ข่าวนี้ที่ 1

| 20 พฤศจิกายน 2560 | 18:06

3 หุ้นน้องใหม่ตบเท้าเข้าเทรดสัปดาห์นี้

          สัปดาห์นี้เตรียมต้อนรับหุ้น IPO ที่พาเหรดเข้าซื้อขายติอต่อกัน 3 บริษัท ประกอบด้วย SKE เข้าเทรด SET วันพุธ 22 พ.ย. ต่อด้วยวันที่ 23 พ.ย. ที่เข้าซื้อขายใน mai พร้อมกันถึง 2 ตัวคือ PORT และ THMUI ด้าน "กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล (GPI)" เคาะราคา IPO 3.50 บาท ลงสนาม SET 1 ธ.ค. นี้
          ช่วงโค้งสุดท้ายก่อนหมดปี 2560 นับเป็นช่วงเวลาที่มีหุ้น IPO เข้าซื้อขายเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะในเดือน พ.ย. ที่มีหุ้นเข้าเทรดถึง 7 ตัวด้วยกัน โดยเข้าไปแล้ว 4 ตัว ประกอบด้วย บริษัท ฟลอยด์ จำกัด (มหาชน) หรือ FLOYD, บริษัท ร่มโพธิ์ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ TITLE, บริษัท แอ็พพลาย ดีบี จำกัด (มหาชน) หรือ  ADB และ บริษัท ริช สปอร์ต จำกัด (มหาชน) หรือ RSP ขณะที่ในสัปดาห์นี้จะมีหุ้นเข้าเทรดถึง 3 ตัวด้วยกัน ทีมข่าว "สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย" รวบรวมไฮไลท์ของน้องใหม่ทั้ง 3 บริษัท ให้ผู้อ่านได้ศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจลงทุน

** SKE เข้าเทรด SET 22 พ.ย.
          เริ่มกันจาก บริษัท สากล เอนเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือ SKE ที่จะเข้าซื้อขายใน SET วันพุธที่ 22 พ.ย. ราคาไอพีโอ  1.80 บาท เปิดจองซื้อ 14-16 พ.ย. ที่ผ่านมา มีผู้ร่วมจัดจำหน่ายและรับประกันการจัดจำหน่ายอีก 3 รายได้ แก่ บล.เออีซี จำกัด (มหาชน) บล.โกลเบล็ก จำกัด และบล.อาร์เอชบี (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
          SKE จะเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวน 237.20 ล้านหุ้น คิดเป็น 25.51% ของจำนวนหุ้นสามัญของบริษัท ที่ราคา 1.80 บาทต่อหุ้น มูลค่าที่ตราไว้ 0.50 บาท พิจารณาจากค่า P/E  19.85 เท่า เทียบกับบริษัทจดทะเบียน 2 แห่ง ที่ประกอบธุรกิจคล้ายคลึงกับ SKE ได้แก่  บมจ.สแกน อินเตอร์ (SCN ) P/E 23.71 เท่า  และ บมจ.สยามราช (SR) P/E 23.58 เท่า 
          ปัจจุบัน SKE  ทำธุรกิจให้บริการอัดก๊าซธรรมชาติ NGV ให้รถขนส่งก๊าซธรรมชาติของ ปตท. เพื่อขนส่งไปให้กับสถานีบริการ NGV นอกแนวท่อส่งก๊าซ หรือสถานีลูก  ปัจจุบันมีสถานีอัดก๊าซธรรมชาติ จำนวน 2 แห่ง ตั้งอยู่ที่ อ.สามโคก จ.ปทุมธานี มีกำลังการอัดก๊าซธรรมชาติเฉลี่ย 350 ตัน/วัน และที่ อ.แก่งคอย จ.สระบุรี มีกำลังการอัดก๊าซธรรมชาติเฉลี่ย 400 ตัน/วัน 
          บริษัทฯ มีแผนที่จะขยายธุรกิจไปยังธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการอัดก๊าซธรรมชาติและธุรกิจพลังงาน เพื่อเป็นการกระจายความเสี่ยงทางธุรกิจ นอกจากนี้ ยังมีความสนใจลงทุนในธุรกิจพลังงาน โดยได้ทำการศึกษาความเป็นได้ในการลงทุนในโรงไฟฟ้าพลังงานชีวมวลอีกด้วย
          รายได้หลักมาจากการให้บริการอัดก๊าซธรรมชาติ   คิดเป็นประมาณ 90% ของรายได้รวม ที่เหลือเป็นรายได้จากการปรับปรุงคุณภาพก๊าซ  โดยรายได้รวมในปี  2557-2559 เท่ากับ 296.53 ล้านบาท , 363.17 ล้านบาท และ 414.38 ล้านบาท ตามลำดับ   ส่วน 9 เดือนแรกปี60 มีรายได้รวม 247 ล้านบาท ลดลง 20.95% จากช่วงเดียวกันปีก่อน 
          รายได้ที่เพิ่มขึ้นหรือลดลงในแต่ละปี จะผันแปรกับปริมาณการอัดก๊าซธรรมชาติ อย่างเช่น การที่รายได้เพิ่มขึ้นต่อเนื่องตลอด 3 ปี (57-29) บริษัทฯ อธิบายว่า เป็นเพราะปริมาณการอัดก๊าซธรรมชาติเพิ่มขึ้น ขณะที่วด 9 เดือนรายได้ลดลง เกิดจากปริมาณการอัดก๊าซธรรมชาติลดลง และอัตราค่าบริการอัดก๊าซธรรมชาติลดลง
          กำไรสุทธิในปี 2557 - 2559 เท่ากับ 109.92 ล้านบาท ,  116.57 ล้านบาท และ 127.64 ล้านบาท ตามลำดับ คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิ  37.07% , 32.10%  และ 30.80% ตามลำดับ ส่วนงวด 9 เดือนแรกปี60 มีกำไรสุทธิเท่ากับ 55.63 ล้านบาท (-43.77% YoY) อัตรากำไรสุทธิ 22.49% เป็นผลมาจากรายได้จากการให้บริการที่ลดลง และค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้น  
          SKE จะได้เงินจาการขายหุ้นไอพีโอสุทธิครั้งนี้ 396.74 ล้านบาท  มีแผนนำไปใช้ดังนี้ 
    1) ชำระคืนเงินกู้  จำนวน 131 ล้านบาท  
    2) ปรับปรุงประสิทธิภาพระบบสูบอัดและจ่ายก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์ (NGV) 85 ล้านบาท
    ประกอบไปด้วย  4 โครงการย่อย ได้แก่  โครงการเพิ่มจำนวนช่องจ่ายก๊าซธรรมชาติ NGV (Trailer Bay)  ,โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของระบบแลกเปลี่ยนความร้อน , โครงการปรับปรุงระบบ Pipe line ท่อก๊าซธรรมชาติและระบบควบคุมภายในสถานี  และโครงการปรับปรุงและเพิ่มประสิทธิภาพของเครื่องจักรในการสูบอัดก๊าซธรรมชาติ
    3) จัดตั้งสถานีบริการก๊าซธรรมชาติ NGV ตามแนวท่อ (Conventional Station) แบบ Ex-Pipeline จังหวัดนครสวรรค์ 100 ล้านบาท คาดจะเริ่มก่อสร้างสถานีประมาณไตรมาส 1 ของปี 2561 โดยใช้ระยะเวลาก่อสร้างสถานีประมาณ 10 – 12 เดือน คาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จในไตรมาส 4 ของปี 2561 คาดว่าจะเปิดให้บริการประมาณเดือนมกราคม 2562
    4) เงินทุนหมุนเวียนและใช้สำหรับการดำเนินการทั่วไป 80.74 ล้านบาท
          SKE มีความเสี่ยงจากการพึ่งพิงลูกค้ารายใหญ่รายเดียวคือ ปตท.  

          ขณะที่ในวันที่ 23 พ.ย. มีหุ้นน้องใหม่จะเข้าซื้อขายในตลาด mai พร้อมกันถึง 2 บริษัท คือ `สหไทย เทอร์มินอล (PORT)` และ  `ไทยมุ้ย (THMUI)` 

**  PORT หุ้นท่าเรือ ราคา จอง 4.50 บาท 
          PORT มีราคา IPO ที่  4.50 บาท คิดเป็นระดับ P/E ในปี 61 ที่ 19 เท่า ต่ำกว่าเมื่อเทียบกับ P/E ของกลุุ่มในปี 61 ที่ 25 - 27 เท่า เปิดให้จองซื้อหุ้นไอพีโอในวันที่ 13-16 พ.ย. ที่ผ่านมา 
          บริษัทจะได้เงินจากการระดมทุนเข้ามา 540 ล้านบาทในการเสนอขายหุ้นครั้งนี้ โดยจะนำไปใช้ในการขยายธุรกิจ 46% และใช้ในการชำระคืนเงินกู้ 29 % และเป็นเงินทุนหมุนเวียน 25% ซึ่งจะทำให้ธุรกิจมีศักยภาพมากขึ้น ซึ่งประจวบกับเป้นช่วงของการขยายตัวทางเศรษฐกิจและการลงทุน ทั้งในโครงการระเบียงเศรษฐกิจพิเศษ(EEC) และการขยายตัวของการส่งออกและนำเข้า
          สำหรับการเติบโตของธุรกิจในปี 61 ผู้บริหารเชื่อว่าจะมีทิศทางที่ดีขึ้น เนื่องจากบริษัทย่อย บางกอก เทอมินอล จำกัด หรือ BBT จะมีผลการดำเนินงานปรับตัวดีขึ้นจากปัจจุบันที่มีผลขาดทุน เนื่องจากยังไม่สามารถดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยขณะนี้บริษัทได้รับใบอนุญาต ICD (Inland Container Depot) ทางน้ำเข้ามาทำให้บริษัทสามารถดำเนินการสินค้าขาเข้าได้ ซึ่งจะเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ธุรกิจกลับมาเติบโต
          PORT เป็นผู้ให้บริการท่าเรือเอกชนครบวงจรรายใหญ่ของประเทศไทย ให้บริการท่าเทียบเรือเชิงพาณิชย์สำหรับทั้งเรือขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ (Feeder) และเรือขนส่งชายฝั่ง (Barge) โดยท่าเรือของบริษัทฯ ตั้งอยู่ในทำเลที่สำคัญเชิงยุทธศาสตร์ของธุรกิจโลจิสติกส์ของประเทศ (อำเภอปู่เจ้าสมิงพราย จังหวัดสมุทรปราการ) ปัจจุบัน บริษัทฯ ให้บริการแบบครบวงจรตั้งแต่ 
          1. ธุรกิจการให้บริการท่าเทียบเรือเชิงพาณิชย์ครบวงจร สำหรับเรือขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ (Feeder) และเรือขนส่งสินค้าชายฝั่ง (Barge) รวมถึงให้บริการบรรจุสินค้าเข้า และถ่ายสินค้าออกจากตู้คอนเทนเนอร์ (CFS) และ ซ่อมแซมทำความสะอาดตู้คอนเทนเนอร์ (Container Depot) 
          2. ธุรกิจการให้บริการขนส่งตู้คอนเทนเนอร์ทางบก ภายในบริเวณจังหวัดกรุงเทพมหานครและปริมณฑล และบริเวณเขตพื้นที่แหลมฉบัง 
          3. ธุรกิจการให้บริการพื้นที่จัดเก็บตู้คอนเทนเนอร์และคลังสินค้า โดยให้บริการพื้นที่ลานพักตู้คอนเทนเนอร์และคลังจัดเก็บสินค้ากับลูกค้า ทั้งที่เป็นเขตให้บริการปกติและปลอดภาษีอากร (Free Zone) ซึ่งปัจจุบัน บริษัทฯ ให้บริการแก่ กลุ่มผู้ผลิตรถยนต์ระดับโลก กลุ่มธุรกิจ e-commerce และอีกหลากหลายอุตสาหกรรม 
          4. ธุรกิจการให้บริการเกี่ยวเนื่องอื่นๆ อาทิ การให้บริการ Freight Forwarding เป็นต้น
          ผลประกอบการ ในงวดปี 2559 PORT มีรายได้รวม 1,080 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากรายได้รวม 841 ล้านบาทในปี 2558 และรายได้รวม 830 ล้านบาทในปี 2557 โดยส่วนใหญ่มาจากการเติบโตของปริมาณตู้คอนเทนเนอร์ที่เพิ่มขึ้น และรายได้จากการให้บริการคลังสินค้าเพิ่มขึ้น โดยบริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 74 ล้านบาทในปี 2559 เพิ่มขึ้นจากกำไรสุทธิ 25 ล้านบาทในปี 2558 และจากกำไรสุทธิ 36 ล้านบาทในปี 2557
          ส่วนในงวด 6 เดือนแรกของปีนี้ บริษัทฯ มีรายได้รวมเพิ่มขึ้นเป็น 644 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 11 ล้านบาท เทียบกับงวดเดียวกันปีก่อน บริษัทฯ มีรายได้ 480 ล้านบาทและกำไรสุทธิ 35 ล้านบาท กำไรสุทธิลดลงเนื่องจาก บริษัท บางกอก บาร์จ เทอมินอล จำกัด (BBT) มีผลประกอบการขาดทุนจากการที่เพิ่งเริ่มดำเนินงานปลายปีก่อน และยังไม่สามารถดำเนินงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพในช่วงที่ผ่านมา โดยปัจจุบัน ภายหลังจากที่ BBT ได้รับใบอนุญาติ ICD แล้วนั้น ทำให้มีจำนวนตู้คอนเทนเนอร์ที่ผ่านท่าเรือเพิ่มขึ้น โดยคาดว่าผลการดำเนินงานของ BBT จะปรับตัวดีขึ้นต่อไป

 
 ** THMUI ลวดสลิง ราคา IPO 2.55 บาท 
          THMUI เป็นผู้นำในธุรกิจลวดสลิงและอุปกรณ์ยกหิ้วคุณภาพสูง โดยจัดจำหน่ายลวดสลิง สลิงผ้าใบ โซ่ และอุปกรณ์ยกหิ้ว ซึ่งบริษัทฯ เป็นตัวแทนการจัดจำหน่ายลวดสลิงและอุปกรณ์ยกหิ้วที่ผลิตโดยผู้ผลิตลวดสลิงชั้นนำจากหลากหลายประเทศ อาทิ ไบรดอน (Bridon), คิสไวร์ (Kiswire), อูช่า (Usha) และครอสบี้ (Crosby) เป็นต้น 
          THMUI มี บล. อาร์เอชบี (ประเทศไทย) เป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจัดจำหน่าย และมีบล.เอเชีย เวลท์ และบล.ฟินัยเซีย ไซรัส เป็นผุ้ร่วมจัดจำหน่ายฯ เปิดจองซื้อวันที่ 15-17 พ.ย. 
          ราคาขายหุ้น IPO ที่ 2.55 บาทต่อหุ้น คิดเป็นค่า P/E ที่ 23.18 เท่า เปิดจองซื้อหุ้นจำนวน 97.07 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้ (พาร์) หุ้นละ 0.50 
          เงินที่ได้จากการเสนอขายหุ้นครั้งนี้จำนวน 247.53 ล้านบาท บริษัทจะนำไปชำระคืนตั๋วแลกเงิน 60 ล้านบาท ซื้อเครื่องทดสอบแรงดึงขนาด 400 ตัน มูลค่า 10 ล้านบาท ก่อสร้างโกดังสินค้า 30 ล้านบาท และที่เหลือ 147.53 ล้านบาท ใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน
          ผลการดำเนินงานงวดปี 2557 – 2559 บริษัทฯ มีรายได้จากการขายและให้บริการอยู่ที่ 370.98 ล้านบาท 381.12 ล้านบาท และ 356.74 ล้านบาทตามลำดับ รายได้หลักมาจากการจัดจำหน่ายลวดสลิงและชุดประกอบกว่าร้อยละ 60 ของรายได้จากการขายและบริการ 
          กำไรสุทธิอยู่ที่ 7.79 ล้านบาท 16.30 ล้านบาท และ 18.92 ล้านบาท ตามลำดับ และมีอัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ร้อยละ 2.08 ร้อยละ 4.25 ร้อยละ 5.29 เป็นผลจากต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่ลดลง สะท้อนการบริหารจัดการภายในได้เป็นอย่างดี

 
** "กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล (GPI)" เคาะราคาไอพีโอ 3.50บ.
          ด้านบริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ GPI ล่าสุดกำหนดราคา IPO หุ้นละ 3.50 บาท โดยจะเสนอขายหุ้น IPO จำนวนไม่เกิน 100 ล้านหุ้น หรือ คิดเป็น 16.67% ของทุนจดทะเบียนชำระแล้วของบริษัท เปิดให้ประชาชนจองซื้อหุ้นในวันที่ 22-24 พ.ย.นี้ และ คาดว่าจะนำหุ้น GPI เข้าทำการซื้อขายใน SET วันที่ 1 ธ.ค.นี้
          บริษัทจะนำเงินที่ได้จากการระดมทุนครั้งนี้ไปใช้ปรับปรุงเครื่องจักรในโรงพิมพ์ และ เป็นเงินทุนหมุนเวียนในกิจการ
          ราคาเสนอขาย 3.50 บาท คิดเป็นส่วนลด 24.5% เมื่อเทียบกับราคาเหมาะสมที่นักวิเคราะห์ประเมินไว้ที่ 4.58 บาท ขณะที่ราคาหุ้นคิดบน P/E ที่ 14 เท่า ต่ำกว่าอุตสาหกรรมสื่อที่เฉลี่ยอยู่ที่ 40 เท่า
          นอกจากนี้ ในวันแรกที่หุ้นของบริษัทเริ่มทำการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ นายปราจิน เอี่ยมลำเนา ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นเดิมของบริษัทจะเสนอขายหุ้นบิ๊กล็อตให้กับบุคคลในวงจำกัด (PP) จำนวนไม่เกิน 50 ราย รวมทั้งสิ้นไม่เกิน 70 ล้านหุ้น หรือ คิดเป็นร้อยละ 11.67 ของจํานวนหุ้นสามัญที่ออก และ ชําระแล้วทั้งหมดของบริษัทในราคาเสนอขาย ซึ่งเท่ากับราคาเสนอขายหุ้นต่อประชาชนทั่วไปในครั้งนี้ ทั้งนี้ ภายหลังการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนต่อประชาชนในครั้งนี้แล้ว กลุ่มเอี่ยมลำเนา ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่จะถือหุ้นในบริษัทไม่น้อยกว่าร้อยละ 63.14 ของทุนชำระแล้วของบริษัท

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด