ข่าวนี้ที่ 1

| 18 กันยายน 2560 | 16:04

TRUE ขายสินทรัพย์เข้า DIF ลดความเสี่ยงเพิ่มทุน

          บอร์ด TRUE อนุมัติ 4 บริษัทย่อยขายสินทรัพย์และรายได้จากสินทรัพย์เข้ากองทุน DIF อีก 6.5-7.2 หมื่นล้านบาท โบรกฯ ประเมินกำไร 1.27 – 1.43 บาท/หุ้น แต่จะไม่มีปันผลพิเศษ เหตุต้องนำเงินไปใช้หนี้ มองลดความเสี่ยงเพิ่มทุนในช่วง 2-3 ปี  

** บอร์ดไฟเขียว 4 บริษัทย่อยขายสินทรัพย์เข้า DIF เพิ่ม
          บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น (TRUE) แจ้งตลาดหลักทรัพย์ว่าคณะกรรมการมีมติอนุมัติให้บริษัทย่อย 4 แห่ง ประกอบด้วย บริษัท เอเชีย ไวร์เลส คอมมิวนิเคชั่น จำกัด(AWC), บริษัท ทรู มูฟ เอช ยูนิเวอร์แซล คอมมิวนิเคชั่น จำกัด(TUC), บริษัท ทรู มูฟ จำกัด(TMV) และบริษัท ทรูอินเทอร์เน็ต คอร์ปอเรชั่น จำกัด(TICC)  ขายทรัพย์สิน, รายได้จากทรัพย์สิน และการให้สิทธิในการเช่า ให้แก่ กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคม ดิจิทัล หรือ DIF มูลค่ารวมของค่าตอบแทน ไม่น้อยกว่า 6.5 หมื่นล้านบาท แต่ไม่เกิน 7.2 หมื่นล้านบาท  
          ทั้งนี้ทรัพย์สินที่บริษัทย่อยจะขายให้แก่กองทุน เช่น เสาโทรคมนาคม, ระบบใยแก้วนำแสง, รายได้ที่เกิดจากการให้เช่าเสาโทรคมนาคม และโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคม ตลอดจนพื้นที่(Slots) บนเสาโทรคมนาคม 
          ภายหลังการขายทรัพย์สินให้กองทุนแล้ว TUC และ TICC จะเช่า และเช่าช่วง จากกองทุน ในทรัพย์สินบางรายการ เพื่อใช้ทรัพย์สินดังกล่าวในการดำเนินธุรกิจต่อไป โดยธุรกรรมดังกล่าวจะมีมูลค่าไม่เกิน 9.43 หมื่นล้านบาท 
          นอกจากนี้ TUC และ TICC จะขยายระยะเวลาการเช่าทรัพย์สินของกองทุนในปัจจุบัน ไปจนถึงวันที่ 15 ก.ย.76 และวันที่ 31 ธ.ค.64 สำหรับอุปกรณ์โทรคมนาคมประเภท Active บางรายการ โดยธุรกรรมดังกล่าวจะมีมูลค่ารวมกันไม่เกิน 5.52 หมื่นล้านบาท 
          และ TRUE จองซื้อหน่วยลงทุนที่ออกใหม่ของกองทุน ซึ่งเมื่อรวมกับหน่วยลงทุนที่บริษัทถืออยู่ในปัจจุบัน จะเป็นจำนวนตั้งแต่ 28.11% ถึง 33.33% ของจำนวนหน่วยลงทุนทั้งหมดของกองทุน โดยขนาดธุรกรรมจองซื้อหน่วยลงทุน จะมีมูลค่าระหว่าง 1.12-2.40 หมื่นล้านบาท 
          คาดว่าธุรกรรมการขายและการเช่าทรัพย์สินและรายได้ในส่วนที่ 1 จะเกิดขึ้นในปี 60 และส่วนที่ 2 จะเกิดขึ้นในปี 61 ขณะที่ธุรกรรมการขยายระยะเวลาเช่า และธุรกรรมการจองซื้อหน่วยลงทุน จะเกิดขึ้นในปี 61 

** เคาะกำไร  1.27 – 1.43 บาท/หุ้น
          บล.ทรีนีตี้ ระบุในบทวิเคราะห์ ประเมินกำไรจากการขายสินทรัพย์เข้ากองทุนในครั้งนี้จะอยู่ประมาณ 1.27 – 1.43 บาทต่อหุ้น
          ผลกระทบต่องบกำไรขาดทุน
(-) สำหรับธุรกรรมเช่ามูลค่า 94,300 ล้านบาท จนถึง 15 ก.ย. 2576 ระยะเวลาประมาณ 16 ปี คิดเป็นค่าเช่าต่อปีที่ TRUE จะต้องจ่ายให้กับ DIF ประมาณ 5,900 ล้านบาทต่อปี 
(+) เงินปันผลที่บริษัทฯจะได้รับจาก DIF จะเพิ่มขึ้นประมาณ 1,670 ล้านบาท (สัดส่วนการถือที่ 33.33% และDIF มี Net investment income ที่ 85%) 
(+) สมมติฐานบริษัทฯ นำเงินที่ได้ไปลดหนี้จำนวน 29,428-35,000 ล้านบาท ที่อัตราดอกเบี้ย 3% จะช่วนบริษัทลดภาระค่าใช้จ่ายได้ประมาณ 880-1,050 ล้านบาท
(+) ค่าเสื่อมลดลงประมาณ 590 ล้านบาท
          ยังคงคำแนะนำ ถือ ราคาเป้าหมายปี 60 ที่ 7.28 บาท ระยะสั้นได้แรงหนุนจากผลประกอบการที่จะดีขึ้นในไตรมาส 4 จากการขายสินทรัพย์เข้ากองทุน

** ไม่ปันผลพิเศษ แต่ลดความเสี่ยงเพิ่มทุน
          นายสุวัฒน์ วัฒนพรพรหม นักวิเคราะห์ บล.เอเซียพลัส ระบุว่า เงินระดมทุนที่ได้จากการขายสินทรัพย์เข้ากองทุนส่วนใหญ่จะถูกนำไปชำระหนี้เพื่อลดต้นทุนดอกเบี้ย และอาจจะยังไม่มีการจ่ายเงินปันผลพิเศษให้กับผู้ถือหุ้น 
          อย่างไรก็ตามเชื่อว่าธุรกรรมครั้งนี้จะช่วยลดโอกาสการเพิ่มทุนของ TRUE ได้ในระยะ 2-3 ปีนี้ โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการทบทวนประมาณการให้สอดคล้องกับปัจจัยใหม่ที่กำลังจะเกิดขึ้น 
          ด้าน นายเอกรินทร์ วงษ์ศิริ นักวิเคราะห์ บล.ทรีนิตี้ ประเมินว่า ปัจจุบันต้นทุนดอกเบี้ยจ่ายของ TRUE อยู่ที่ราว 8,000-9,000 ล้านบาท กำไรพิเศษที่จะได้จากการขายสินทรัพย์รอบนี้น่าจะนำไปชำระหนี้มากกว่าแบ่งมาจ่ายเป็นปันผลพิเศษ เพราะจะส่งผลดีต่อผลประกอบการในระยะยาวมากกว่า
          "TRUE มีภาระดอกเบี้ยค่อนข้างสูง วัตถุประสงค์ของการขายสินทรัพย์เข้ากองทุนรอบนี้เพื่อปรับโครงสร้างหนี้สินหรือเตรียมไว้ลงทุนมากกว่า ประเด็นการจ่ายปันผลพิเศษไม่น่าจะเกิดขึ้น ซึ่งปัจจุบันจ่ายดอกเบี้ยปีละประมาณ 8,000-9,000 ล้านบาท เป็นต้นทุนที่กดดันกำไรอย่างมาก การชำระหนี้จะช่วยลดภาระดอกเบี้ยในระยะสั้นได้อย่างมีนัยสำคัญ อีกทั้งวิธีการนี้จะช่วยลดโอกาสการเพิ่มทุนไปได้อย่างน้อยจนกว่าจะมีการประมูลใบอนุญาตคลื่นความถี่รอบใหม่"

** เพิ่มสภาพคล่อง - กำไรปีนี้
          บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ระบุในบทวิเคราะห์ถึง 4 เหตุผลที่เราเริ่มต้นคำแนะนา “ซื้อ ” หุ้น TRUE จาก
1) EBITDA ของ TRUE ปรับตัวดีขึ้น คาดปีนี้ทำได้ 3 หมื่นล้านบาท แซง DTAC ที่ 2.9 หมื่นล้านบาท 
2) คาด SG&A จะเริ่มลดลงเมื่อส่วนแบ่งการตลาดทิ้งห่าง แตะ 30% ในปี 2561 
3) มี Upside risk จากการขาย Asset เข้ากอง DIF อาจเห็นในปีนี้ 
4) ราคาหุ้นปัจจุบันต่ำกว่า China Mobile เฉลี่ยที่ 6.6 บาทต่อหุ้น
          บทวิเคราะห์ ระบุว่า TRUE มีสินทรัพย์ระยะยาวกว่า 3 แสนล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่เป็นโครงข่าย 4G โครงข่าย Fiber optic และ คลื่นความถี่รวม 50MHz ที่มีอายุใช้งานเกิน 10 ปี และเป็นคลื่นสั้นถึง 2 ใบนอกจากนี้ TRUE ยังมีฐานลูกค้ามือถือ 26 ล้านเลขหมาย ฐานลูกค้า broadband 3 ล้านเลขหมายและฐานลูกค้า pay TV 4 ล้านเลขหมาย แม้ TRUE จะเผชิญช่วงขาดทุนในปี 2560 เพราะอยู่ในช่วงของการลงทุนและการเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดให้เหนือกว่าคู่แข่ง เราเชื่อว่าขบวนการดังกล่าวใกล้สิ้นสุดแล้ว หากส่วนแบ่งการตลาดฉีกจากเบอร์ 3 อย่างมีนัยยะสำคัญเราคาด TRUE เข้าสู่ช่วงเก็บเกี่ยวกำไรขาขึ้น ตั้งแต่ ปี 2561 ที่ 319 ล้านบาท และปี 2562 ที่ 3.7 พันล้านบาท 
          นอกจากนี้เราประเมิน TRUE มีสินทรัพย์ที่สามารถขายเข้ากองทุนได้ขนาดไม่น้อยกว่ากองทุน DIF รอบแรก ซึ่งหากเกิดขึ้นจะเพิ่มสภาพคล่องและกำไรปีนีทั้นที
          ประเมินมูลค่าพื้นฐาน TRUE ที่ 7.80 บาทต่อหุ้น (DCF WACC 7.5% Terminal growth 1.5%) ภายใต้สมมติฐาน คือ 
1) TRUE มีส่วนแบ่งการตลาดมือถือห่างจากคู่แข่งเบอร์3 อย่างมีนัยยะภายในปี 2561 และลดค่าใช้จ่ายการตลาดลงสู่ระดับปกติ 
2) คู่แข่งไม่สามารถเข้าถึงคลื่นได้ที่ราคาต่ากว่าอย่างมีนัยยะ และ 
3) TRUE เข้าร่วมประมูลคลื่นความถี่ในปี 2561 ด้วยราคาที่สมเหตุสมผล โดยให้น้ำหนักกับความสามารถในการทำกำไรมากขึ้นกว่าในอดีต 
          ส่วน บล.ทิสโก้ ระบุ หาก TRUE ไม่มีการเพิ่มทุนไปจนถึงปี 2563 (2020) และมีความระมัดระวังในการบริหารเงินมากขึ้น, การขายสินทรัพย์เข้ากองทุน DIF และไม่ประมูลคลื่นในราคาที่สูงเกินไป จะทำให้มีโอกาสที่หุ้นจะกลับมายืนเหนือ 7 บาทได้ แต่เรายังคงแนะนำเพียง “ถือ” 
          ด้านบล.ซีไอเอ็มบี  ปรับเพิ่มคำแนะนำของ TRUE จาก “ขาย” เป็น “ซื้อ” และปรับราคาเป้าหมายขึ้น 43% เป็น 7.49 บาท เนื่องจากมองว่าบริษัทฯ จะได้ประโยชน์มากที่สุดจากการบริโภคข้อมูลที่แข็งแกร่งและการแข่งขันที่ลดลง ขณะที่ผู้บริหารยืนยันสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ งบลงทุนจะลดลงและไม่มีแผนเพิ่มทุน
          ทั้งนี้มองปัจจัยบวกคือ กำไรที่ฟื้นตัวและบริษัทสามารถทยอยชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาต 900MHz ขณะที่ปัจจัยเสี่ยง ได้แก่ 1) ต้นทุนบานปลาย, 2) การแข่งขันสูงขึ้นและ 3) การแพ้คดีที่มีข้อพิพาทกับ CAT

** หุ้นพุ่งรับข่าว 
          ด้านความเคลื่อนไหวหุ้น TRUE ล่าสุดปิดการซื้อขายที่ 6.35 บาท เพิ่มขึ้น 0.30 บาท หรือ 4.96% มูลค่าการซื้อขาย 3,290 ล้านบาท สูงสุดเป็นอันดับ 3 

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด