ข่าวนี้ที่ 1

| 22 มีนาคม 2560 | 17:05

งบแบงก์ Q1/60 กำไรโต 8-10% สินเชื่อฟื้น-ตั้งสำรองลดลง

โบรกเกอร์ คาดผลประกอบการกลุ่มแบงก์ Q1/60 โต  8-10% จากช่วงเดียวกันปีก่อน หลังเศรษฐกิจฟื้นตัว ลูกค้าขอสินเชื่อมากขึ้น โดยล่าสุดเดือน ก.พ. 60 สินเชื่อขยายตัวเป็นบวกแล้ว จากเดือน ม.ค.ที่สินเชื่อยังหดตัว ขณะที่ NPL ทรงตัว ทำให้ภาระตั้งสำรองลดลง ขณะที่เฟดส่งสัญญาณดอกเบี้ยโลกเป็นขาขึ้น หนุนดอกเบี้ยไทยปรับขึ้นตาม กลุ่มแบงก์รับอานิสงส์เต็มๆ แนะ  BBL- KTB- TISCO-SCB-KBANK เป็นหุ้นเด่น

*** คาดกำไรไตรมาส 1/60 เติบโตจากการตั้งสำรองฯลดลง
     บทวิเคราะห์ บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส ระบุว่า แม้ว่าเศรษฐกิจไทยจะยังซบเซา การบริโภคและการลงทุนภาคเอกชนเติบโตอย่างเชื่องช้า แต่ก็มีแนวโน้มดีขึ้น โดยกลุ่มลูกค้ารายใหญ่ของธนาคารพาณิชย์เริ่มขยับลงทุนและกู้ยืมเงินมากขึ้น โดยเฉพาะสินเชื่อเพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน ด้าน NPL ก็ค่อนข้างเสถียรขึ้น และ Coverage Ratio ที่สูง ทำให้คาดการณ์ว่าธนาคารพาณิชย์หลายแห่งจะตั้งสำรองค่าเผื่อฯเป็นเปอร์เซ็นต์ต่อสินเชื่อลดลง
     สำหรับธนาคารที่มีกระแสว่าอาจมีข่าวบวกในระยะใกล้ คือ KTB ซึ่งหาก AQ เพิ่มทุนสำเร็จและนำมาชำระคืนหนี้ 1.3 หมื่นล้านบาท โดย AQ จะประชุมผู้ถือหุ้นวันที่ 7 เม.ย.นี้ และ SCB ซึ่งกำลังขายหุ้น SCB Llife ให้กับต่างชาติ ซึ่งขณะนี้มีผู้สนใจซื้อ คือ AIA, Manulife Prudential และ FWD Group ซึ่งหากขายออกไปได้ SCB จะบันทึกกำไรก้อนโตราว 3.5 หมื่นล้านบาท
    ส่วนธนาคารที่มี Valuation จูงใจในกลุ่มนี้ คือ TCAP ณ ราคาปัจจุบัน 48.75 บาท ซื้อขายที่ P/E ปี 60F ที่ 8.1 เท่าต่ำกว่า Median ของกลุ่มที่ 10.1 เท่า และมี P/BV ปีนี้ 1.0 เท่า ต่ำกว่า Median ของกลุ่มที่ 1.3 เท่า ขณะเดียวกันก็ให้ Dividend Yield 4.4% สำหรับปี 60F ดีกว่า Median ของกลุ่มที่ 3.5% ด้วย เราแนะนำซื้อ โดยให้ราคาพื้นฐาน 53 บาท
    บล.ฟินันเซีย ไซรัส ระบุว่า  สินเชื่อแบงก์เดือน ก.พ. เพิ่มขึน 0.4% M-M ดีขึ้นจาก ม.ค. ที่หดตัว -0.7% M-M ทำให้ยอดสินเชื่อ 2 เดือนแรกปีนี้ หดตัว 0.3% จากสิ้นปี 59   โดยแบงก์ที่สินเชื่อโตดีสุดในเดือนนี้คือ KKP (+1.8% M-M) ส่วนกลุ่มแบงก์ใหญ่ SCB มีสินเชื่อโตดีสุด (+1.0% M-M) รองมาเป็น KBANK (+0.6% M-M) แนวโน้มกำไรของกลุ่มในไตรมาส 1/60  มีทิศทางเพิ่มขึ้น 8-10% จากช่วงเดียวกันปีก่อน แต่ทรงตัวไตรมาสก่อนหน้า ธนาคารที่น่าจะมีกำไรดีทั้ง Q-Q, Y-Y คือ BBL, KTB, TISCO หุ้นเด่นยังเป็น TISCO ราคาพื้นฐาน 72 บาท
 
*** ให้น้ำหนักลงทุนกลุ่มแบงก์มากกว่าตลาด หลังดอกเบี้ยขาขึ้น 
    บล.เอเซีย พลัส ระบุว่า ภายหลังที่ Fed ปรับขึ้นดอกเบี้ยขึ้น 0.25% สู่ระดับ 0.75-1.00% และเริ่มเห็นธนาคารกลางแห่งอื่นๆ ปรับขึ้นดอกเบี้ยด้วยเช่นกัน อาทิ ธนาคารกลางจีน (PBOC) ปรับขึ้นดอกเบี้ย Reverse Repo ขึ้น 0.1% ทำให้เห็นได้ค่อนข้างชัดเจนว่า ทิศทางดอกเบี้ยโลกกำลังขยับเข้าสู่ขาขึ้นรอบใหญ่ ในส่วนของดอกเบี้ยนโยบายของไทยนั้น เชื่อว่ามีโอกาสขยับขึ้นตามทิศทางอัตราดอกเบี้ยโลกในช่วง 2H60 สะท้อนได้จากอัตราดอกเบี้ยในตลาดพันธบัตรระยะกลาง-ยาว ที่ขยับขึ้นไปแล้วตั้งแต่ช่วง 2H59 ตามการปรับเพิ่มขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ประกอบกับสภาพคล่องทางการเงินในระบบธนาคาร (คำนวณจากเงินฝากรวมตั๋วเงินระยะสั้น B/E หักด้วยสินเชื่อที่ไม่รวมธุรกรรมด้าน interbank) ที่ลดลงต่อเนื่องมาที่ราว 5.85 แสนล้านบาท  ณ สิ้นเดือน ม.ค.60 เทียบเท่าสัดส่วน L/D (รวม B/E) ที่ 95.3% ถือเป็นระดับที่ค่อนข้างตึงตัว นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยสนับสนุนความต้องการสินเชื่อที่จะเติบโตเร่งตัวขึ้นจากโครงการลงทุนใหญ่ของภาครัฐที่ทยอยเกิดขึ้น ล้วนผลักดันให้ทิศทางอัตราดอกเบี้ยในประเทศขยับตัวขึ้นซึ่งจะเป็นครั้งแรกในรอบ 2 ปี (หลังจากคงที่ที่ระดับ 1.5% มาตั้งแต่ เม.ย. 2558)
    นายชัยยศ จิวางกูร ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์ บล.โกลเบล็ก  กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยในสัปดาห์นี้ได้รับปัจจัยบวกจากนลท.ต่างชาติพลิกกลับเป็น Net Buy สอดคล้องกับทิศทางเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น ซึ่งทำให้กระแส Fund Flow มีโอกาสไหลเข้าต่อเนื่อง  นอกจากนี้ยังได้แรงหนุนจากการทำ Window Dressing ไตรมาส 1/2560  ในช่วงปลายเดือนมี.ค. ดังนั้นประเมินว่า SET จะปรับตัวขึ้นทดสอบแนวต้านบริเวณ 1,575 – 1,585 จุด ทั้งนี้แนะนำเก็งกำไรหุ้นกลุ่มธนาคารซึ่งได้ประโยชน์จากแนวโน้มดอกเบี้ยขาขึ้น แนะนำ SCB KTB และ KBANK

***แบงก์ใหญ่ได้เปรียบแบงก์กลาง-เล็ก 
     ฝ่ายวิจัย บล.เอเซีย พลัส ประเมินว่า หากอัตราดอกเบี้ยกลับทิศทางเป็นขาขึ้น กลุ่ม ธ.พ.ใหญ่จะมีความได้เปรียบมากกว่า ธ.พ.กลาง-เล็ก แต่ต้องเป็น ธ.พ.ใหญ่ที่เข้าข่ายคุณสมบัติดังนี้ 
     1) มีมูลค่าของสินเชื่อที่เป็นอัตราดอกเบี้ยลอยตัวมากกว่าเงินฝากที่เป็นอัตราดอกเบี้ยลอยตัว
     2) มีสถานะสุทธิเป็นผู้ให้กู้ยืม (Net Lender) ในตลาด interbank 
    โดย KTB, BBL เป็นธนาคารที่ได้เปรียบสูงสุดในช่วงดอกเบี้ยขาขึ้น ส่วน BAY และ KBANK เสียเปรียบสุด เนื่องจากมีเงินฝากที่เป็นอัตราดอกเบี้ยลอยตัวมากกว่าสินเชื่อ
    โดยรวมที่ปัจจัยแวดล้อมทางธุรกิจที่เอื้อต่อการเติบโตมากขึ้น ทำให้ฝ่ายวิจัยเพิ่มน้ำหนักลงทุนกลุ่ม ธ.พ. เป็นมากกว่าตลาด จากเดิม เท่าตลาด โดยคาดกำไรสุทธิปี 2560-61 ของ  กลุ่มฯ  เพิ่มขึ้น 7.5% yoy และ 8.4% yoy โดย top picks เลือก SCB, BBL, TCAP
    SCB (FV@B178) : ราคาหุ้นยัง laggard เมื่อเทียบกับโอกาสการเติบโตของธุรกิจที่จะกลับมาพร้อมการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ทั้งประสิทธิภาพการหารายได้ดอกเบี้ยและรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยที่แข็งแกร่ง พร้อมกับคุณภาพสินทรัพย์ที่จะแข็งแกร่งขึ้นมากในปี 2560 
    BBL(FV@B197.50) : เป็น ธ.พ.ใหญ่ ที่จะได้รับผลบวกมากเป็นอันดับ 2 ของกลุ่มฯ (รองจาก KTB) ในช่วงที่อัตราดอกเบี้ยกลับทิศทางเข้าสู่ขาขึ้น ราคาหุ้นปัจจุบันยังถูกแถมปันผลจูงใจ  
    TCAP(FV@B53) :  จากแนวโน้มการฟื้นตัวของสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ในปี 2560 ประกอบกับพัฒนาการบวกของธุรกิจที่เกิดขึ้นในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ช่วยขับเคลื่อนการเติบโตของผลการดำเนินงานจากนี้ ราคาปัจจุบันยัง laggard หุ้น ธ.พ.ขนาดกลาง-เล็กอื่นๆ แถมปันผลจูงใจเช่นกัน 
 
*** ธปท.มองแบงก์เริ่มปรับตัวปิดสาขา รับ Internet Banking
      นายสมบูรณ์ จิตเป็นธม ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ตั้งแต่ปี 2559  จนถึงช่วงไตรมาส 1 ของปีนี้ พบว่า ธนาคารพาณิชย์ส่วนใหญ่ปิดสาขา มากกว่าเปิดสาขา เนื่องจาก พฤติกรรม และ life style ของผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงไป มีการนำเทคโนโลยีมาให้บริการทางการเงินที่หลากหลายมากขึ้น สามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้ ประกอบกับ ธนาคารพาณิชย์ต่างบริหารจัดการต้นทุนให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ธนาคารพาณิชย์จึงปรับตัวโดยทบทวนจำนวนเครือข่ายที่ตั้งสาขา Relocate และเพิ่มช่องทางการให้บริการผ่าน  Mobile Banking หรือ Internet Banking  หรือ การนำเครื่องอิเล็กทรอนิกส์ มาใช้ เพื่อให้ลูกค้าสามารถทำธุรกรรมได้ด้วยตนเองด้วยค่าใช้จ่ายที่ต่ำลง มีความสะดวกสบายโดยไม่ต้องเดินทางมาที่สาขา 
    นอกจากนี้ ธนาคารพาณิชย์ยังปรับรูปแบบสาขา ให้มีขนาดที่เหมาะสม อยู่ในที่ตั้งที่ลูกค้าเข้าถึงง่าย เช่น มีสาขาตามห้างสรรพสินค้า community mall  ส่วนพนักงานของธนาคารจะได้รับการอบรม เวียนงาน ให้มีประสบการณ์ และทำงานได้หลากหลายมากขึ้น ซึ่ง ธปท. ก็มีการติดตาม การปรับตัวของธนาคารพาณิชย์ การดูแลลูกค้าและ พนักงานให้มีความเหมาะสมอย่างต่อเนื่อง
 
 
Banking : Earning Summary & Valuation

Stock         

Price (Bt)

21-Mar-17

Target Price

(Bt)

%

Uside   

EPS

(Bt)

EPS Gwth

(%)

P/E

(x)

P/BV

(x)

Div Yield

(%)

    16A         17F         16A       17F         16A           17F          17F   17F
BBL        185.00 190.00    3% 16.67 18.50 -6.9 11.0 11.1 10.0 0.9 3.8
KBANK 193.00 208.00 8% 16.79 15.20 1.8 -9.5 11.5 12.7 1.3 2.1
KKP 70.50 70.00 -1% 6.55 6.95 67.1 6.1 10.8 10.1 1.4 5.7
KTB 20.50 19.00 -7% 2.31 2.16 13.2 -6.5 8.9 9.5 1.0 3.4
SCB 159.50 167.00 5% 14.01 14.60 0.9 4.2 11.4 10.9 1.5 3.4
TCAP 48.75 53.00 9% 5.16 6.04 11.9 17.1 9.4 8.1 1.0 4.4
TISCO 68.25 75.00 10% 6.25 7.65 17.7 22.4 10.9 8.9 1.8 3.5
TMB 2.42 2.67 10% 0.19 0.20 -11.9 6.4 12.9 12.1 1.2 2.5
Median           6.9 6.3 11.0 10.1 1.3 3.5

 Source : SET, DBS Vickers     

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด