ข่าวนี้ที่ 1

| 19 กันยายน 2560 | 17:05

ครม.ไฟเขียว พ.ร.บ.EEC หุ้นนิคมฯ-โลจิสติกส์ติดปีก

       ครม.เห็นชอบ พ.ร.บ.เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก(EEC)คาดประกาศใช้ภายใน 4-5 เดือนข้างหน้า ด้านหอการค้าไทย คาดหากรัฐลงทุนใน EEC ราว 3 แสนลบ./ปี จะหนุนจีดีพีได้ 1-1.5% ต่อปี ขณะที่ WHA-WICE-TICON ได้ประโยชน์ชัดเจน ส่วน NYT-ROJNA ราคายังไม่ตอบรับ  ด้าน ATP30 ลูบปากรอดีมานด์รถขนส่งโซนตะวันออกเพิ่มขึ้น 

*** ครม.เห็นชอบ พ.ร.บ.เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก(EEC)  

     นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) สัญจรวันนี้ เห็นชอบร่างพ.ร.บ.เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก พ.ศ. ... ของกระทรวงอุตสาหกรรมที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาได้ปรับปรุงอีกครั้ง และให้ส่งคณะกรรมการประสานงานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) พิจารณาก่อนเสนอสภานิติบัญญัติแห่งชาติต่อไป 
     ร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้เป็นกฎหมายที่กำหนดขอบเขตของพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ในพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรา ชลบุรี และ ระยอง โดยมีการกำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการวางแผนการใช้ประโยชน์ที่ดินในพื้นที่โดยเหมาะสมกับสภาพและศักยภาพของพื้นที่สอดคล้องกับหลักการพัฒนาอย่างยั่งยืน มีการบูรณาการจัดการโครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภคให้ต่อเนื่องและเชื่อมโยงกันทั้งในและนอกเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก
     นอกจากนั้น กำหนดให้มีคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกมีหน้าที่กำหนดนโยบายและการกำกับดูแล โดยมีสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกรับผิดชอบงานธุรการและงานวิชาการ คณะกรรมการฯ อาจจะประกาศให้พื้นที่ส่วนใดส่วนหนึ่งภายในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกเป็น "เขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษ" เพื่อวัตถุประสงค์ในการผลักดันการลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมายพิเศษที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง สร้างนวัตกรรม และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

*** หอการค้าไทย คาดหากรัฐลงทุนใน EEC ราว 3 แสนลบ./ปี หนุนจีดีพีโต 1-1.5% 

     นายกลินท์ สารสิน ประธานกรรมการหอการค้าไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า  EEC จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของประเทศ เพื่อให้หลุดพ้นกับดักรายได้ปานกลาง เพราะจะเป็นการสร้างโอกาสของประเทศเพิ่มมากขึ้นทั้งในอุตสาหกรรมใหม่ที่มีศักยภาพ และการเพิ่มความเข้มแข็งในอุตสาหกรรมหลักเดิม ทำให้มีการสร้างงานที่เพิ่มขึ้น รวมถึงการขยายตัวของธุรกิจบริการ โดยเฉพาะด้านการท่องเที่ยว ที่จะใช้ประโยชน์จากโครงสร้างพื้นฐานและระบบโลจิสติกส์ มาเชื่อมโยง กับประเทศในอาเซียน และภูมิภาคอื่นๆ พร้อมเตรียมผลักดันพัทยาให้กลายเป็นศูนย์กลางเมืองธุรกิจและท่องเที่ยวที่ทันสมัย รองรับการเชื่อมโยง EEC
     ทั้งนี้ หอการค้าไทย ประเมินว่า การลงทุนที่เกิดขึ้นใน EEC ของภาครัฐ เฉลี่ย 3 แสนล้านบาทต่อปี ภายในระยะเวลา 5 ปี รวมกับการลงทุนต่างๆ ของภาคเอกชน จะสามารถเพิ่มตัวเลขเศรษฐกิจไทย ให้เพิ่มขึ้นได้ประมาณ 1% ถึง 1.5% ต่อปี ซึ่งภาคเอกชน เริ่มตื่นตัว และพร้อมเข้าไปลงทุน โดยหอการค้าไทย จะได้ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เตรียมพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอนต่างๆ เพื่อสร้างบุคลากรรองรับการขยายตัวของเออีซีในอนาคต
          
*** WHA-WICE-TICON ได้ประโยชน์จาก EEC   

     บล.ซีไอเอ็มบี มองว่า  WHA เป็นอีก 1 บริษัทที่จะได้รับประโยชน์จาก EEC   โดย WHA มียอดขายที่ดิน 694ไร่ YTD คิดเป็น 49.6% ของเป้าทั้งปี  บริษัทตั้งเป้าทำสัญญาให้เช่าพื้นที่คลังสินค้า/โรงงานเพิ่มอีก 200,000-250,000 ตรม. ในปี FY17 
     ผู้บริหารเผยว่าโครงการ Nghe An ในเวียดนามมีความคืบหน้าตามกำหนด และ WHA คาดว่ารัฐบาล-เวียดนามจะส่งมอบที่ดินให้ในเดือนต.ค.-พ.ย. 2017 บล.ซีไอเอ็มบี จึงคาดว่า WHA จะรายงานกำไรสุทธิสูงสุดในไตรมาส 4/60 จากแผนขายสินทรัพย์ให้กับ WHART และ HREIT แนะนำ "ซื้อ" ที่ราคาเป้าหมายใหม่ 3.74 บาทเพราะมองว่ายอดขายที่ดินมีแนวโน้มดีและงบดุลมีหนี้สินลดลง   
    บล.ฟิลลิป แนะนำ "ซื้อ"  WICE ประเมินราคาพื้นฐานปี 2561 ที่ 5.10 บาท อิง P/E ที่ 24 เท่า  ปกติไตรมาส 3 จะเป็น high season สุดของปี อีกทั้ง 3Q60 ยังรับรู้การรวมงบของ SEL เต็มไตรมาสจาก 3Q59 ที่รับรู้แค่เพียง 1.5 เดือน และยังมีค่าใช้จ่ายทำ M&A ราว 4 ล้านบาท คาดยังเห็นการเติบโตที่ดีทั้งรายได้และกำไรอยู่ อีกทั้งจากคาดการณ์เศรษฐกิจของ ธปท. ในเดือน มิ.ย. 60 ได้มีการปรับเพิ่มการเติบโตของมูลค่าการส่งออกและนำเข้าในรูปของดอลลาร์สหรัฐขึ้นเป็น 5% และ 10.9% y-y จากในเดือน มี.ค. 60 ที่เดิมคาดไว้ที่ 2.2% และ 7.2% เป็นสัญญาณที่ดีต่อ WICE
     ทางฝ่ายปรับคาดการณ์รายได้บริการในปี 2560 เพิ่มขึ้นเล็กน้อยเป็น 1,362 ล้านบาท แต่ปรับลดกำไรสุทธิลงจาก 128 ล้านบาท เป็น 117 ล้านบาท จากอัตรากำไรขั้นต้นครึ่งปีแรกที่ต่ำกว่าคาด และในปี 2561 คาดรายได้ที่ 1,602 ล้านบาท และกำไรสุทธิที่ 139 ล้านบาท โดยยังไม่รวมการทำ M&A หรือ JV ที่อาจเกิดขึ้นเพื่อยกระดับให้เป็นบริษัทในระดับภูมิภาค และโครงการ EEC ที่จะส่งผลดีในระยะยาว
     บล.กสิกรไทย  กล่าวว่า หุ้นที่จะได้ประโยชน์จาก EEC  ได้แก่ TICON ความคืบหน้าการออกร่าง พ.ร.บ. พื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก จะเป็นประเด็นบวกต่อ TICON ซึ่งมีพื้นที่ในโซน EEC กว่า 3 พันไร่ นอกจากนั้น TICON ยังมีประเด็นบวกที่ซ่อนอยู่จากผลประโยชน์จากกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่ของกลุ่มเฟรเซอร์ที่เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ใหม่ได้อย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งยังไม่ถูกสะท้อนลงไปในราคาหุ้นปัจจุบัน 
          ด้านบล.เออีซี  กล่าวว่า หุ้นได้ประโยชน์จากลงทุนโครงสร้างพื้นฐานและนโยบาย EEC ได้แก่  กลุ่มรับเหมา (STEC, CK, ITD, UNIQ), กลุ่มนิคม (WHA, AMATA, TICON), กลุ่มวัสดุ (TASCO, SCC)

*** NYT- ROJNA ได้ประโยชน์ EEC แต่ราคายังไม่ตอบรับ

    บล.โนมูระ พัฒนสิน กล่าวว่า  NYT-ROJNA เป็นอีกกลุ่มที่ได้ประโยชน์จาก EEC แต่ราคายังไม่ตอบรับ 
    NYT   มี Hidden value จากที่ดินแปลงใหญ่ขนาด 75 ไร่บริเวณที่ดินแหลมฉบังซึ่งคาดมีค่าเช่าสูงขึ้นจากปัจจัยบวกพรบ. EEC ที่คาดประกาศแล้วเสร็จใน 4Q17F + BOI อนุมัติให้ผู้ผลิตรถยนต์ที่เข้าร่วมโครงการอีโคคาร์ เฟส 1 สามารถนำยอดรถยนต์ไฮบริด-รถยนต์ไฟฟ้าแบบผสม (HEV) รวมยอดผลิตให้ถึง 100,000 คันต่อปีได้ หนุนภาพรวมอุตสาหกรรมยานยนต์ผลิตเพื่อส่งออก เติบโตได้ในระยะยาว NYT เด่น
    คาดกำไรครึ่งปีหลังฟื้นตัวดีขึ้นเทียบครึ่งปีแรก จากยอดส่งออกรถยนต์ที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น และใน 1Q18F เริ่มบันทึกรายได้จากพื้นที่เช่าบนท่าเรือ 1.2 แสนตร.ม. หนุนคาดกำไรสุทธิ18F เติบโต +17.4% y-y และมี upside risk จากค่าเช่าที่สูงขึ้น 30% จากสมมติฐานเดิมจากปัจจัยบวก พรบ. EEC จะเพิ่มฐานกำไรสุทธิปี18F/19F/20F ที่ระดับ +4.3%/+5.7%/+6.4% ตามลำดับ    

*** ATP30 รับอานิสงส์ดีมานด์รถขนส่งเพิ่ม จาก EEC


    บล.ฟินันเซีย ไซรัส   กล่าวว่า ATP30 เป็นผู้ให้บริการรถรับส่งพนักงานทั้งใน และนอกนิคมฯภาคตะวันออก บริษัทสร้าง Premium จากโมเดลธุรกิจที่แตกต่างกับคู่แข่งโดยเน้นคุณภาพของการให้บริการ และนำเทคโนโลยีเข้าบริหารจัดการ ปัจจุบันครองส่วนแบ่งการตลาดเพียง 2% ทำให้มีช่องว่างให้เติบโตอีกมากตามการขยายตัวของนิคมอุตสาหกรรม บวกกับเป็นผู้ได้รับประโยชน์โดยตรงจากโครงการ EEC ที่จะหนุนให้ Demand การใช้บริการเร่งตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว เรามองว่ากำไรได้ผ่านจุดต่ำสุดใน 1H17 ไปแล้วหลังถูกกดดันจากค่าปรับปรุงรถที่เป็น One-time expense และคาดจะฟื้นตัวโดดเด่นตั้งแต่ 3Q17 จากการเริ่มให้บริการลูกค้ารายใหญ่ 1 รายในเดือนก.ย. และอีก 2 รายต้นปีหน้า หนุนให้กำไรสุทธิปี 2017-18 คาดโตเฉลี่ย 28% CAGR แนะนำ “ซื้อ” ราคาเหมาะสมปี 2018 ที่ 2.00 บาท 
     
         

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด