ข่าวนี้ที่ 1

| 19 ตุลาคม 2560 | 16:04

BGRIM ดึงสถาบันถือหุ้นเพิ่ม ขึ้นค่า Ft หนุนรายได้โต 18%

     "บี.กริมเพาเวอร์"ปลื้มกองทุนระยะยาวเข้าถือหุ้นเพิ่ม สะท้อนนักลงทุนเชื่อมั่น เตรียมเดินสายโรดโชว์สิงค์โปร-ฮ่องกง พ.ย.นี้ หวังสถาบันต่างชาติเข้าลงทุนมากขึ้น จากปัจจุบัน 43% ผู้บริหารแจงหุ้นพุ่งแรง เหตุนักลงทุนมั่นใจ หลังโครงการในมือเดินหน้าตามแผน ผลประกอบการเติบโตดี แนวโน้มกำไรครึ่งปีหลังจะเติบโตกว่าครึ่งปีแรก เป็นผลจากการปรับค่า Ft ไม่มีแผนการปิดซ่อมบำรุงโรงไฟฟ้า มั่นใจรายได้ปีนี้โตกว่า 18% โบรกฯให้เป้าสูงสุด 28 บาท คาดกำไรปี 60 โต 64% ลุ้นเพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้าใน 5 ปี ได้อีก 51% 

*** มั่นใจรายได้ปีนี้โตกว่า 18% หลัง COD เพิ่มต่อเนื่อง
    
    นายนพเดช กรรณสูต รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ และประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน บริษัท บี.กริมเพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BGRIM มั่นใจรายได้โตกว่า 18 % จากปีก่อน จากปีก่อนที่มีรายได้ 2.77 หมื่นล้านบาท โดยครึ่งแรกปี 60 บริษัทมีรายได้ 1.51 พันล้านบาท และกำไรเติบโตเพิ่มขึ้นจากต้นทุนทางการเงิน ทั้งนี้ มองว่าราคาหุ้นที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น เนื่องจากนักลงทุนมีความมั่นใจเข้ามาลงทุนมากขึ้น เพราะโครงการของบริษัทเดินหน้าตามแผนที่วางไว้ 
    บริษัทอยู่ระหว่างศึกษาลงทุนโรงไฟฟ้าเพิ่มขึ้น ขณะนี้ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ หากได้ข้อสรุปจะมีการเปิดเผยข้อมูลทันที โดยปัจจุบันบริษัทลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าจำนวนทั้งสิ้น 44 โครงการ มีกำลังการผลิตติดตั้งรวม 2,482 เมกะวัตต์ ซึ่งจ่ายไฟเชิงพาณิชย์แล้วรวมทั้งสิ้น 30 โครงการ กำลังการผลิต 1,646 เมกะวัตต์ และมีโครงการโรงไฟฟ้าที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างและอยู่ระหว่างการพัฒนา 14 โครงการ กำลังการผลิตติตตั้งรวม 836 เมกะวัตต์ ซึ่งจ่ายไฟปี 61 จำนวน 450 เมกะวัตต์

*** แนวโน้มกำไรครึ่งปีหลังดีกว่าครึ่งแรก ได้ประโยชน์ค่า  Ft-ไม่มีหยุดซ่อม

    นายนพเดช กล่าวว่า ผลประกอบการของบริษัทมีทิศทางเติบโตที่ดี โดยในครึ่งปีหลังคาดว่าจะดีกว่าครึ่งปีแรก เพราะโรงไฟฟ้าที่ สปป.ลาว จ่ายไฟเชิงพาณิชย์ (COD) ประกอบกับได้รับประโยชน์จากค่า Ft ที่มีการปรับตัวเพิ่มขึ้น และโรงไฟฟ้าของบริษัทเดินเครื่องเต็มจากที่ไม่มีแผนการปิดซ่อมบำรุงโรงไฟฟ้า

***มีแผนโรดโชว์สิงคโปร์-ฮ่องกง พ.ย.นี้ ดึงต่างชาติถือหุ้นเพิ่ม

    ในเดือน พ.ย.นี้ บริษัทจะไปนำเสนอข้อมูล (โรดโชว์)แก่นักลงทุนต่างประเทศที่สิงคโปร์ และ ฮ่องกง เชื่อว่าจะทำให้นักลงทุนสถาบันต่างชาติสนใจเข้ามาลงทุนในหุ้นของบริษัทเพิ่มขึ้น จากผลประกอบการของบริษัทเติบโตที่ดี และบริษัทมีแผนที่จะเพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้าต่อเนื่อง โดยปัจจุบันนักลงทุนต่างชาติถือหุ้นบริษัทในสัดส่วน 43%
    โดยขณะนี้สัดส่วนนักลงทุนสถาบันที่ถือหุ้นของบริษัทมีการปรับเปลี่ยนไป ยอมรับว่า กองทุนเฮดจ์ฟันด์มีการถือหุ้นของบริษัทลดลง แต่พบว่ากองทุนที่ลงทุนระยะยาวเข้าถือหุ้นของบริษัทมากขึ้น ซึ่งสะท้อนถึงความมั่นใจของนักลงทุนว่าบริษัทมีการเติบโตที่ดีในระยะยาว
    อนึ่ง ก่อนหน้านี้ นาง ปรียนาถ สุนทรวาทะประธานเจ้าหน้าที่บริหาร BGRIM ระบุ บริษัทมีแผนที่จะยื่น ขอเสนขายไฟโรงไฟฟ้า SPP Hybrid Firm ขนาด 300 เมกะวัตต์ และโรงไฟฟ้า VSPP Semi-Firm จำนวน 269 เมกะวัตต์

*** บล.หยวนต้า ให้เป้า 25 บ.ขึ้นค่า FT หนุนกำไรโต
    
    นักวิเคราะห์ บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) กล่าวว่า ช่วงนี้ราคาหุ้น BGRIM ตอบรับปัจจัยบวกรอบด้าน โดยเฉพาะประเด็นการขึ้นค่า FT 2 ครั้งในปีนี้ งวด พ.ค.-ส.ค. 12.52 สตางค์ และ งวด ก.ย.-ธ.ค. 8 สตางค์ ซึ่งการเปลี่ยนแปลงทุก 10 สตางค์ จะส่งผลต่อกำไรของ BGRIM ประมาณ 700 ล้านบาท ประเมินจากปริมาณขายไฟกว่า 7,000 หน่วย รวมถึงช่วงเร็วๆ นี้ BGRIM ไม่มีแผนการปิดซ่อมบำรุงโรงไฟฟ้าด้วย
    ปีนี้คาดว่ากำไรจากการดำเนินงานของ BGRIM จะเติบโตได้ 62.1% รวมถึงคาดว่าจะมีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนเข้ามาสนับสนุนด้วย เพราะเงินบาทที่แข็งค่าในช่วงก่อนหน้านี้ ส่วนกำลังการผลิตคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเด่นชัดในปี 61 ซึ่งจะมีการ COD โรงไฟฟ้า SPP จำนวน 3 แห่ง ส่งผลให้รายได้จะเติบโตก้าวกระโดด
    แนะนำนักลงทุนสามารถเข้าซื้อเกงกำไรได้ ด้วยความระมัดระวัง เพราะใกล้ช่วงเป้าหมายที่บริษัทตั้งไว้ที่ 25 บาท
    
*** บล.เอเชีย เวลท์ ให้เป้า 28 บ.คาดกำไรปี 60 โต 64% ลุ้นเพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้าใน 5 ปี ได้อีก 51%
    
    บล.เอเชีย เวลท์  แนะ"ซื้อ"ให้เป้า 28 บาท BGRIM เป็นผู้ผลิตไฟฟ้ารายเล็ก (SPP) ปัจจุบันมีกำลังการผลิตไฟฟ้าติดตั้งรวม 1,646 MW และมีแผนจะเพิ่มเป็น 2,482 MW ภายในปี 2565 หรือเพิ่มขึ้น 51% ในระยะเวลา 5 ปี บริษัทมี NET D/E Ratio ต่ำเพียง 1.8 หลังจากการเสนอขายหุ้น IPO ทำให้มีเงินลงทุนมากเพียงพอที่จะขยายกำลังการผลิตโดยไม่จำเป็นต้องเพิ่มทุนอีก นอกจากนี้ยังมีแผนออกหุ้นกู้เพิ่ม 11.5 พันล้านบาท ด้วยอัตราดอกเบี้ย 3.8% ช่วยลดต้นทุนทางการเงินจากเดิมที่ 4.8% คาด BGRIM จะรายงานกำไรสุทธิในปี 2560 นี้ที่ 2,271 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 64%

*** บล.ทิสโก้ ชี้หุ้นพุ่งตอบรับปัจจัยบวกรอบด้าน
    
    บล.ทิสโก้ มองราคาหุ้นรับรู้ปัจจัยบวกไปแล้ว ด้วยกำลังการผลิต 943MW ที่ดำเนินงานแล้ว และกำลังก่อสร้างอีก 574MW ทำให้ BGRIM เป็น 1 ในโรงไฟฟ้าที่มีการเติบโตสูงสุดในไทย โดยผลประกอบการจะโต 30% ในปี 2017-19F โดยที่เน้นการผลิตไฟฟ้าภายในประเทศ และผลิตเพื่อขายให้กับ EGAT ภายใต้สัญญา SPP รวมถึงการขายให้นิคมอุตสาหกรรม โดยเราเชื่อว่าราคาหุ้นได้รับรู้ปัจจัยบวกไปหมดแล้ว และหากไม่มีโครงการใหม่จะทำให้อัพไซด์ของหุ้นมีจำกัด
    มีโครงการในมือจำนวนมาก BGRIM จะมีกำลังการผลิตเพิ่มขึ้นจาก 920 MW เป็น 1,529 ภายในระยะเวลา 5 ปี โดยจะโตสูงสุดในปี 2018 หลังจากที่โรงไฟฟ้า 232MW (ถือหุ้น 43%) ก่อสร้างเสร็จ
    ได้ประโยชน์จากลูกค้านิคมอุตสาหกรรมที่เพิ่มขึ้น ด้วยสัดส่วนรายได้กว่า 37% ที่มาจากลูกค้ากลุ่มนิคมอุตสาหกรรมในปี 2018F ทำให้เราเชื่อว่าอัตรากำไรของ BGRIM จะเพิ่มขึ้น และโดดเด่นที่สุดในกลุ่มโรงไฟฟ้า โดยเราคาดอัตรากำไรของโรงไฟฟ้าที่ขายไฟให้ IU และอัตรากำไรของโรงไฟฟ้า Cogen จะเพิ่มขึ้น 4 และ 5% CAGR ในปี 2017-19F
    เล็งขยายกิจการทั้งภายในและภายนอกประเทศ BGRIM เป็นธุรกิจที่จับการเติบโตของธุรกิจสาธารณูปโภคทั้งภายในและภายนอก โดยบริษัทมีประวัติการดำเนินงานที่ยาวนาน และเป็นพันธมิตรร่วมกับนิคมอุตสาหกรรมหลายแห่งทั้งในประเทศและต่างประเทศ
    ประเมินมูลค่าที่เหมาะสม 25 บาท ด้วยวิธี DCF (WACC ที่ 7% และการเติบโต 2%) โดยมีความเสี่ยงคือ การปิดปรับปรุง และมีความเสี่ยงในเชิงบวกจากกำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้น

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด