ข่าวนี้ที่ 1

| 20 ธันวาคม 2560 | 17:05

VCOM มั่นใจเทรดวันแรกเหนือจอง โชว์กำไรโต 70%

  "วินท์คอม เทคโนโลยี" พร้อมเข้าเทรดในตลาดหลักทรัพย์ mai ผู้บริหารมั่นใจนักลงทุนให้การตอบรับดี ลั่นสร้างผลตอบแทนที่น่าพอใจ  ชูจุดแข็งธุรกิจจากการเป็นตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์ และธุรกิจให้บริการติดตั้ง ให้คำปรึกษาเกี่ยวกับระบบคอมพิวเตอร์ และงานด้านไอที ทั้งในและต่างประเทศ ระดมทุนขยายโครงการใหญ่ต่อเนื่อง พร้อมโชว์กำไรงวด 9 เดือนแรกปีนี้ที่ 44 ล้านบาท โต 70% จากปีก่อน

*** mai รับ VCOM เข้าเทรดวันแรก
     นายประพันธ์ เจริญประวัติ ผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) เปิดเผยว่าตลาดหลักทรัพย์ mai ยินดีต้อนรับ บริษัท วินท์คอม เทคโนโลยี  จำกัด (มหาชน) หรือ VCOM  ตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ สำหรับใช้งานในระดับองค์กร เข้าจดทะเบียนและเริ่มซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ mai  ในกลุ่มเทคโนโลยี โดยใช้ชื่อย่อในการซื้อขายหลักทรัพย์ว่า “VCOM” ในวันที่ 21 ธันวาคม 2560
    VCOM ดำเนินธุรกิจตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ ให้กับเจ้าของผลิตภัณฑ์ที่มีชื่อเสียงและได้รับการยอมรับในระดับสากล ได้แก่ Oracle, Hitachi Data Systems, Palo Alto Networks เป็นต้น โดยมีกลุ่มลูกค้าหลักคือ ผู้รวบรวมระบบ (system integrator: SI) ที่จะเป็นผู้นำสินค้าไปดำเนินการติดตั้งให้กับผู้ใช้งานองค์กร มีบริษัทย่อย คือบริษัท วินท์คอม เทคโนโลยี (เมียนมาร์) จำกัด ดำเนินธุรกิจให้บริการติดตั้ง ให้คำปรึกษา บริการติดตั้ง และซ่อมบำรุงเกี่ยวกับระบบคอมพิวเตอร์ที่ประเทศเมียนมาร์ และบริษัท วีเซิร์ฟพลัส จำกัด ดำเนินธุรกิจให้บริการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ
    VCOM มีทุนชำระแล้ว 150 ล้านบาท มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท ประกอบด้วยหุ้นสามัญเดิม 220 ล้านหุ้น และหุ้นสามัญเพิ่มทุน 80 ล้านหุ้น แบ่งเป็นเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนต่อประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) 68.60 ล้านหุ้น และเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนต่อกรรมการ ผู้บริหาร และ/หรือพนักงานบริษัทและบริษัทย่อย 11.40 ล้านหุ้น โดยจะเสนอขายในวันที่ 13-15 ธ.ค. 2560 ในราคาหุ้นละ 2.88 บาท มูลค่าระดมทุนรวม 230.40 ล้านบาท มูลค่าหลักทรัพย์ ณ ราคา IPO 864 ล้านบาท โดยมีบริษัท แอดไวเซอรี่ พลัส จำกัด เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน และ บล. เคที ซีมิโก้ เป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย
    VCOM มีผู้ถือหุ้นใหญ่ 3 ลำดับแรกหลัง IPO ได้แก่ กลุ่มนายณรงค์ อิงค์ธเนศ 73.33% นางนิธิมา เหล่ากำเนิด  2.05% และนางทรงศรี ศรีรุ่งเรืองจิต 1.17% การกำหนดราคาเสนอขายหุ้น IPO ครั้งนี้ที่ 2.88 บาทต่อหุ้น คิดเป็นอัตราส่วนราคาต่อกำไรสุทธิ (P/E ratio) ที่ 14.71 เท่า โดยคำนวณจากผลกำไรสุทธิ 4 ไตรมาสที่ผ่านมา (ไตรมาส 4/ 2559 ถึงไตรมาส 3/2560) หารด้วยจำนวนหุ้นทั้งหมดภายหลังการเสนอขายหุ้นครั้งนี้ (fully diluted) คิดเป็นกำไรสุทธิต่อหุ้นเท่ากับ 0.20 บาท ทั้งนี้ บริษัทมีนโยบายการจ่ายเงินปันผลในอัตราไม่น้อยกว่า 50% ของกำไรสุทธิของบริษัทหลังหักเงินสำรองตามที่กฎหมายกำหนด

*** มั่นใจเทรดวันแรกนักลงทุนตอบรับดี
     นางทรงศรี ศรีรุ่งเรืองจิต กรรมการผู้จัดการ   VCOM เปิดเผยว่า บริษัทมั่นใจว่าหุ้น VCOM ที่จะเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (mai) วันแรก จะได้การตอบรับและสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับผู้ถือหุ้นและนักลงทุนเป็นอย่างดี เนื่องจากศักยภาพความแข็งแกร่งทางธุรกิจ รวมถึงการเป็นผู้นำธุรกิจตัวแทนจำหน่ายอุปกรณ์เทคโนโลยี ด้านคอมพิวเตอร์ ยี่ห้อ ออราเคิล (Oracle ), ฮิตาชิ ดาต้า ซิสเต็มส์ ( Hitachi Data Systems ), พาโล อัลโต เน็ตเวิร์กส์ (Palo Alto Networks), อริสต้า เน็ตเวิร์กส์ (Arista Networks), อินโฟบล็อกซ์ (Infoblox), อินฟอร์เมติก้า (Informatica) และ สปลังค์ (Splunk) ซึ่งเป็นผู้นำในการผลิตระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ ระดับโลกจากสหรัฐอเมริกา ในรูปแบบลักษณะการขายแบบโซลูชั่นแบบครบวงจร
    ด้านนายคมกฤต มีคำสัตย์ ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายตลาดทุน บล.เคที ซีมิโก้ ในฐานะผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย ของ VCOM กล่าวว่า VCOM เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ mai วันแรก จะประสบความสำเร็จและให้ผลตอบแทนที่ดีกับนักลงทุน เนื่องจากในช่วงเปิดขายหุ้นให้กับประชาชนทั่วไปครั้งแรก (IPO) ระหว่างวันที่ 13-15 ธันวาคมที่ผ่านมา ในราคาเสนอขายหุ้นละ 2.88 บาท มูลค่าที่ตราไว้ (พาร์) หุ้นละ 0.50 บาท จำนวน 80 ล้านหุ้น ได้รับความสนใจจากนักลงทุนอย่างล้นหลาม ด้วยปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่ง

***ระดมเงินขยายโครงการในประเทศ-กลุ่มCLMV
     สำหรับการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ mai ในครั้งนี้ ถือเป็นแนวทางในการสร้างโอกาสการลงทุน และต่อยอดธุรกิจในอนาคต เนื่องจากเม็ดเงินที่ได้จากการระดมทุน VCOM จะนำไปใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในกิจการ โดยเฉพาะการขยายงานขายโครงการใหญ่ทั้งในประเทศและประเทศในกลุ่ม CLM ทั้งกัมพูชา ลาว และเมียนมา
    นอกจากนี้ VCOM ยังมีบริษัทย่อย 2 แห่ง ได้แก่ บริษัท วินท์คอม เทคโนโลยี (เมียนมาร์) จำกัด ซึ่งดำเนินธุรกิจให้คำปรึกษาและบริการในประเทศเมียนมา และบริษัท วีเซิร์ฟพลัส จำกัด ดำเนินธุรกิจให้บริการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ และงานบริการหลังการขายผ่านการให้บริการของศูนย์บริการทั้ง 13 แห่ง

***ชูจุดแข็งธุรกิจไอที
     ปัจจุบันองค์กรขนาดใหญ่ให้ความสำคัญในการจัดเก็บข้อมูลทางธุรกิจเพิ่มมากขึ้น จากการให้บริการที่หลากหลาย จำนวนลูกค้าที่เพิ่มปริมาณมากขึ้น อุปกรณ์พวกคอมพิวเตอร์เซิร์ฟเวอร์ หน่วยเก็บข้อมูล ระบบคอมพิวเตอร์แบบรวมศูนย์ ระบบรักษาความปลอดภัยบนระบบเครือข่าย ระบบฐานข้อมูล ระบบปฏิบัติการ ระบบเสมือน มิดเดิ้ลแวร์ ซอฟต์แวร์พัฒนาระบบ และ ซอฟต์แวร์ ที่ทำหน้าที่ในการบริหารจัดการข้อมูล เหล่านี้จึงนำมาเป็นตัวช่วยในการทำงาน และยังช่วยป้องกันความเสี่ยงข้อมูลสูญหายให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ดังนั้น จากความต้องการใช้ระบบเทคโนโลยี ที่ต้องคำนึงถึงระบบความปลอดภัยที่สูง VCOM จึงเป็นสามารถตอบโจทย์ในทุก ๆ โซลูชั่น ตามนโยบายดิจิทัล เพื่อเศรษฐกิจและสังคม (Digital Economy) ภายใต้แผนประเทศไทย 4.0
    VCOM มีจุดแข็งที่นอกเหนือจากที่เป็นตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT Distributor) และการให้บริการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศที่เกี่ยวเนื่องกับผลิตภัณฑ์ที่เป็นตัวแทนจำหน่ายให้กับเจ้าของผลิตภัณฑ์ (Vendor) 7 รายใหญ่ระดับโลกแล้ว บริษัทยังได้รับความไว้วางใจจาก กลุ่มลูกค้าระดับต้นๆ ของประเทศ ซึ่งถือเป็นกลุ่มเป้าหมายของบริษัท ประกอบด้วย ผู้รวบรวมระบบงาน (system integrators) และผู้ใช้งานทั่วไป (end users) ประเภทองค์กรขนาดกลาง และขนาดใหญ่ ทั้งภาครัฐและเอกชน ดังนั้นเชื่อว่าด้วยปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่ง และการกำหนดราคาไอพีโอที่เหมาะสม เมื่อ VCOM เข้าซื้อขายวันแรก จะได้รับความสนใจจากนักลงทุน 

*** โชว์กำไรงวด 9 เดือนแรกปีนี้โต 70%
    VCOM รายงานผลดำเนินงานไตรมาส 3/60 มีกำไรสุทธิ 10.57 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,374.62% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 9.86 ล้านบาท โดยมีอัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 2.55% จากช่วงเดียวกันของปีกอ่นอยู่ที่ 0.56% เนื่องจากมีการรวมผลดำเนินงานของ "วีเซิร์ฟพลัส" เข้ารวมในงบการเงิน
     ในงวดไตรมาส 3/60 บริษัทมีรายได้รวม 414.99 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 224.34% จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีรายได้รวม 287.04 ล้านบาท จากการรับรู้รายได้จากการขายบางส่วนของโครงการขนาดใหญ่ในโครงการหนึ่งในกลุ่ม CLMV และรวมรายได้จากวีเซิร์ฟพลัส
    ขณะที่งวด 9 เดือนปี 60 มีกำไรสุทธิ 44.07 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 69.77% จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 18.11 ล้านบาท มีอัตรากำไรสุทธิ ที่ 3.94% ลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่อยุ่ 4.31% เนื่องจากสัดส่วนต้นทุนการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายในการบริหารต่อรายได้รวมเพิ่มขึ้น

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด