ข่าวนี้ที่ 1

| 21 กรกฎาคม 2560 | 20:08

WORK อัพเป้ารายได้โฆษณาทะลัก มาร์จิ้นพุ่งแตะ 17%

    "เวิร์คพอยท์ฯ" เตรียมอัพเป้าหมายรายได้อีกรอบ จากเดิม 3,600 ลบ. หลังเรตติ้งกระฉูดดันรายได้โฆษณาโดดเด่น ประเมินอัตราค่าโฆษณาเฉลี่ยปีนี้ 67,000 บ./นาที เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่ 55,000 บ./นาที ขณะที่อัตรากำไรสุทธิพุ่งแตะ 17% ด้านโบรกฯ คาดกำไร Q2/60 พีคสุดรายไตรมาส อยู่ที่ 220-272 ลบ. แนะซื้อ เคาะราคาพื้นฐานปีนี้ในช่วง 65-70 บาท 

*** เล็งปรับเพิ่มเป้ารายได้ปีนี้อีกครั้ง จากเดิม 3.6 พันลบ. 
     นายสุรการ ศิริโมทย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานบริหารการเงินการลงทุน บมจ.เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ (WORK) ให้สัมภาษณ์กับ "สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย" ว่า บริษัทฯ อาจมีแผนการปรับเพิ่มเป้าหมายรายได้ปีนี้
อีกครั้ง จากก่อนหน้าที่ได้เพิ่มเป้าหมายรายได้ไปในวันประชุมสามัญผู้ถือหุ้นที่ 3,600 ล้านบาท จากต้นปีที่คาด 3,300-3,400 ล้านบาท เนื่องจากเรตติ้งดีขึ้น
    โดยรายได้ค่าโฆษณาของธุรกิจโทรทัศน์ช่อง Workpoint TV ปรับตัวได้อย่างโดดเด่น และหากมีโปรเจ็คที่อยู่ระหว่างการศึกษาสามารถดำเนินการได้ทันในปีนี้ จะยิ่งช่วยผลักดันรายได้ให้มากกว่าเป้าหมายเดิมแน่นอน
    เบื้องต้นคาดว่ารายได้จาก Workpoint TV จะอยู่ที่ 3,100 ล้านบาท คอนเสิร์ต 150 ล้านบาท อีเว้นต์ 120 ล้านบาท และออนไลน์ 200 ล้านบาท

*** กำไรสุทธิโดดเด่น-ครึ่งปีหลังมีรายการใหม่
    สำหรับกำไรสุทธิคาดว่าจะเติบโตโดดเด่นเช่นกัน โดยคาดอัตรากำไรสุทธิ (Net Prifit Margin) ปีนี้จะปรับขึ้นเท่าตัวอยู่ที่ 17% เพิ่มขึ้นจากปี 59 ซึ่งอยู่ที่ 7.39% ตามการเติบโตของรายได้ หลังจากช่วงไตรมาสแรกทำอัตรากำไรสุทธิที่ระดับ 21% ถือเป็นตัวเลขที่สูงตามรายได้ค่าโฆษณาที่เพิ่มมากขึ้น โดยประเมินอัตราค่าโฆษณาเฉลี่ยปีนี้จะอยู่ที่ 67,000 บาทต่อนาที เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่ 55,000 บาทต่อนาที
    ครึ่งปีหลังบริษัทฯ เตรียมเปิดตัวรายการใหม่ คือ Let me in Thailand ซึ่งเป็นซีซั่นใหม่ในช่วงไตรมาส 3/60 และรายการ The X Factor Thailand ซีซั่นแรก ในช่วงไตรมาส 4/60 ซึ่งคาดหวังจะเข้ามาช่วยผลักดันรายได้ค่าโฆษณามากขึ้นและทำให้เรตติ้งน่าจะปรับตัวสูงขึ้น
 
*** โบรกฯ คาด Q2/60 กำไรพุ่งสูงสุดรายไตรมาส   
     บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส คาดการณ์กำไรหลัก Q2/60 จะออกมาแข็งแกร่งเป็นไตรมาสสูงสุดในรอบปีคือ 272 ล้านบาท (+103% y-o-y, +57% q-o-q) การที่กำไรเพิ่มขึ้นเท่าตัวเทียบ y-o-y มีผลพวงจาก คาดการณ์รายได้เติบโต 40% ซึ่งอัตราค่าโฆษณาขึ้นไปสูงถึง 75,000-80,000 บาทต่อนาที เทียบกับปีก่อนที่ 48,000 บาทต่อนาที และได้ประโยชน์จาก economy of scale ยังผลให้อัตรากำไรขั้นต้นสูงขึ้น และสัดส่วนค่าใช้จ่ายขาย-บริหารเทียบกับรายได้ลดต่ำลง
    อย่างไรก็ตาม ได้ปรับลดประมาณการกำไรปีนี้ลง 2% สะท้อนพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ ร.9 ที่คาดว่าจะ
ทำให้ตลาดซบเซาลงบ้าง ราคาหุ้นได้ปรับขึ้นแล้ว 19% ตั้งแต่แนะนำให้ซื้อครั้งล่าสุด จึงเห็นว่า ผลการดำเนินงานที่ดีได้สะท้อนไปในราคาพอควรแล้ว ปรับลดคำแนะนำเป็น ถือ จากเดิม ซื้อ ด้วยราคาพื้นฐานเดิมที่ 65.00 บาท 
    บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) คาดกำไรสุทธิใน Q2/60 ที่ 220 ล้านบาท เติบโตโดดเด่น 27% QoQ และ 65%YoY ทุบสถิติกำไรสูงสุด และเติบโตสวนทางอุตสาหกรรมโฆษณาที่เม็ดเงินโฆษณาติดลบ ซึ่งไตรมาสนี้นอกจากจะเป็น High Season ของธุรกิจ ยังได้แรงหนุนจาก 
    1) เรตติ้งทีวีที่ปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งมีรายการทีวีหลายรายการที่ทำเรทติ้งดี มีเรทติ้งเกิน 6 อาทิ The Mask Singer , I can See Your Voice , ปริศนาฟ้าแลบ , ไมค์ทองคำ และไมค์ทองคำเด็ก ส่งผลให้บริษัทปรับขึ้นค่าโฆษณาเป็น 75,000 บาท/นาที เทียบไตรมาสก่อนที่ 62,000 บาท และ 2Q59 ที่ 50,000 บาท 
    2) อัตราการเช่าเวลาโฆษณาที่เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนที่ 62% มาอยู่ที่ 75% ส่งผลให้รายได้จากธุรกิจทีวีดิจิทัลปรับเพิ่มขึ้น 15% QoQ และ 16% YoY เป็น 927 ล้านบาท 3) อัตรากำไรที่ปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัย ด้วยผลของรายได้ที่เติบโตดีขณะที่ต้นทุนส่วนใหญ่เป็นต้นทุนคงที่ทำให้อัตรากำไรสุทธิปรับเพิ่มอย่างมีนัยจากปีก่อนที่ 17% เป็น 24.5%
    แนะนำ “เก็งกำไร” มูลค่าพื้นฐานปี 60 ที่ 70 บาท
 
*** บล.ทิสโก้ อัพราคาเป้าหมายใหม่เป็นปี61 อยู่ที่ 74 บาท 
     บล.ทิสโก้  แนะนำ“ซื้อ” ปรับราคาเป้าหมายใหม่เป็นปี61 อยู่ที่ 74 บาท จากเดิม 69 บาทของปี 60 อ้างอิงวิธี DCFโดยคาดกำไร Q2/60 เติบโตต่อเนื่องจากการปรับค่าโฆษณาที่เพิ่มขึ้น ธุรกิจทีวีเติบโตอย่างรวดเร็วจากคอนเทนท์ที่เป็นที่นิยมเพิ่มขึ้น 
     ยังคงแนะนำ “ซื้อ” WORK จาก 1) ปรับค่าโฆษณาเพิ่มขึ้นได้เร็วกว่าที่คาดตามเรตติ้งที่เพิ่มขึ้นเร็วและครองอันดับ 3 มาต่อเนื่อง  2) สามารถควบคุมต้นทุนได้จากคอนเทนท์หลักที่เป็นวาไรตี้ที่เป็นที่นิยมและมีต้นทุนที่ต่ำกว่าช่องหลักอื่นที่เน้นละครที่มีต้นทุนแพงกว่า 3) คาดกำไรเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเฉลี่ย 70% (CAGR3y 2017-19F) ปรับราคาเป้าหมายใหม่เป็นปี 2018 อยู่ที่ 74 บาท
 
          
 

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด