านบาท ใช้ชำระคืนเงินกู้สถาบันการเงิน 60 ล้านบาท และเป็นเงินทุนหมุนเวียน 180 ล้านบาท
    สำหรับปี 2560 ตั้งเป้ารายได้ปีนี้เติบโต 5-10 % จากปี 59 ที่มีรายได้ 446.52 ล้านบาท จากจำนวนผู้ใช้บริการมีต่อเนื่อง ส่วนอัตรากำไรสุทธิ (Net Profit Margin)คาดว่าจะ สูงกว่า 10% เพิ่มขึ้น จากปี 59 อยู่ที่ 9.52% เนื่องจาก บริษัทมีแผนนำเงินที่ได้จากการระดมทุนไปชำระคืนหนี้ทั้งหมดที่มี 50-60 ล้านบาท ทำให้ไม่มีภาระดอกเบี้ยจ่ายและควบคุมต้นทุนที่ดีขึ้น นอกจากนี้ได้
    ขณะที่ผลการดำเนินงานของบริษัทฯ และบริษัทย่อยในปี 2559 มีรายได้จากการขายและการให้บริการรวม 441 ล้านบาท เพิ่มขึ้นประมาณ 26 ล้านบาท หรือ 6% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้รวม 415 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 43 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 30 ล้านบาท หรือ 246% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยได้รับปัจจัยหนุนจากรายได้จากการให้บริการด้านทันตกรรม และจากการบริหารจัดการต้นทุนที่มีความรัดกุมมากขึ้น
 
***   TPIPP เคาะราคา 7 บ. สถาบันจองล้น 7 เท่า พร้อมเทรด 5 เม.ย.นี้  
     นายมนตรี ศรไพศาล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินและผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้นสามัญเพิ่มทุนของ บมจ.ทีพีไอ โพลีน เพาเวอร์ หรือ TPIPP เคาะราคาขาย IPO สุดท้ายที่หุ้นละ 7 บาท ปลื้มนักลงทุนสถาบันทั้งไทยและเทศชั้นนำ (Top Tier) ให้ความสนใจอย่างคึกคัก แสดงความต้องการจองซื้อล้นมากกว่าเกือบ 7 เท่า ของจำนวนที่จัดสรรไว้ พร้อมเปิดให้ประชาชนทั่วไปจองซื้อในวันที่ 24 และ 27-29 มี.ค.60 และคาดว่าจะเข้าทำการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยได้ในช่วงต้นเดือน เม.ย.นี้
      โดยมีหุ้น IPO ที่เสนอขายจำนวน 2,500 ล้านหุ้น หรือคิดเป็นร้อยละ 29.8 ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและเรียกชำระแล้วทั้งหมดของบริษัทฯ ภายหลังการเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนในครั้งนี้ ล่าสุด บริษัทฯ ได้กำหนดราคาเสนอขายสุดท้ายที่ 7.00 บาทต่อหุ้น ระดมทุนรวมทั้งสิ้น 17,500 ล้านบาท โดยได้รับความสนใจจองซื้อจากนักลงทุนสถาบันเป็นจำนวนมาก มีนักลงทุนสถาบันทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศแสดงความต้องการจองซื้อหุ้นสูงเกือบ 7 เท่าของจำนวนที่เปิดให้นักลงทุนแสดงความต้องการจองซื้อ (Book Building) และพบว่าเป็นนักลงทุนสถาบันในระดับชั้นนำ (Top Tier) ที่แสดงความสนใจจองซื้อหุ้นในครั้งนี้      
     นายสุชาย สุทัศน์ธรรมกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ ซีไอเอ็มบี (ประเทศไทย) จำกัด ในฐานะผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย กล่าวว่า  กระแสความสนใจในการจัดโรดโชว์พบนักลงทุนก่อนหน้านี้ตอบรับดีมาก เนื่องจากนักลงทุนมีความมั่นใจในศักยภาพการดำเนินธุรกิจที่แข็งแกร่ง ประกอบกับรัฐบาลมีนโยบายสนับสนุนภาคเอกชนในการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนอีกด้วย ซึ่งจะส่งผลดีต่อการดำเนินธุรกิจโรงไฟฟ้า

*** WHAUP เคาะราคาที่ 25.25-26.25บาท คาดเทรด 10 เม.ย.นี้ 
    นางสาววีณา เลิศนิมิตร ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่สายงาน Primary Distribution ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCB ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน  บริษัทดับบลิวเอชเอ ยูทิลิตี้ส์ แอนด์ พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ WHAUP  เปิดเผยว่า ได้กำหนดช่วงราคาขาย IPO ที่ 25.25-26.25บาทต่อหุ้น คิดเป็นมูลค่าการเสนอขาย 5,794.875–6,024.375 ล้านบาท การกำหนดราคาเสนอขาย ได้ทำโดยการสำรวจความต้องการซื้อหลักทรัพย์ (Book Building) ซึ่งเป็นวิธีการสำรวจปริมาณความต้องการซื้อหุ้นของผู้ลงทุนประเภทสถาบันในแต่ละระดับราคา โดยราคาเสนอขายหุ้นสามัญต่อประชาชนในครั้งนี้ที่เท่ากับหุ้นละ 25.25 – 26.25 บาท คิดเป็นอัตราส่วนราคาหุ้นต่อกำไรสุทธิต่อหุ้น (Price to Earnings ratio: P/E) ประมาณ 19.96 – 20.75 เท่า โดยคำนวณจากกำไรสุทธิ (อ้างอิงจากงบการเงินเสมือน) ของบริษัทฯ ในช่วง 4 ไตรมาสล่าสุด ซึ่งเท่ากับ 967,911,301 บาท (ตั้งแต่ 1 มกราคม 2559 ถึง 31 ธันวาคม 2559) หารด้วยจำนวนหุ้นสามัญทั้งหมด 765,000,000 หุ้น (Fully diluted) ซึ่งมีค่าเท่ากับ 1.27 บาทต่อหุ้น
    หุ้นที่เสนอขายครั้งนี้รวม ไม่เกิน 229.50 ล้านหุ้น โดยเป็นหุ้นสามัญเพิ่มทุนไม่เกิน 125 ล้านหุ้น และหุ้นสามัญเดิม ของ H -International (SG) Pte Ltd จำนวนไม่เกิน 104.50 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้(พาร์) หุ้นละ 5 บาท การเสนอขายแบ่งเป็น เสนอขายแก่ผู้ถือหุ้นเดิม WHA ไม่เกิน 57.28 ล้านหุ้น เสนอขายผู้มีอุปการคุณของผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ 23.03 ล้านหุ้น เสนอขายผู้มีอุปการคุณของ WHAUP จำนวน 34.42 ล้านหุ้น เสนอขายแก่นักลงทุนสถาบันในประเทศและต่างประเทศ 144.75 ล้านหุ้น  คาด WHAUP เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) วันที่ 10 เม.ย.นี้
     นักลงทุนทั่วไปและผู้มีอุปการะคุณของผู้จัดการจัดจำหน่ายทั้ง 3 แห่งคือ บล. ไทยพาณิชย์ บล.อาร์เอชบี(ประเทศไทย) จำกัด และบล. บัวหลวง จองซื้อในวันที่ 22-28 มีนาคม  สำหรับนักลงทุนสถาบันในประเทศและต่างประเทศ วันที่ 30 - 31 มี.ค.นี้ และ 3 เม.ย.60   สำหรับเงินที่ได้จากการระดมทุนคร้งนี้ WHAUP จะนำไปใช้ชำระคืนเงินกู้สถาบันการเงิน จำนวน 2,500 ล้านบาท โดยจะทำให้อัตราหนี้สินต่อทุน(D/E) ลดลงต่ำกว่า 1 เท่า จากปัจจุบันกว่า 1 เท่า และ นำไปใช้ลงทุนโครงการในอนาคต จำนวน 520 ล้านบาท ส่วนที่เหลือราว 39-161 ล้านบาท นำไปใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน
 
 *** MM เคาะ IPO ที่ 5-5.50 บ. เปิดให้ผู้ถือหุ้น SSTจอง 29-31 มี.ค. - รายย่อยจอง 3-5 เม.ย. เทรด 11 เม.ย.นี้ 
    นายมนตรี ศรไพศาล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์(บล.) เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ MBKET เปิดเผยว่า  บริษัท มัดแมน จำกัด (มหาชน) หรือ MM  จะกำหนด ช่วงราคาขายIPO หุ้น ที่ 5-5.50 บาทต่อหุ้น ซึ่งจะสำรวจความสนใจจองซื้อจากนักลงทุนสถาบัน (book building ) ในวันที่ 27-30 มี.ค. และจะสรุปราคา IPO ได้วันที่ 31 มี.ค. เปิดให้ผู้ถือหุ้นเดิม ของบริษัท ทรัพย์ศรีไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SST ที่มีรายชื่อในสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้นในวันที่ 16 มี.ค. จองวันที่ 29-31 มี.ค. ส่วนประชาชนทั่วไปและนักลงทุนสถาบันจอง วันที่ 3-5 เม.ย. ในราคาที่ 5.50บาท ซึ่งหากสรุปราคา IPO แล้ว ราคาต่ำกว่า ผู้จัดการจัดจำหน่ายจะคืนเงินค่าจองซื้อส่วนต่างให้ภายหลัง โดยคาดจะเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์เอ็มเอไอ (mai) วันที่ 11เม.ย.60
    หุ้นเสนอขายครั้งนี้จำนวน 210.98 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้(พาร์) หุ้นละ 1 บาท แบ่งเป็นเสนอขายแก่ผู้ถือหุ้นเดิม SST จำนวนไม่เกิน 41.43 ล้านหุ้น เสนอขายแก่ประชาชนทั่วไปและนักลงทุนสถาบันไม่เกิน 169.54 ล้านหุ้น โดยเงินที่ได้จากการระดมทุนครั้งนี้ส่วนใหญ่นำไปชำระหนี้ ที่เหลือใช้การขยายธุรกิจและเป็นเงินทุนหมุนเวียน

 *** มั่นใจปีนี้พลิกมีกำไร ลุยขยายสาขาร้านอาหารต่อเนื่อง 
    นายนาดิม ซาเวียร์ ซาฮานี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร MM เปิดเผยว่า บริษัทมั่นใจปีนี้พลิกมีกำไร จากปีก่อนที่ขาดทุน 168.3 ล้านบาท เนื่องจากคาดว่าปีนี้รายได้เติบโต 5-10% หลังบริษัทมีการขยายสาขาต่อเนื่องและประชาชนเข้ามาใช้บริการร้านอาหารเครื่องดื่ม รวมถึงปีนี้บริษัทจะไม่มีค่าใช้จ่ายพิเศษในการตัดค่าเสื่อม จากการซื้อกิจการธุรกิจไลฟ์สไตล์ แบรนด์เกรย์ฮาวด์ เหมือนปีที่ผ่านมาแล้ว นอกจากนี้บริษัทมีแผนนำเงิน IPO ชำระคืนหนี้ทำให้ลดภาระดอกเบี้ยจ่าย
    บริษัทมีแผนเปิดสาขาเกรย์ฮาวด์ คาเฟ่ ในประเทศไทยเพิ่มขึ้นอีก 6-9 สาขารวมเป็น 19-22 สาขาภายในปี 2563 คาดใช้เงินลงทุนสาขาละ 15 - 20 ล้านบาท ส่วนการขยายสาขาผ่านสัญญาแฟรนไชส์ในต่างประเทศ ได้แก่ จีน ฮ่องกง มาเลเซียและสิงคโปร์ ในสัญญาจ้างระบุให้ผู้ได้รับสิทธิจะต้องเปิดร้าน เกรย์ฮาวด์ ให้ได้ 5 สาขาตลอดอายุสัญญาแฟรนไชส์ 5 ปี โดยบริษัทตั้งเป้าขยายการให้สิทธิเฟรนไชส์ในประเทศใหม่เพิ่มขึ้นทุกปี ปีละ 1-2 ประเทศ ด้านธุรกิจที่ได้ดำเนินงานภายใต้สัญญามาสเตอร์แฟรนไชส์ได้แก่ ดังกิ้น โดนัท , โอปอง แปง, บาสกิ้น รอบบิ้นส์ บริษัทมีแผนขยายสาขาเพิ่มขึ้นเบรนด์ละ 12 -15 สาขา ต่อปี 5 -6 สาขาต่อปี และ 3-5 สาขาต่อปี ตามลำดับ ส่งผลให้สิ้นปี 63 คาดว่า ดังกิ้นโดนัท มีสาขาเพิ่มเป็น 355 สาขา โอ ปอง แปง เพิ่มเป็น 96 สาขา และ บาสกิ้น รอบบิ้นส์ เพิ่มเป็น 514 สาขา
 
***  3 บจ.ระดมทุนก่อนหน้ามูลค่ารวมเฉียด  3 พันลบ.  รอจ่อคิวอีกไม่ต่ำกว่า 4 บจ.
    ผู้สื่อข่าวสำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย ได้รวบรวมข้อมูลหุ้น IPO ช่วงไตรมาส 1/60 ว่า มีบริษัทเข้าจดทะเบียนรวม  5  บริษัท  มูลค่าระดมทุนรวม 2,982.14  ล้านบาท  มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (มาร์เกตแคป) ณ ราคา  IPO อยู่ที่  8,316.6 ล้านบาท  บริษัท สยามอีสต์ โซลูชั่นจำกัด (มหาชน)   SE  เข้าเทรดวันที่ 14 ก.พ. มูลค่าระดมทุน 147 ล้านบาท   บริษัท บูรพา เทคนิคอล เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน)หรือ   ETE เข้าเทรดวันที่ 15 ก.พ.มูลค่าระดมทุน 588 ล้านบาท   บริษัท เมกาเคม (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)หรือ  MGT เข้าเทรดmai วันที่ 23 ก.พ.มูลค่าระดมทุน 189 ล้านบาท  บริษัทโรงพยาบาลราชพฤกษ์ จำกัด (มหาชน)  หรือ RPH เข้าเทรดวันที่ 27 ก.พ. มูลค่าระดมทุน 786 ล้านบาท และบริษัท ซินเนอร์เจติค ออโต้ เพอร์ฟอร์มานซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ  ASAP  เข้าเทรดวันที่ 30 มี.ค.  มูลค่าระดมทุน 636 ล้านบาท
     ทั้งนี้พบว่า ยังมีอีกหลายบริษัทจดที่เตรียมเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ แต่ยังไม่กำหนดวันซื้อขาย ไม่ว่าจะเป็น   บริษัท บี. กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BGRIM   ประกอบธุรกิจหลักด้านการผลิตและขายไฟฟ้า ไอน้ำ และธุรกิจที่เกี่ยวข้องทั้งในประเทศและต่างประเทศ , บริษัท โกลบอลกรีนเคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GGC  ทำธุรกิจผลิตภัณฑ์เคมีเพื่อสิ่งแวดล้อม บริษัท อิงเกรส อินดัสเตรียล (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน)  INGRS ลงทุนในบริษัทย่อยที่ประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายชิ้นส่วนรถยนต์ (Automotive Components Manufacturing) ในประเทศไทย ประเทศมาเลเซีย และประเทศอินโดนีเซีย  , บริษัท ธนบุรี เฮลท์แคร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)  THG  กลุ่มบริษัทฯ ให้บริการรักษาพยาบาล  
 

 
     
 
 

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด