ข่าวนี้ที่ 1

| 20 กันยายน 2560 | 17:05

THAI กัดฟันใส่เงินเพิ่มทุน NOK ฝันปี 61 เห็นกำไร

บอร์ด"การบินไทย" มีมติอนุมัติใส่เงินเพิ่มทุนรอบใหม่ 380 ล้านบาท ให้ NOK ตามสิทธิการถือหุ้น หลังแผนฟื้นฟูมีความชัดเจน คาดปี 61 เห็นกำไร เตรียมจับมือกลุ่ม"จุฬางกูร" เข้าช่วยบริหารงานในนกแอร์อย่างใกล้ชิด ด้านผู้ถือหุ้น NOK อนุมัติเพิ่มทุนรอบ 2  เสนอขายหุ้นจำนวน 1,207 ล้านหุ้น  จัดสรรให้ผู้ถือหุ้นเดิม-รองรับวอร์แรนต์ คาดได้เงินทุน 1,700 ล้านบาท ส่วน AOT ได้ข้อสรุปจ่ายค่าเช่าที่ดินสนามบินสุวรรณภูมิให้"ธนารักษ์"แล้ว 

*** บอร์ด THAI อนุมัติเพิ่มทุนใน NOK 380 ลบ.   
     นางอุษณีย์ แสงสิงแก้ว รักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินไทยจำกัด (มหาชน) หรือ THAI  เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการการบินไทยมีมติใช้สิทธิเพิ่มทุนใน NOK  ตามสิทธิ์ โดยจะใช้วงเงินประมาณ 380 ล้านบาท เนื่องจากแผนฟื้นฟูและแนวทางการบริหารจัดการนกแอร์มีความชัดเจน โดยตามแผนระยะ 5 ปีของนกแอร์ระบุว่านกแอร์จะสามารถมีกำไรได้ในปี 61
    อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้การบินไทยและกลุ่มจุฬางกูรจะเข้าไปช่วยบริหารงานในนกแอร์ใกล้ชิดขึ้น  โดยได้มีการตั้งคณะกรรมการชุดพิเศษ(เอสคอม) เข้ามาช่วยบริหาร โดยจะมีตัวแทนจากการบินไทย เข้ามาดูเรื่องการใช้ทรัพยากรร่วมกัน โดยกลุ่มจุฬางกูรจะส่งผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินเข้ามาช่วยบริหารด้านการเงิน โดยจะมีการประชุมนัดแรก วันที่ 27 ก.ย.นี้
     สำหรับการบินไทยคาดว่าปี 60 จะมีรายได้จากการขายประมาณ 1.5 แสนล้านบาท และรายได้รวม 1.9 แสนล้านบาท ส่วนกำไรก็ต้องพิจารณาจากการลดต้นทุนอีกครั้ง เนื่องจากขณะนี้ยอดขายตั๋วออนไลน์เติบโตดีขณะนี้มีสัดส่วนเพิ่มมาอยู่ที่ระดับ 28%ใกล้เคียงกับเป้าหมายทั้งปีที่ 30% 
       ส่วนยีลด์ขณะนี้อยู่ที่ 1.8 บาท/ที่นั่ง คาดว่าจะผลักดันให้เพิ่มขึ้นเป็น 2 บาท/ที่นั่ง ภายในปีนี้แน่นอน เพราะก่อนหน้านี้การบินไทยได้ปรับเพิ่มค่าธรรมเนียมน้ำมันเชื้อเพลิงเส้นทางบินระหว่างประเทศ รวมทั้งขณะนี้ยังใช้นโยบายบริหารราคาสำหรับตลาดที่มีคุณภาพดี ที่มีอัตราบรรทุกสูงประมาณ80% เช่น ญี่ปุ่น โดยอาจะมีการปรับราคาเพิ่มขึ้นเพื่อเพิ่มยีลด์ ส่วนผลประกอบการของไทยสมายล์คาดว่าจะสามารถทำกำไรได้ในปีนี้

***ผู้ถือหุ้น NOK ไฟเขียวเพิ่มทุนรอบ 2 
    นายปิยะ ยอดมณี รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สายการบินนกแอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ NOK เปิดเผยว่า ที่ประชุมวิสามัญ ผู้ถือหุ้นครั้งที่1 (20 ก.ย.) มีมติให้เพิ่มทุนจดทะเบียนของบริษัทฯ รอบที่ 2 จำนวน 1,207 ล้านบาท จากเดิมอยู่ที่ 1,292 ล้านบาท รวมเป็นทุนจดทะเบียนใหม่จำนวน 2,499 ล้านบาท โดยการออกหุ้นสามัญเพิ่มทุน จำนวน 1,207 ล้านหุ้น
    ทั้งนี้ได้อนุมัติการจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนไม่เกิน 1,135 ล้านหุ้น จัดสรรให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิม ในอัตรา 1 หุ้นเดิมต่อ 1 หุ้นใหม่ ด้วยราคาเสนอขายหุ้นละ 1.50 บาท และจัดสรรหุ้นเพิ่มทุนในจำนวนไม่เกิน 71 ล้านหุ้น เพื่อรองรับการใช้สิทธิตามใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญของบริษัทฯ ครั้งที่ 1 โดยจะเปิดให้จองซื้อและชำระค่าหุ้นระหว่างวันที่ 16-20 ต.ค. นี้ โดยการเพิ่มทุนรอบที่ 2 น่าจะทำให้บริษัทระดมทุนได้ 1,700 ล้านบาท
    “เงินเพิ่มทุน 1,700 ล้านบาทครั้งนี้ถือว่าเพียงพอที่นกแอร์จะบริหารงานต่อ โดยไม่จำเป็นที่จะต้องหาพัธมิตรอื่นๆมาร่วมทุนแล้ว โดยหลังจากนี้นกแอร์ต้องช่วยตัวเอง โดยลดค่าใช้จ่าย เพิ่มรายได้และเร่งปรับโครงสร้างองค์กร เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนและผู้ที่เกี่ยวข้อง “

***CEO คนใหม่เร่งเดินหน้าตามแผนฟื้นฟู
    ?นายปิยะ กล่าวว่า นกแอร์จะเร่งดำเนินการตามแผนฟื้นฟู ระยะ 3 ปี เริ่มจากปี 60-62 เพื่อปรับลดค่าใช้จ่ายและเพิ่มรายได้ สำหรับแผนปรับลดค่าใช้จ่ายนั้นเตรียมที่จะปลดระวางเครื่องบินเก่าระหว่างช่วงปี 60-61 จำนวนรวม 7 ลำ แบ่งออกเป็น เครื่อง ATR72-500 จำนวน 2 ลำ และโบอิ้ง737-800 จำนวน 5 ลำ ซึ่งจะทำให้นกแอร์มีฝูงบินที่ 24ลำ และยังมีแผนที่จะรับมอบเครื่องบินใหม่ โบอิ้ง737MAX เพิ่มรวม 8 ลำ แบ่งเป็น ปี62 จำนวน 2ลำ ปี 64 จำนวน 2ลำ และปี 64จำนวน 4ลำ รวมทั้งตั้งเป้าที่จะปรับเพิ่มชั่วโมงการใช้งานเครื่องบินสำหรับปี61 ให้มากขึ้น จากปัจจุบันบินวันละ 8 ชั่วโมง/ลำ เป็นลำละ 10-11 ชั่วโมง/วัน เพื่อเพิ่มความคุ้มค่าการใช้งานเครื่องบิน
    ส่วนการเพิ่มรายได้นั้น จะมีการเปิดเส้นทางบินใหม่เพิ่มเติมในตลาดจีน ตลาดรอง และตลาดในประเทศ โดยตั้งแต่วันที่ 30 ก.ย. นี้ นกแอร์จะเปิดให้บริการเครื่องแบบเช่าเหมาที่สนามบินอู่ตะเภา เพื่อบินไปยัง 5 เมืองรองของประเทศจีน คือ หลินยี หนานชาง ไห่โข่ง ฉางชา และอินชวน จำนวนรวม 12 เที่ยวบิน/สัปดาห์ และมีแผนที่จะขยายเส้นทางในประเทศที่เป็นจุดแข็งของนกแอร์เพิ่มเติมในทุกภาค โดยจะลงพื้นที่หารือกับนักธุรกิจท้องถิ่นเพื่อสำรวจความต้องการของตลาด รวมทั้งเพิ่มความถี่ในเส้นทางต่างประเทศอีกด้วย
    "นกแอร์ยังคงเป็นสายการบินราคาประหยัดของคนไทย ที่มุ่งเน้นการให้บริการที่ครอบคลุมเส้นทางภายในประเทศ พร้อมกับการขยายเส้นทางการบินในตลาดระดับภูมิภาค พร้อมมุ่งหวังที่จะให้การดำเนินงานเกิดผลในเชิงบวกและมอบบริการที่ดีที่สุดให้แก่ผู้โดยสาร"

***AOT ควัก 1.4 พันลบ.จ่ายค่าตอบแทนย้อนหลังให้ธนารักษ์
     บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT แจ้งว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท  (20 ก.ย.60) เห็นชอบการปรับอัตราค่าตอบแทนการใช้ประโยชน์ที่ราชพัสดุแปลงสุวรรณภูมิ ตามบันทึกข้อตกลงกับกรมธนารักษ์ โดยการคำนวณค่าตอบแทนย้อนหลัง 5 ปี (รอบปีงบประมาณ 56-60) คำนวณตามฐานของสัญญาเดิม โดยปรับึ้นตามค่าเฉลี่ยดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไป ทำให้ทอท.ต้องชำระค่าตอบแทนย้อนหลัง 5 ปี ประมาณไม่เกิน 1,400 ล้านบาท โดยจะชำระค่าตอบแทนภายในวันที่ 30 ก.ย.นี้
    ส่วนปีงบประมาณ 61-65 ให้คำนวณค่าตอบแทนจากมูลค่าทรัพย์สิน (Return on Asset:ROA) เพิ่มเติมจากวิะการส่วนแบ่งรายได้ (Revenue Sharing) โดยทรัพย์สินที่เป็น Commercial จะคิด ROA 3% ของมูลค่าทรัพย์สิน ส่วนทรัพย์สินที่เป็นพาณิชย์บริการ (Free Zone) จะคิด ROA 0.01% และพื้นที่ว่างเปล่าที่จะนำไปพัฒนาโครงการใหม่เฉพาะ Commercial จะคิด ROA 2%
    ทั้งนี้ส่งผลให้ปีงบประมาณ 61 ทอท.จะจ่ายค่าตอบแทนเพิ่มเติม เป็นเงินประมาณ 900.27 ล้านบาท และจากนั้น ให้ปรับปรุงค่าตอบแทน 9% ของค่าตอบแทนเดิมทุก 3 ปี


 

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด