ข่าวนี้ที่ 1

| 22 มิถุนายน 2560 | 18:06

"สมคิด" เสกตัวเลขส่งออกโต 2 หลัก

      "สมคิด" ส่งซิกตัวเลขส่งออกปีนี้โต 2 หลัก เห็นสัญญาณฟื้นจาก ศก.คู่ค้าที่เติบโต ไม่หวั่นบาทแข็ง เชื่อ ธปท.เอาอยู่ พร้อมมั่นใจจีดีพีปีนี้โต 3.5% หลังรัฐเร่งลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน ด้านพาณิชย์แถลงตัวเลขส่งออก พ.ค. โตทันที 13.2% สูงสุดในรอบ 52 สัปดาห์ รวม 5 เดือนแรกโต 7.2% สูงสุดรอบ 6 ปี ด้านโบรกฯ มองส่งออกครึ่งปีหลังชะลอตัวจากครึ่งแรก ตามราคาโภคภัณฑ์ที่มีแนวโน้มปรับลดลง

 *** "สมคิด" ลั่นส่งออกปีนี้โต 2 หลัก-จีดีพีโต 3.5%  
     นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยในงาน Thailand’s Big Strategic Move ว่า อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ หรือ จีดีพี ของไทยปีนี้ว่า จะเติบโตได้ที่ระดับ 3.5% หรือมีโอกาสมากกว่าเนื่องจากเศรษฐกิจเริ่มส่งสัญญาณการฟื้นตัว และการเร่งลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐ โดยเฉพาะด้านคมนาคมที่มากกว่า 2.4 ล้านล้านบาท ทั้งการสร้างถนน ทางด่วน มอเตอร์เวย์ รถไฟรางคู่ รถไฟความเร็วสูง ท่าเรือ ขนส่งสินค้า เป็นต้น  ขณะที่ภาคการส่งออกเริ่มเห็นการฟื้นตัวดี จากเศรษฐกิจคู่ค้าเติบโต และมองว่า ในปีนี้ ส่งออกของไทยมีโอกาสเติบโตได้เป็นตัวเลข 2 หลัก จากปัจจุบันมองเป้าหมายการส่งออกไว้ที่ 5% 
    “ ทุกอย่างกำลังเดินหน้าตามโรดแมพการเมืองที่จะนำไปสู่การเลือกตั้งในปี 2561  ทุกสิ่งจะเป็นไปตามขั้นตอนที่ระบุไว้ในรัฐธรรมนูญ และอยู่ระหว่างการตั้งคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ และคณะกรรมการปฏิรูปประเทศ ในขณะเดียวกันในด้านเศรษฐกิจ รัฐบาลได้ออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ได้ผล นำความเชื่อมั่นกลับคืนมาด้วยการขับเคลื่อนเศรษฐกิจจากที่ตกต่ำลงมาถึงขีดสุดที่จีดีพีขยายตัวเพียง 0.8% เมื่อ 3 ปีที่ผ่านมา แต่ปัจจุบัน ไตรมาส 1/2560 ขยายตัวได้ 3.3% และคาดว่าค่าเฉลี่ยทั้งปีนี้จีดีพีจะขยายตัวได้ 3.5% หรือสูงกว่า และมีหนี้สาธารณะต่อจีดีพีไม่เกิน 45%” นายสมคิด กล่าว

*** ปลอบเอกชนไม่ต้องห่วงบาทแข็ง ธปท.เอาอยู่ 
    นายสมคิด กล่าวตอนหนึ่ง ถึงกรณีที่ภาคเอกชนเป็นห่วงค่าเงินบาทที่ปรับตัวแข็งค่าขึ้นจนอาจกระทบต่อการส่งออกว่า เอกชนไม่ต้องเป็นห่วง เนื่องจากค่าเงินบาทเป็นสิ่งที่ธนาคารแห่งประเทศไทย หรือ ธปท. ดูแลได้ดีอยู่แล้ว ขณะที่ภาคเอกชนเองต้องเร่งพัฒนาคุณภาพของสินค้า โดยเฉพาะการสร้างมูลค่าเพิ่ม นำนวัตกรรมมาใช้ เพื่อรองรับกับการแข่งขัน ส่วนการส่งออกที่มีโอกาสเติบโตเป็นตัวเลขสองหลักนั้น เนื่องจาก ขณะนี้เศรษฐกิจโลกเริ่มฟื้นตัวดี ซึ่งจะส่งผลดีต่อการส่งออกแน่นอน  

*** พาณิชย์เผยส่งออก พ.ค.โต 13.2%  
     นางสาวพิมพ์ชนก วอนขอพร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า กระทรวงพาณิชย์  เปิดเผยว่า ตัวเลขการส่งออกของไทยในเดือน พ.ค.2560 มีมูลค่า 19,944 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 13.2% สูงสุดในรอบ 52 เดือน 
    ส่วนการนำเข้าในเดือน พ.ค.60 มีมูลค่า 19,000 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 18.2% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ทำให้ไทยเกินดุลการค้าประมาณ 944 ล้านดอลลาร์   
     โดยการส่งออกที่ขยายตัวในเดือนพ.ค. เป็นผลจากการขยายตัวในทุกตลาดสำคัญ ขณะที่การส่งออกสินค้าเกษตรและเกษตรแปรรูป และสินค้าอุตสาหกรรม ยังเติบโตต่อเนื่อง 
             สำหรับในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2560 การส่งออกไทยขยายตัว 7.2% สูงสุดในรอบ 6 ปี เมื่อเทียบกับระยะเดียวกัน ส่วนการนำเข้า 15.2% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้มียอดเกินดุลการค้า 5.05 พันล้านดอลลาร์ 
            ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์ มั่นใจว่าการส่งออกในปีนี้จะเติบโตได้ 5% ตามเป้าที่ตั้งไว้   การส่งออกในระยะต่อไป ยังมีทิศทางการฟื้นตัวที่ดีขึ้นอย่างชัดเจน เนื่องจากสถานการณ์เศรษฐกิจของประเทศคู่ค้าสำคัญ ยังมีสัญญาณการฟื้นตัวที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ราคาน้ำมันดิบและราคาสินค้าเกษตร อยู่ในระดับที่ดีขึ้นกว่าปีก่อน    
      " ฐานส่งออกในครึ่งหลังของปี 59 ขยายตัวในระดับสูง ซึ่งเป็นผลให้การส่งออกในครึ่งหลังของปีนี้ อาจไม่ได้ขยายตัวสูงมากเหมือนช่วงที่ผ่านมา โดยการเติบโตของการส่งออก อาจจะกลับเข้าสู่ตัวเลขที่เป็นจริงมากขึ้น   นอกจากนี้ ยังมีความเสี่ยงเรื่องราคาน้ำมันที่ยังคงไม่แน่นอน รวมถึงความไม่ชัดเจนของนโยบายกีดกันทางการค้า ของประเทศหลัก " นางสาวพิมพ์ชนก กล่าว 

*** แนะผู้นำเข้า ฉวยโอกาสช่วงบาทแข็งนำเข้าสินค้าทุน 
     นางสาวพิมพ์ชนก  กล่าวว่า การแข็งค่าของเงินบาท ทางกระทรวงมองเป็นเพียงปัจจัยระยะสั้นเท่านั้น และเชื่อว่าธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะสามารถดูแลความผันผวนที่อาจจะเกิดขึ้นได้ ดังนั้น กระทรวงพาณิชย์จึงไม่กังวลกับผลกระทบของเงินบาทที่แข็งค่ามากนัก ทั้งนี้ ยืนยันว่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น ยังไม่ส่งผลกระทบต่อการส่งออกในเดือนพ.ค. เนื่องจากการส่งออกในช่วงนี้ เป็นคำสั่งซื้อที่เกิดขึ้นมาก่อนหน้านี้ ดังนั้น ยังต้องรอดูผลกระทบในช่วงครึ่งหลังของปี  
     อย่างไรก็ตาม ผู้นำเข้าควรจะเร่งนำเข้าสินค้าทุนและวัตถุดิบในขณะนี้ เนื่องจากเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น ทำให้ต้นทุนของการนำเข้าถูกลง แต่หากเป็นช่วงปลายปี ต้นทุนของการนำเข้าอาจจะเพิ่มขึ้นก็ได้ ซึ่งขณะนี้การนำเข้าสินค้าทุนและวัตถุดิบเพิ่มขึ้นค่อนข้างมาก และเป็นระดับที่น่าพอใจ
 
*** บล.ซีไอเอ็มบีไทย มองส่งออกครึ่งหลังปี 60 โตน้อยกว่าครึ่งปีแรก 
    สำนักวิจัย ธนาคารซีไอเอ็มบีไทย เปิดเผยหลังกระทรวงพาณิชย์ รายงานตัวเลขส่งออกเดือน พ.ค.ว่า แนวโน้มส่งออกครึ่งปีหลังของไทยจะโตในอัตราที่น้อยลงกว่าครึ่งปีแรก เหตุราคาสินค้าโภคภัณฑ์มีแนวโน้มชะลอตัว  โดยมีประเด็นที่ยังคงต้องติดตามในส่วนการนำเข้าเครื่องจักรกลและส่วนประกอบซึ่งมีสัดส่วนการนำเข้าสูงถึงร้อยละ 9.3 ของการนำเข้าสินค้าทั้ง หมดและเป็นมาตรวัดการลงทุนในประเทศจะขยายตัวได้อย่างต่อเนื่องหรือไม่
     สำนักวิจัยยังคงมองว่า แม้ในระยะนี้ทิศทางของการส่งออกของไทยจะมีแนวโน้มที่สดใส จากแนวโน้มการค้าโลกที่ดีขึ้น และจากระดับราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่ปรับเพิ่มขึ้น (โดยเฉพาะยางพาราและผลิตภัณฑ์ยางที่ได้รับอานิสงส์จากการสะสมสต๊อกของจีน) อย่างไรก็ดี การเติบโตของ
    การส่งออกที่มาจากราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่เพิ่มขึ้นดังกล่าว อาจส่งผลให้ทิศทางการส่งออกไทยขยายตัวได้ไม่ยั่งยืน เนื่องจากทิศทางของราคาสินค้าโภคภัณฑ์ก็มีแนวโน้มชะลอการขยายตัวในช่วงครึ่งหลังของปี ประกอบกับการลงทุนที่ยังคงอ่อนแอดังกล่าวข้างต้น ดังนั้น สำนักวิจัยจึงคาดว่า แนวโน้มการส่งออกของไทยในช่วงครึ่งหลังของปีนี้จะขยายตัวได้ในอัตราที่น้อยลงกว่าในช่วงครึ่งแรกของปีนี้
 

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด