ข่าวนี้ที่ 1

| 23 พฤษภาคม 2560 | 17:05

SAWAD กางแผนหลังปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ ปักธงโกอินเตอร์

     SAWAD กางแผนธุรกิจปรับทัพโครงสร้างองค์กรครั้งใหญ่ หลังรวบ "เงินทุนศรีสวัสดิ์" ชูเป็นสถาบันการเงินทางเลือกใหม่ ปักหมุดภายใน 3-5 ปี กวาดลูกค้า 2-3 ล้านราย พร้อมบุกหนักตลาดต่างประเทศ เน้นกลุ่ม CLMV รวมถึงอินโดนีเซีย หวังดันสัดส่วนรายได้ต่างประเทศเพิ่มขึ้นเป็น 15-20% ภายในปี 64 ตั้งงบ 4 พันล้านบาท ใช้ซื้อกิจการและซื้อหนี้เสียมาบริหาร ส่วนสินเชื่อรวมปีนี้คาดเติบโต 20-30% 

***วางแผนขยายฐานลูกค้าเพิ่มเป็น 2-3 ล้านราย ในปี 64 จาก 4 แสนราย
    นางสาวธิดา แก้วบุตตา กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศรีสวัสดิ์ พาวเวอร์ 1979 จำกัด (มหาชน) หรือ  SAWAD เปิดเผยว่า บริษัทได้รวมกับ บริษัท เงินทุนศรีสวัสดิ์ จำกัด  (มหาชน) (เดิมชื่อบริษัท เงินทุนกรุงเทพธนาทร จำกัด (มหาชน) หรือ BFIT) จัดตั้งกลุ่มธุรกิจการเงินเป็นสถาบันการเงินทางเลือกใหม่ ที่ให้เงินกู้แก่คนในชุมชนที่ต้องการเงินด่วนภายใต้การกำกับของธนาคารแห่งประเทศไทย โดยบริษัทวางแผนระยะยาว 3-5 ปี (ปี 60-64) ในการเพิ่มลูกค้าทั้งในประเทศและต่างประเทศเป็น 2-3 ล้านราย จากปัจจุบัน 4 แสนราย และขยายสาขาให้ครอบคลุมทั่วประเทศ 3,500 สาขา จากปัจจุบัน 2,300 สาขา
    “การปรับโครงสร้างองค์กรครั้งนี้ กรรมการบริษัทและทีมผู้บริหารของ บมจ.ศรีสวัสดิ์ คอร์ปอเรชั่น และ ทีมผู้บริหาร บมจ.เงินทุนศรีสวัสดิ์ มุ่งมั่นที่จะทำงานร่วมกัน ทำให้เราสามารถขยายการดำเนินธุรกิจได้อย่างแข็งแกร่งและเต็มรูปแบบ และนำผลิตภัณฑ์ทางการเงินรูปแบบใหม่ออกมาเสนอต่อกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้มากขึ้น ทำให้ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับบริษัท ไม่ว่าจะเป็น ลูกค้า, นักลงทุน, ผู้ถือหุ้นกู้, พันธมิตรทางธุรกิจ มั่นใจในการดำเนินงาน ภายใต้นโยบายของกลุ่มบริษัทคือ ศรีสวัสดิ์ สถาบันการเงินทางเลือกใหม่”น.ส.ธิดา กล่าว

*** ลุยเปิดสาขา  CLMV-อินโดฯ ดันรายได้ตปท.พุ่ง 15-20% ในปี 64 จากปัจจุบัน 1%
    บริษัทยังมีแผนขยายตลาดในต่างประเทศ เช่น กัมพูชา ลาว เมียนมา และ เวียดนาม โดยล่าสุด บริษัทได้รับอนุมัติให้ลงทุน และ จัดตั้งบริษัทในลาวเพื่อให้บริการสินเชื่อ และเพิ่มทุนจดทะเบียนในบริษัทที่เวียดนาม ซึ่งตลาดสินเชื่อในประเทศเพื่อนบ้านมีการเติบโตสูง โดยเฉพาะตลาดสินเชื่อรถจักรยานยนต์และ รถยนต์การเกษตร ซึ่งคาดว่าในไตรมาส 3/60 จะเปิดสาขาใหม่ในลาวอีก 2-3 สาขา และเวียดนามจะเปิดให้ครบ 10 สาขาภายในสิ้นปีนี้ จากปัจจุบันอยู่ที่ 4 สาขา ส่วนที่เมียนมาจะเปิดสาขาให้ครบ 8 สาขา จากปัจจุบันมี 4 สาขาโดยตั้งเป้าปล่อยสินเชื่อในปีนี้ 1,000 ล้านบาท จากปีก่อนที่ทำได้ 500 ล้านบาท นอกจากนี้ ยังอยู่ระหว่างศึกษาขยายธุรกิจไปยังอินโดนีเซีย คาดว่าจะได้ข้อสรุปภายในปีนี้เช่นกัน
    ปัจจุบันสัดส่วนรายได้จากธุรกิจในต่างประเทศอยู่ที่ 1% และมีแผนที่จะเพิ่มสัดส่วนเป็น 15-20% ภายใน 3-5 ปี (60-64)
    "ในปีนี้จะเห็นภาพการรุกตลาดต่างประเทศอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งบริษัทมองว่าตลาดสินเชื่อในประเทศเพื่อนบ้านมีโอกาสเติบโตสูง โดยเฉพาะตลาดสินเชื่อมอเตอร์ไซค์และรถยนต์การเกษตรทั้งตลาดพม่า เวียดนาม และลาว”นางสาวธิดา กล่าว

****ตั้งงบ 4 พันลบ.ใช้ซื้อกิจการ-หนี้เสียมาบริหาร ชัดเจนครึ่งหลังนี้
    บริษัทยังมองหาโอกาสในการขยายธุรกิจที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง โดยปีนี้วางงบลงทุนรวมไว้ราว 4,000 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นการซื้อหนี้ที่มิก่อให้เกิดรายได้ (NPL) จากสถาบันการเงินที่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน เช่น บ้าน และ ที่ดิน ใช้เงินลงทุนประมาณ 2,000-3,000 ล้านบาท นอกจากนี้ ยังสนใจและศึกษาที่จะเข้าซื้อหนี้เสียบัตรเครดิตจากสถาบันการเงินเพิ่มเติม หลังให้ผลตอบแทนที่สูง ซึ่งมูลหนี้ที่จะเข้าประมูลอยู่ที่ 400-500 ล้านบาท พร้อมวางงบอีก 1,000 ล้านบาท ในการเข้าซื้อกิจการอื่นๆ เพื่อสร้างการเติบโตให้ธุรกิจคาดว่าจะเห็นความชัดเจนในครึ่งปีหลัง
    ในไตรมาส 3/60 บริษัทจะหุ้นกู้วงเงิน 2,000-4,000 ล้านบาท โดยมีอายุ 2-4 ปี เพื่อใช้ในการขยายธุรกิจ เสริมสภาพคล่อง และรีไฟแนนซ์หนี้บางส่วน โดยได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่ BBB จากวงเงินรวมที่ขออนุมัตจากผู้ถือหุ้นไว้ประมาณ 10,000 ล้านบาท

***มั่นใจสินเชื่อปีนี้โต 20-30% ครึ่งปีหลังเงินด่วนรากหญ้ายังรุ่ง 
    มั่นใจปีนี้รายได้และสินเชื่อจะโตไปพร้อมกันที่ 20-30% แต่จะเห็นการเติบโตที่ดีและมากขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง ซึ่งมีโอกาสที่สินเชื่อและรายได้จะโตเกินเป้าหมายที่วางไว้ แนวโน้มรายได้และสินเชื่อในไตรมาส 2/60 จะดีกว่าไตรมาส 1/60 หลังความต้องการสินเชื่อยังอยู่ในระดับสูงตามภาวะเศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้นตัว และทางสถาบันการเงินมีความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อทำให้ลูกค้าเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ยากขึ้น ซึ่งเป็นโอกาสในการขยายธุรกิจของบริษัท ทำให้ปีนี้ยังมั่นใจว่าสินเชื่อจะเติบโต 20-30% ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ หรือคิดเป็นสินเชื่อปล่อยใหม่ 25,000 ล้านบาท จากปี 59 ที่สินเชื่อเติบโต 50% หรือคิดเป็นสินเชื่อปล่อยใหม่ 20,000 ล้านบาท
    บริษัทมีเป้าหมายเพิ่มธุรกรรมเงินฝากซึ่งจะดำเนินการได้ที่ สำนักงานของ บริษัท เงินทุนศรีสวัสดิ์ จำกัด (มหาชน) โดยอัตราดอกเบี้ยปัจจุบันอยู่ที่ 1.70% โดยมีระยะเวลาฝากมากกว่า 12 เดือน ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างขออนุญาตทางธนาคารแห่งประเทศไทยในการเสนอโปรแกรมดอกเบี้ยของเงินฝากในแต่ละช่วงเวลาต่อไป เช่น 3 เดือน 6 เดือน หรือ 12 เดือน แต่อย่างไรก็ตาม บริษัทคาดว่าอัตราดอกเบี้ยจะเป็นแรงจูงใจในการระดมเงินฝากเข้ามาถึงแม้ว่าต้นทุนทางการเงินจสูงขึ้น แต่เชื่อว่าจสามารถบริหารจัดการได้
    
 ***โบรกฯแนะ"ซื้อ"กำไรปี 60-61 โตกว่า 30%
    นายวรุตม์ ศิวะศริยานนท์ กรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.เอเชีย เวลท์ แนะ"ซื้อ"ราคาเป้าหมาย 61.00 บาท ผลประกอบการดีมาก ในไตรมาส 1/60 และมีแนวโน้มที่จะปรับตัวขึ้นไปอีกในระยะต่อไป คาดว่ายังแสดงการเติบโตของสินเชื่อในไตรมาสที่เหลือของปี ผลักดันโดยการบริโภคภาคครัวเรือนที่แข็งแกร่งมากต่อเนื่องและภาคเกษตรกรรมที่เริ่มดีขึ้น โดยในไตรมาส 1/60 ตัวเลขการบริโภคภาคครัวเรือนของไทยเพิ่มขึ้น 3.2% YoY ในขณะที่ภาคเกษตรกรรมขยายตัวเป็นไตรมาสที่สามติดต่อกัน ด้วยอัตราแข็งแกร่งถึง 7.7% YoY
    การที่ SAWAD มีสาขาอยู่ทั่วประเทศ และสาขาส่วนใหญ่อยู่ต่างจังหวัดทำให้บริษัทจะได้ประโยชน์อย่างมากจากปัจจัยข้างต้น และจะสามารถเข้าถึงความต้องการสินเชื่อของตลาดที่ยังไม่มีใครเข้าถึง (untapped market) ได้เหนือคู่แข่งรายอื่น
นอกจากนี้ เราประทับใจกับผลการดำเนินงานของบริษัทในไตรมาส 1/60 ที่รายงานกำไรสุทธิที่ 690 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.6% QoQ และ 64.3% YoY รวมถึงการเติบโตของสินเชื่อบริษัทที่เพิ่มขึ้น 4.3% QoQ และ 45.9% YoY ขับเคลื่อนโดยการขยายเครือข่ายสาขา แล้วยังหนุนโดยการคำนวณค่ายุติธรรมที่บริษัทมีส่วนได้เสียในการถือหุ้น BFIT
    “คาดปีนี้บริษัทจะขยายจำนวนสาขาถึง 2,400 สาขาจาก 2,188 สาขาในไตรมาส 1/60 บริษัทตั้งเป้าเพิ่มพอร์ตสินเชื่อในเมียนมาจะอยู่ที่ราว 2-3 พันล้านบาท เพิ่มขึ้นจากประมาณ 500 ล้านบาทในปีที่ผ่านมา คาดสินเชื่อโดยรวมของบริษัทปีนี้จะเติบโตถึง 40% และคาดว่ากำไรจะเติบโตที่ 33.2% ในปี 60 และ 30.2% ในปี 61”นายวรุตม์ กล่าว

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด