ข่าวนี้ที่ 1

| 23 มีนาคม 2560 | 18:06

กูรูฟันธง! สิ้นงวด Q1/60 ไม่มี Window Dressing

       โบรกฯมองสิ้นงวด Q1/60 ไม่มี Window Dressing เอเซียพลัสโชว์สถิติสถาบันสะสมช่วงเดือนมี.ค.กว่า 2.05 หมื่นล้านบาท น่าจะมีเงินสดเหลือไม่มากมาไล่ซื้อ ด้านฟิลลิป ชี้กองทุนรอทำราคาเพื่อวัดผลลงทุนในช่วงสิ้นปีมากกว่า ด้านบล.โนมูระพัฒนสิน คาดกลุ่มค้าปลีก-ชิ้นส่วนยานยนต์ และแบงก์ จะเป็นเป้าหมายในการไล่ราคา เหตุเป็นหุ้นขนาดใหญ่

*** สถิติชี้ชัดเลิกหวัง Window Dressing 
    บทวิเคราะห์ บล.เอเซียพลัส ระบุ การทำราคาเพื่อปิดงวดบัญชี(Window Dressing)ของนักลงทุนสถาบัน จากสถิติเดือน มี.ค.ย้อนหลัง 10 ปี พบว่า นักลงทุนสถาบันฯ มักจะขายสุทธิเฉลี่ยราว 2.25 พันล้านบาท โดยเป็นการขายสุทธิถึง 7 ใน 10 ปี และยังเป็นเดือนที่มียอดขายสูงสุดเป็นอันดับ 2 เมื่อเทียบกับเดือนอื่นๆ (เดือน ก.ค. เป็นเดือนที่ยอดขายสุทธิเฉลี่ยสูงสุดเป็นอันดับ 1 ราว 4.8 พันล้านบาท) และหากวิเคราะห์ให้ลึกลงไปอีก พบว่า ในช่วงเวลา 7 วัน, 3 วัน และ 1 วันทำการสุดท้าย ก่อนสิ้นเดือน มี.ค.สถิติซื้อขายสุทธิของกลุ่มนักลงทุนสถาบันยังขายสุทธิเฉลี่ยทั้งสิ้นในทุกช่วงเวลา ดังนี้
    7 วันก่อนสิ้นเดือนมี.ค. นักลงทุนสถาบันขายด้วยมูลค่าราว 1,147 ล้านบาท,3 วันก่อนสิ้นเดือนมี.ค. ขายด้วยมูลค่าราว 465 ล้านบาท และ 1 วันทำการสุดท้าย ก่อนสิ้นเดือน มี.ค. ขายด้วยมูลค่าราว 439 ล้านบาท ตามลำดับ
    หากพิจารณาจากสัดส่วนการถือครองเงินสดของกองทุนรวมหุ้นในเดือน ม.ค. พบว่าเหลือเพียง 3.00% เท่านั้น แต่ปัจจุบันนักลงทุนกลุ่มสถาบันฯ ยังคงเดินหน้าซื้อสุทธิสะสมหุ้นไทยมาตลอดช่วงมี.ค. 60 กว่า 2.05 หมื่นล้านบาท (ข้อมูลถึงวันที่ 23 มี.ค.60) จึงทำให้เชื่อว่า น่าจะมีเงินสดเหลือไม่มากนักที่จะกลับเข้าซื้อหุ้นในช่วงท้ายของไตรมาส 1 ทำให้โอกาสที่จะเกิดการทำ Window Dressing ในงวดนี้อาจมีน้ำหนักน้อยกว่าช่วงปลายปีมาก
    อย่างไรก็ตาม คาดว่าการจัดพอร์ตการลงทุนของสถาบันฯ น่าจะเป็นไปในลักษณะ Switch หรือสลับการลงทุน โดยการขายหุ้นที่มี Upside เหลือน้อย แล้วไปซื้อหุ้นที่ยัง Laggard กว่าแทน ซึ่งหุ้นที่สถาบันถือครองมากที่สุด 10 อันดับแรกมีดังนี้
    รายชื่อหุ้น 10 อันดับแรกที่กองทุนถือครองมากที่สุด ข้อมูลล่าสุด สิ้นสุด ม.ค.60
    PTT 24.6% ,SCC 17.7%, CPALL 11.4%, AOT 7.5%, KBANK 6.7%, BJC 5.4%, SCB 5.1%, BBL 4.7%, BDMS 3.4%, ADVANC 2.5%
    ดังนั้น กลยุทธ์การลงทุนในช่วงเวลาตลาดหุ้นผันผวนเช่นนี้ เน้นหุ้นที่สถาบันฯนิยมซื้อสะสมและราคาหุ้นยังถือว่า Laggard พื้นฐานอยู่มาก อย่าง SCB, BJC, BDMS และ CPF เป็นหุ้นเด่น

*** กองทุนรอไล่ซื้อช่วงสิ้นปี
    นางสาวธีรดา ชาญยิ่งยงค์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด มองว่าการทำ Window Dressing ในไตรมาสแรกของปีมีโอกาสเกิดน้อยมาก ซึ่งมีโอกาสที่บางกองทุนจำเป็นที่จะต้องดันราคาในช่วงไตรมาสแรก แต่จากสถิติมองว่านักลงทุนสถาบันในประเทศมักจะทำราคาเพื่อวัดผลของการลงทุนในช่วงสิ้นปีมากกว่า
    ทั้งนี้ ปัจจุบันสถาบันในประเทศได้ออกกองทุนที่มีความหลากหลายมากขึ้นจากเดิมที่ออกกองทุนลงทุนในหุ้นขนาดใหญ่มากกว่า ทำให้การทำราคาในปัจจุบันจะไม่สามารถระบุหุ้นที่ได้รับประโยชน์ได้
    "กองทุนสมัยนี้ออกกองหลากหลายขึ้น ซึ่งถ้ากอง Mid-Small Cap มาทำ Window Dressing หุ้นขนาดกลาง-เล็ก ก็จะได้รับประโยชน์ เมื่อก่อนมีแต่กองหุ้นใหญ่ทำ Window Dressing เลยมีแต่หุ้นใหญ่ที่ปรับขึ้น"น.ส.ธีรดากล่าว

*** ค้าปลีก-ชิ้นส่วนฯ-แบงก์ เป็นเป้าถูกไล่ซื้อ
    นายกรภัทร วรเชษฐ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและบริการการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์โนมูระ พัฒนสิน จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ขณะนี้เริ่มเห็นแรงซื้อจาก Window Dressing เข้ามามากพอสมควร ซึ่งผลักดันภาวะตลาดปรับตัวเพิ่มขึ้นตั้งแต่ช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยตามสถิติ Window Dressing จะคึกคักที่สุดในช่วงไตรมาสแรกของปี เพราะเป็นช่วงที่มีการจ่ายปันผล และสถิติพบว่าการเข้าซื้อของสถาบันจะเข้ามาช่วง 2 สัปดาห์สุดท้ายก่อนจบไตรมาส และค่าเฉลี่ยจะช่วยผลักดันดัชนีได้ถึง 2.18% 
    ส่วนกลุ่มที่คาดว่าจะมีแรงซื้อเข้ามาในช่วงไตรมาสแรกนี้ คือ ค้าปลีก ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์และยานยนต์ รวมถึงธนาคารพาณิชย์
    "มั่นใจว่าจะมีการทำราคาในไตรมาส 1/60 อย่างแน่นอน เนื่องจากสภาพคล่องของนักลงทุนสถาบันในประเทศที่มีอยู่สูงมากในปัจจุบัน ประกอบกับบริษัทจดทะเบียนไทยมีการจ่ายปันผลที่ค่อนข้างสูง โดยหุ้นในกลุ่มที่คาดว่าจะได้รับประโยชน์ ได้แก่ กลุ่มธนาคาร และกลุ่มค้าปลีก เนื่องจากเป็นกลุ่มที่มีขนาดค่อนข้างใหญ่และเป็นกลุ่มที่นักลงทุนสถาบันในประเทศนิยมทำราคา"นายกรภัทรกล่าว
    นายวรุตม์ ศิวะศริยานนท์ กรรมการผู้จัดการ สายงานวิจัย บล.เอเชีย เวลท์ จำกัด ให้ความเห็นว่า การทำ Window dressing สำหรับปิดงวดปัญชี Q1/60 มีความจำเป็นน้อยลงเมื่อเทียบกับอดีต เพราะปัจจุบันเทคโนโลยีที่เติบโตรวดเร็วเอื้อให้ผู้จัดการกองทุนจัดการสิ่งต่างๆ ได้ง่ายขึ้น ฉะนั้นอาจจะพอมีอยู่ แต่ไม่สามารถบอกได้ว่ามากน้อยเพียงใด
    ขณะที่ บล.โกลเบล็ก จำกัด เผยสัปดาห์นี้หุ้นไทยยังได้รับปัจจัยบวกจากแรงเก็งกำไรการทำ  Window Dressing ไตรมาส 1/60 ในช่วงปลายเดือนมี.ค. ดังนั้น ประเมินว่า SET จะปรับตัวขึ้นทดสอบแนวต้านบริเวณ 1,575 – 1,585 จุด ทั้งนี้ แนะนำเก็งกำไรหุ้นกลุ่มธนาคารซึ่งได้ประโยชน์จากแนวโน้มดอกเบี้ยขาขึ้น แนะนำ SCB KTB และ KBANK

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด