ข่าวนี้ที่ 1

| 18 กรกฎาคม 2560 | 17:05

BGRIM ลงสนามเทรดวันแรก ลุ้นระทึกยืนเหนือจอง

     "บี. กริม เพาเวอร์" ประเดิมลงสนามเทรดวันแรก ลุ้นราคายืนเหนือไอพีโอที่ 16 บ./หุ้น ระดมทุนกว่าหมื่นลบ. ลุยโรงไฟฟ้า - ชำระเงินกู้ ดันมูลค่าหลักทรัพย์พุ่งทะลุ   4 หมื่นลบ.  พร้อมอวดงบ Q1/60 กำไร 679.03 ลบ. โต 14% จาก Q1/59 เปิดรายชื่อกลุ่มนายฮาราลด์ ลิงค์ ถือหุ้นใหญ่สุด  71.8% ชูนโยบายปันผลไม่น้อยกว่า 40% ของกำไร ด้าน III-SKN จ่อคิวไอพีโอลำดับต่อไป   

*** BGRIM ลงสนามวันแรกในหมวดพลังงาน   
    ดร. สันติ กีระนันทน์ รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานผู้ออกหลักทรัพย์ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า   บมจ. บี. กริม เพาเวอร์ จะเข้าจดทะเบียนและเริ่มซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ ในกลุ่มอุตสาหกรรมทรัพยากร หมวดธุรกิจพลังงานและสาธารณูปโภค โดยใช้ชื่อย่อในการซื้อขายหลักทรัพย์ว่า “BGRIM” ในวันที่ 19 กรกฎาคม 2560 นี้ โดย BGRIM ประกอบธุรกิจโดยการถือหุ้นในบริษัทย่อย และบริษัทร่วมค้า ที่ประกอบธุรกิจหลักด้านการผลิตและจำหน่ายไฟฟ้า ไอน้ำ และธุรกิจที่เกี่ยวข้องทั้งในประเทศและต่างประเทศ
     ปัจจุบัน BGRIM ลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าที่เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้ว 28 โครงการ มีกำลังการผลิตไฟฟ้าตามสัดส่วนการลงทุน 920.1 เมกะวัตต์ กำลังการผลิตไอน้ำ 219.7 ตันต่อชั่วโมง ประกอบด้วย โรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วม พลังงานความร้อนที่ใช้น้ำมันดีเซลเป็นเชื้อเพลิง และพลังงานแสงอาทิตย์ และมีโครงการโรงฟ้าที่อยู่ระหว่างก่อสร้างและพัฒนาโครงการอีก 15 โครงการ กำลังการผลิตไฟฟ้าตามสัดส่วนการลงทุน 549.7 เมกะวัตต์ กำลังการผลิตไอน้ำ 109.8 ตันต่อชั่วโมง
    
    
*** ระดมทุนกว่า หมื่นลบ. ลุยโรงไฟฟ้า - ชำระเงินกู้       
    BGRIM มีทุนชำระแล้ว 5,083.6 ล้านบาท มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 2 บาท ประกอบด้วยหุ้นสามัญเดิม 1,890 ล้านหุ้น และหุ้นสามัญเพิ่มทุน 651.8 ล้านหุ้น (ไม่รวมหุ้นส่วนเกิน) โดยเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนต่อประชาชนทั่วไปครั้งแรก (IPO) แก่ผู้ลงทุนบุคคลทั่วไปในประเทศ และกรรมการและผู้บริหาร เมื่อวันที่ 3-6 กรกฎาคม 2560 และผู้ลงทุนสถาบันในประเทศและต่างประเทศ เมื่อวันที่ 11-13 กรกฎาคม 2560 ในราคาหุ้นละ 16.00 บาท มูลค่าระดมทุนรวม 10,429 ล้านบาท (ไม่รวมหุ้นส่วนเกิน) มูลค่าหลักทรัพย์ ณ ราคา IPO 40,669 ล้านบาท โดยมี บล. กสิกรไทย บล. บัวหลวง และ บล. ภัทร เป็นที่ปรึกษาทางการเงินและผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย
     นางปรียนาถ สุนทรวาทะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. บี. กริม เพาเวอร์ (BGRIM) เปิดเผยว่า การเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการขยายธุรกิจพลังงานให้เต็มศักยภาพ และเป็นส่วนหนึ่งของการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศผ่านการสร้างความมั่งคงทางด้านพลังงาน  โดยบริษัทมีแผนที่จะนำเงินที่ได้จากการระดมทุนไปลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้า SPP (Small Power Producer) และโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทน ทั้งในประเทศและภูมิภาคเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่อง รวมถึงจะนำเงินที่ได้จากการระดมทุนครั้งนี้ไปชำระคืนเงินกู้ยืม และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน
     BGRIM ตั้งเป้าในปี 2564 บริษัทฯ จะมีโครงการโรงไฟฟ้าภายใต้การดำเนินงานอย่างน้อย 43 โครงการ คิดเป็นกำลังการผลิตไฟฟ้ารวมประมาณ 2,357 เมกะวัตต์  
    
*** อวดงบ Q1/60 กำไร 679.03 ลบ. โต 14% จาก Q1/59 
    บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BGRIM แจ้งผลการดำเนินงานของบจ.และรวมของบริษัทย่อย ไตรมาสที่ 1/60 สิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2560 มีกำไรสุทธิ 679.03 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนที่กำไรสุทธิ 595.52 ล้านบาท เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของกำไรสุทธิของโครงการโรงไฟฟ้าของกลุ่มบริษัทในไตรมาส 1/60 
    นางปรียนาถ  เปิดเผยว่า รายได้ใน Q1/60 อยู่ที่ 7,438.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.8% จาก 6,712.1 ล้านบาท เมื่อเทียบช่วงเดียวกันปี 2559 ได้ปัจจัยบวกจากการขายไฟฟ้าในโครงการที่บริษัทพัฒนา   

*** กลุ่มนายฮาราลด์ ลิงค์ ถือหุ้นใหญ่  71.8%
    BGRIM มีผู้ถือหุ้นใหญ่ 3 ลำดับแรกหลัง IPO ได้แก่ กลุ่มนายฮาราลด์ ลิงค์ ถือหุ้น 71.8% CIMB SECURITIES (SINGAPORE) PTE. LTD. ถือหุ้น 8.6% และ Deutsche Bank AG, Hong Kong Branch ถือหุ้น 3.9% การกำหนดราคาเสนอขายหุ้น IPO มาจากการสำรวจความต้องการซื้อหลักทรัพย์ของนักลงทุนสถาบัน (book building) โดยคิดอัตราส่วนราคาหุ้นต่อกำไรสุทธิต่อหุ้น (P/E Ratio) ที่ 26.0-28.7 เท่า โดยคำนวณจากกำไรสุทธิในช่วง 12 เดือนย้อนหลัง (ตั้งแต่ไตรมาส 2 ปี 2559 ถึงไตรมาส 1 ปี 2560) หารด้วยจำนวนหุ้นทั้งหมด (ไม่รวมหุ้นส่วนเกิน) ภายหลังการเสนอขายหุ้นครั้งนี้ คิดเป็นกำไรสุทธิต่อหุ้นเท่ากับ 0.58 บาท
    
*** ชูนโยบายปันผลไม่น้อยกว่า 40% ของกำไร   

     บริษัทมีนโยบายการจ่ายเงินปันผลในอัตราไม่น้อยกว่า 40% ของกำไรสุทธิปรับปรุง (กำไรสุทธิไม่รวมผลกำไร/ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ยังไม่เกิดขึ้น) ตามงบการเงินรวมของบริษัทฯ หลังหักภาษีเงินได้นิติบุคคล ทุนสำรองต่างๆ ตามที่กฎหมายกำหนด และภาระผูกพันธ์ตามเงื่อนไขของสัญญาเงินกู้ 
 
*** III เตรียมเทรดในไตรมาสนี้ -   SKN  นับหนึ่งไฟลิ่ง
 
     นายทิพย์ ดาลาล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทริพเพิล ไอ โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ III ผู้ทำธุรกิจขนส่งสินค้าทางอากาศ - ทะเล และโลจิสติกส์ครบวงจรสำหรับเคมีภัณฑ์และสินค้าอันตราย  เปิดเผยว่ามีแผนเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุน (IPO) จำนวน 164,500,000 ล้านหุ้น ราคาพาร์ 0.50 บาท/หุ้น คิดเป็นสัดส่วนไม่เกิน 27% ของหุ้นทั้งหมด และเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ในช่วงไตรมาส 3/60 โดยหลังจากการขายหุ้น IPO จะทำให้กลุ่มผุ้บริหารมีสัดส่วนการถือหุ้นอยู่ที่ 68.6% ลดลงจาก 94.2% โดยมีธนาคารซีไอเอ็มบีไทย จำกัด (มหาชน) เป็นที่ปรึกษาทางการเงินและผู้รับประกันการจัดจำหน่าย ใช้สัญลักษณ์ III ในการซื้อขาย 
    มีแผนลงทุนโครงการใหม่ในธุรกิจขนส่งทางอากาศ ทางบกและเรือ และโลจิสติกส์เคมีภัณฑ์มากกว่า 10 โครงการภายในปีนี้และปีหน้า ตามการขยายตัวของการค้ากลุ่มประเทศอาเซียน และอี-คอมเมิร์ซ โดยคาดว่าจะใช้งบลงทุนมากกว่า 200 ล้านบาท
    นายทวีชัย ตั้งธนทรัพย์ หัวหน้าฝ่ายวาณิชธนกิจ บริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัด ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินและผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย เปิดเผยว่า บริษัท ส.กิจชัย เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน) หรือ SKN หลังจากได้ยื่นคำขออนุญาตเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนให้แก่ประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO) และแบบแสดงรายการข้อมูลฯ (ไฟลิ่ง) ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ขณะนี้ได้นับหนึ่งไฟลิ่งเรียบร้อยแล้ว เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2560 โดยคาดจะสามารถระดมทุนและเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายในปีนี้
     ปัจจุบัน SKN มีทุนจดทะเบียนจำนวน 800 ล้านบาท แบ่งเป็นหุ้นสามัญ 800 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้ (พาร์) หุ้นละ 1 บาท ทุนเรียกชำระแล้ว 600 ล้านบาท และเสนอขายหุ้นไอพีโอ 200 ล้านหุ้น คิดเป็นร้อยละ 25 ของหุ้นที่ออกและเรียกชำระแล้วทั้งหมดภายหลังการเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนในครั้งนี้ ซึ่งวัตถุประสงค์หลักของการระดมทุนครั้งนี้ คือเพื่อลงทุนเพิ่มสายการผลิตอีก 1 สาย   ส่วนที่เหลือจากโครงการข้างต้นจะถูกนำไปใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนเพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจในอนาคต และชำระเงินกู้ยืมระยะยาวเพื่อเสริมสร้างฐานะทางการเงินของบริษัทฯ ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด