ข่าวนี้ที่ 1

| 22 กุมภาพันธ์ 2560 | 16:04

TASCOลั่นยอดขายปีนี้นิวไฮ2.4ล้านตัน เล็งเพิ่มกำลังผลิตเท่าตัว

 "ทิปโก้แอสฟัลท์"คาดยอดขายยางมะตอยปี 60 ทำสถิตินิวไฮสูงสุดที่ 2.4 ล้านตัน หลังความต้องการต่างประเทศเริ่มเข้าสู่ภาวะปกติ ขณะที่ลงทุนรัฐกระตุ้นการใช้ในประเทศโตต่อเนื่อง เล็งขยายกำลังผลิตอีกเท่าตัว จากปัจจุบันอยู่ที่ 1-1.2 ล้านตัน/ปี ด้านโบรกเกอร์ มองเป็นปีแห่งการเติบโตของ TASCO หลังอุปสงค์และราคาเป็นขาขึ้น ธุรกิจมีแนวโน้มสดใส และช่วยหนุนงบหุ้นแม่ TIPCO ฟื้นตัวตาม 

***TASCO คาดยอดขายยางมะตอยปี 60 ทำนิวไฮ
    นายชัยวัฒน์ ศรีวรรณวัฒน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทิปโก้แอสฟัลท์ จำกัด (มหาชน) หรือ TASCO  ประเมินยอดขายยางมะตอยปี 60 จะทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ 2.4 ล้านตัน เนื่องจากดีมานด์ต่างประเทศเริ่มกลับสู่ภาวะปกติ หลังภาพรวมเศรษฐกิจในภูมิภาคดีขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะลูกค้ารายหลักจากอินโดนีเซีย จีน และออสเตรเลีย ขณะที่ยอดขายในอินเดียก็ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
    ส่วนตลาดในประเทศเชื่อว่าจะเติบโตต่อเนื่อง ตามนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล โดยประเมินงบพัฒนาถนนปีนี้เติบโตไม่ต่ำกว่า 4% จากปีก่อนที่อยู่ระดับกว่า 1 แสนล้านบาท 

***ประเมินราคายางมะตอยผันผวน คาดการณ์รายได้-กำไรยาก
     บริษัท ยังไม่สามารถประเมินแนวโน้มรายได้-กำไรของบริษัทในปี 60 จากปี 59 ที่มีกำไรสุทธิ  3,110.13 ล้านบาท ลดลง 38% จากปี 58  และมีรายได้จากการขายและบริการ ที่ 24,038 ล้านบาท เนื่องจากราคายางมะตอยยังมีความผันผวน แต่เชื่อว่าครึ่งแรกของปีนี้จะอยู่ที่เฉลี่ย 310 เหรียญต่อตัน ใกล้เคียงกับปลายปี 59 และมั่นใจว่าจะไม่ลงไปหาจุดต่ำสุดเหมือนปีก่อนที่ 180 เหรียญ/ตัน เนื่องจากดีมานด์-ซัพพลายของยางมะตอยในภูมิภาคเริ่มกลับเข้าสู่ภาวะสมดุล ตามภาวะเศษฐกิจที่ดีขึ้น
    ทั้งนี้ สัดส่วนรายได้ของบริษัทจะมาจากต่างประเทศ 75% ในประเทศ 25% และอยู่ระหว่างศึกษาแผนขยายกำลังการผลิตเพิ่มอีกเท่าตัว จากปัจจุบันอยู่ที่ 1-1.2 ล้านตันต่อปี โดยคาดว่าจะสามารถสรุปรายละเอียดและเม็ดเงินลงทุนทั้งโครงการได้ภายในไตรมาส 4/60

***หุ้นแม่ TIPCO กำไรหด หลังผลงานลูกไม่ดี
    นายเอกพล พงศ์สถาพร กรรมการผู้จัดการบริษัท ทิปโก้ฟูดส์ จำกัด (มหาชน) หรือ TIPCO เปิดเผยว่า ปี 59  บริษัทมีกำไรสุทธิ 813.7 ล้านบาท ลดลง  31.5% จากปี 58 ที่มีกำไรสุทธิ 1,188.5 ล้านบาท  โดยส่วนแบ่งจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมลดลง 475.4 ล้านบาท 
    โดยบริษัทมีรายได้จากการขายและบริการ รวม 5,273.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.7 % ตามรายได้ของธุรกิจผลไม้แปรรูปและคอนซูมเมอร์  ขณะที่มีต้นทนุขายและบริการ ที่ 3,816.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.6% ตามยอดขายที่เพิ่มขึ้น ส่งผลอัตรากำไรขั้นต้น เพิ่มขึ้นจาก 23.4% เป็น 27.6%
    บริษัทยังเตรียมจ่ายปันผลงวดดำเนินงานปี 59 ที่หุ้นละ  0.16 บาท/หุ้น วันที่จ่ายปันผล 19 พ.ค. 2560 วันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล(XD) 27 เม.ย. 2560 
    คณะกรรมการ TIPCO  มีมติยกเลิการร่วมทุนกับ บริษัท ซันโตรี่ จำกัด  เนื่องจากมีการปรับแผนธุรกิจ และเข้าซื้อเงินลงทุนในบริษัทย่อย คือ ทิปโก้ เอฟแอนด์บี   เป็นสัดส่วน 99.99% โดยคาดว่าจะทำรายการเสร็จใน มี.ค.60 
 
*** ปีแห่งการเติบโตของ TASCO 
    บทวิเคราะห์ บล.เคจีไอ ระบุว่า ผู้บริหารมีมุมมองที่เป็นบวกมากขึ้นกับแนวโน้มขาขึ้นของอุปสงค์ยางมะตอยในภูมิภาค ในขณะเดียวกัน ราคายางมะตอย ที่วิ่งขึ้นมาแรงในช่วงต้นปีนี้ และคาดว่าจะทรงตัวในระดับสูงไปจนถึงสิ้นปี คาดจะช่วยให้กำไรสุทธิของ TASCO ในปี 2560 ฟื้นตัวได้อย่างแข็งแกร่ง
    โดยประเมินทิศทางกำไรสุทธิของ TASCO จะฟื้นตัวขึ้น QoQใน 1Q60 เป็น 1.0 พันล้านบาท จาก 893 ล้านบาท ใน 4Q59 โดยมีปัจจัยหลักจากการฟื้นตัวของอุปสงค์ในภูมิภาค โดยเฉพาะในตลาดอินโดนีเซีย ซึ่งการลงทุนภาครัฐบาลเริ่มกลับเข้าสู่ระดับปกติ ขณะเดียวกัน อุปทานส่วนเกินในตลาดเริ่มหายไปหลังจากที่โรงกลั่นในภูมิภาคปรับการผลิต โดยหันไปผลิตน้ำมันใสมากขึ้น นอกจากนี้ อุปสงค์ในประเทศที่แข็งแกร่ง จะช่วยหนุนให้ ปริมาณยอดขายทรงตัวในระดับสูงที่ 600Kตัน และทำให้ยอดขายในปี 2559 โตได้ถึง 16.8% YoY เป็น 7.7 พันล้านบาท อีกทั้ง ราคายางมะตอย ที่ฟื้นตัวขึ้นจากจุดต่ำสุดในเดือนตุลาคมที่ US$180/ton เป็น US$310/ton ช่วยผลักดันให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) เพิ่มขึ้น 409 bps เป็น 19.5%
    ผู้บริหารยืนยันว่าปัญหาที่เกิดขึ้นในปีที่แล้ว จากอุปทานส่วนเกินและอุปสงค์ในภูมิภาคที่หดตัว น่าจะจบไปแล้ว ดังจะเห็นได้จากการราคายางมะตอยที่วิ่งขึ้นมาถึงกว่า 30% จาก 4Q59 มาเป็น US$310-320/ton ในปัจจุบัน เรามองว่าอุปสงค์และอุปทานที่เข้าสู่สมดุลมากขึ้นจะทำให้ราคายางมะตอยใน 2Q60 ยืนอยู่ในระดับสูง และวิ่งขึ้นอีกครั้งใน 3Q60 ซึ่งเป็นช่วง high season ของตลาดส่งออก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตลาดอินโดนีเซีย ซึ่งรัฐบาลได้เพิ่มงบลงทุนโครงการโครงสร้างพื้นฐานถึง 22.0% YoY เป็น IDR 387.3 ล้านล้านในปี  2560
     เราปรับเพิ่มประมาณการกำไรสุทธิปี 2560 เพิ่มขึ้น 25.1% เป็น 3.7 พันล้านบาท และปรับเพิ่มประมาณการปี 2561 ขึ้นอีก 31.5%เป็น 4.3 พัน ล้านบาท เนื่องจาก  i) อุปสงค์ในภูมิภาคที่แข็งแกร่งจะช่วยหนุนให้ราคายางมะตอยทรงตัวในระดับสูงอยู่ในช่วง US$300-400/ton ii) สมดุลที่ดีขึ้นในฝั่งอุปทานเมื่อกำลังการผลิต 400-500K จาก Thai Lube Base หายไปในปี 2561 และ iii) ราคาน้ำมันดิบขยับขึ้นอย่างต่อเนื่องโดยคาดว่าจะอยู่ในช่วง US$60-65/barrel ในปี 2560-2561 ดังนั้น เราจึงปรับเพิ่มสมมติฐานปริมาณยอดขายปี 2560 ขึ้นอีก 9.5% เป็น 2.3 ล้านตัน และปี 2561 ขึ้นอีก 8.6% เป็น 2.5 ล้านตัน นอกจากนี้ ราคายางมะตอย ที่เพิ่มขึ้น 3.0-5.0% คาดจะช่วยหนุนให้ GPM ในปี 2560 ขยับเพิ่มขึ้นเป็น 17.8% จากเดิมที่เราคาดไว้ที่ 16.0% และหนุนให้ GPM ปี 2561 เพิ่มขึ้นเป็น 17.7% จากเดิมที่คาดไว้ที่ 15.0%
     จากการฟื้นตัวของกำไรและแนวโน้มที่สดใสของธุรกิจยางมะตอย ทำให้เรายังคงแนะนำ “ซื้อ” โดยให้ราคาเป้าหมายใหม่ที่ 32.50 บาท (P/E 13.5x)  จากเดิม 29.00 บาท

***โบรกฯมองลูกฟื้น แม่ก็ฟื้น 
    ก่อนหน้านี้ บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส  ออกบทวิเคราะห์ว่า หากพิจารณาผลการดำเนินงานเทียบรายปีของ TIPCO ปรากฏว่ากำไรจากบริษัทลูกคือ TASCO มีอิทธิพลสูงมากในงบรวม เพราะยามที่มีกำไร กำไรของตัวลูกคือ TASCO เป็นจำนวนสูงกว่าหลายเท่าตัวกว่าตัวแม่หรือบางครั้งตัวแม่เป็นขาดทุน แต่ตัวลูก TASCO กลับมีกำไรมาอย่างต่อเนื่อง  เบื้องหลังที่ผลการดำเนินงานตัวแม่ผันผวน เพราะลักษณะสินค้าหลักคือ สัปปะรดแปรรูป ทั้งราคาขายสินค้าและราคาวัตถุดิบนั้นผันผวนสูง แปรไปตามผลผลิตที่ออกมาในแต่ละปี  อย่างไรก็ตาม ปี 60 คาดว่ากำไรกลับมาฟื้นตัว ได้19% เป็น 959 ล้านบาท
    ส่วนผลกระทบจากน้ำท่วมภาคใต้จะเป็นไปอย่างจำกัด เพราะจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ อันเป็นที่ตั้งโรงงานแปรรูปสัปปะรดและแหล่งวัตถุดิบขนาดใหญ่ที่สุดในไทย เผชิญกับภาวะน้ำท่วม แต่เนื่องจากปัญหาได้คลี่คลายโดยใช้เวลาไม่นาน ปรับเพิ่มคำแนะนำ TIPCO เป็น ซื้อ จากเดิมเต็มมูลค่า (Fully Valued) ราคาพื้นฐานใหม่ปรับเพิ่มเป็น 17.36 บาท ซึ่งมีส่วนเพิ่มจากราคาปิดได้ 20% โดย ราคาพื้นฐานประเมินด้วยวิธี SOTP แบ่งเป็นมูลค่า TIPCO ที่ 2.33 บาท ด้วย P/E ปี 60 ที่ 10 เท่า  
 
*** เห็นพ้องปรับเพิ่มราคาพื้นฐาน  
    บล.คันทรี่ กรุ๊ป แนะ เก็งกำไร TASCO  มองราคา Asphalt ในประเทศจีนปรับตัวขึ้น 39.73% นับจาก 24/11/59 มาที่ระดับ  2,768 หยวนต่อตัน คาดไตรมาส 1/60 เติบโตต่อเนื่องจากไตรมาส 4/9    และปี 60 งบประมาณการลงทุนในถนนของกรมทางหลวง เพิ่มขึ้น 12%YoY โดยคิดเป็นระยะทางของถนนลาดยางมะตอย เพิ่มขึ้น 2.9% YoY ปัจจุบันซื้อขายกันที่ PER 12.14X เทียบกับค่าเฉลี่ย 5  ปี +1SD ที่14.3X
    บทวิเคราะห์ บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส   มองกำไรสุทธิไตรมาส 4/59 ของ TASCO  แข็งแกร่งเพิ่มถึง 172% จากไตรมาสก่อน (แต่ยัง -25% จากช่วงเดียวกันปีก่อน) เพราะอัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวขึ้นดี ส่งสัญญาณการฟื้นตัวสดในในปี 60  โดยาคาขายยางมะตอยต่างประเทศกำลังเพิ่มขึ้น หลังจากไปสู่จุดต่ำสุด (bottom) ในปี 59 ที่ผ่านมา และคาดว่ามีแรงดันอุปสงค์ยางมะตอยภายในประเทศ (domestic demand) มากขึ้น จากงบประมาณกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมที่เกี่ยวกับถนนสำหรับปี 60
    คงคำแนะนำ ซื้อ แต่ปรับเพิ่มราคาพื้นฐานขึ้นไปอีกเป็น 35.00 บาท หลังได้ปรับประมาณการปี 60 เพิ่มขึ้นถึง 29% และประเมินด้วย P/E ปี 60 ที่ 12.5 เท่า
    บล.เออีซี  มอง TASCO เป็นหนึ่งในหลายหุ้น Mid-Small Cap. ที่คาดกำไรโตดี/Turnaround ในปีนี้ 

 

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด