ข่าวนี้ที่ 1

| 17 กุมภาพันธ์ 2560 | 16:04

ITD สดชื่น! นายกฯสั่งลุยก่อสร้างโรงไฟฟ้ากระบี่ มูลค่า 3.2 หมื่นลบ.

ITD เฮ!! โรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ 800 MW มูลค่า 3.2 หมื่นลบ. คืบหน้า หลังนายกฯทุบโต๊ะสั่งลุยเดินหน้าก่อสร้าง จากที่ล่าช้ามา 2 ปี เพื่อเพิ่มความมั่นคงทางด้านไฟฟ้าให้กับพื้นที่ภาคใต้ หวั่นกำลังการผลิตไม่พอใช้
พร้อมคงผลประมูลก่อสร้าง ให้ ITD รับงานทันทีไม่จำเป็นต้องเปิดประมูลใหม่ ดันมูลค่างานใหม่ตั้งแต่ต้นปี 60 แตะ 6.1 หมื่นลบ.  

***นายกฯสั่งลุยก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ ยืนยันคุ้มค่า-ปลอดภัย 
    พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) เปิดเผยภายหลังการประชุมว่า ที่ประชุม กพช.มีมติให้ดำเนินโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ หลังล่าช้า
มากว่า 2 ปีแล้ว ทั้งนี้ จากผลการศึกษาพบมีความคุ้มค่าและมีความปลอดภัย
    ทั้งนี้ มติที่ประชุม กพช.เห็นชอบให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ดำเนินการโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ และโครงการท่าเทียบเรือบ้านคลองรั้วตามขั้นตอนของกฎหมาย รวมทั้งการสร้างความรู้
ความเข้าใจแก่ประชาชนในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง
    นอกจากนี้ได้ให้สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเร่งรัดการพิจารณารายงาน EIA/EHIA ของโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ และโครงการท่าเรือบ้านคลองรั้ว โดยนำความเห็นของ
คณะกรรมการไตรภาคีฯ ไปประกอบการพิจารณาต่อไป

***รมว.พลังงานคงผลประมูลให้ ITD คว้าก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ ไม่ต้องประมูลใหม่ 
    พลเอกอนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยภายหลังการประชุมกพช. มีมติเห็นชอบให้ดำเนินโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ ตามแผน PDP 2015 เพื่อเพิ่มความมั่นคงให้ระบบไฟฟ้า
ภาคใต้ ตามแนวทางการสร้างความมั่นคงด้านไฟฟ้าภาคใต้ ซึ่งปัจจุบันกำลังผลิตไฟฟ้าในพื้นที่ภาคใต้ อยู่ที่ 3,089.5 เมกะวัตต์ ขณะที่ความต้องการไฟฟ้าสูงสุดของระบบการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) อยู่ที่ 2,713
เมกะวัตต์ กรณีเกิดวิกฤตหรือเหตุสุดวิสัยทำให้โรงไฟฟ้าหลักในพื้นที่หยุดกะทันหัน จะส่งผลให้ภาคใต้มีกำลังผลิตไฟฟ้าสำรองไม่เพียงพอ
    ดังนั้น เพื่อเพิ่มความมั่นคงให้ระบบไฟฟ้าของภาคใต้ สนองความต้องการไฟฟ้าที่เพิ่มสูงขึ้นในอนาคต แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย พ.ศ. 2558-2579 (PDP 2015) จึงได้บรรจุโครงการโรงไฟฟ้าถ่าน
หินกระบี่ กำลังผลิตไฟฟ้า 800 เมกะวัตต์ กำหนดการจ่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ในปี 2562 และโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา กำลังผลิตไฟฟ้า 2,000 เมกะวัตต์ มีกำหนดการจ่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ ตั้งแต่ปี 2564 
    ที่ผ่านมาเนื่องจากมีประชาชนบางส่วนยังไม่เห็นด้วย ทำให้ กฟผ. ไม่สามารถก่อสร้างโรงไฟฟ้าในพื้นที่ภาคใต้ได้ตามแผน จึงได้มีการจัดตั้งคณะกรรมการไตรภาคีฯ เพื่อศึกษาและเสนอแนะแนวทางการดำเนิน
โครงการให้สอดคล้องกับความต้องการของคนในพื้นที่ โดยมีข้อเสนอแนะให้มีตัวแทนภาคประชาชนเข้าร่วมเป็นกรรมการติดตามตรวจสอบการทำงานของโรงไฟฟ้า ขยายเขตกองทุนพัฒนาพื้นที่โดยรอบโรงไฟฟ้าเกินกว่า
รัศมี 5 กิโลเมตรรอบโรงไฟฟ้า ให้ครอบคลุมพื้นที่ที่อาจจะได้รับผลกระทบจากการขนส่งถ่านหิน และให้ กฟผ. ส่งเสริมการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนในพื้นที่ รวมทั้งบริหารจัดการพื้นที่โครงการตามที่กฎหมายกำหนด
อย่างเคร่งครัด
    นายกรัฐมนตรีได้มีข้อสั่งการ ให้ กฟผ. ไปดำเนินการให้เกิดกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชนในพื้นที่ สร้างความเข้าใจและการยอมรับก่อนเริ่มดำเนินโครงการ ซึ่ง กฟผ. ได้ดำเนินการตามข้อเสนอแนะของ
คณะกรรมการไตรภาคีฯ และข้อสั่งการดังกล่าวแล้ว
    "ในส่วนการประมูลทางบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) หรือITD  เป็นผู้ชนะประมูลงานก่อสร้างไปแล้วนั้น คงมีผลตามเดิม ไม่ต้องล้มเลิกผมก็บอกแล้วว่า  2 ปีโปร่งใสมาตลอด ยังมีประมูล
อย่างอื่นได้อีก เช่น เชื้อเพลิงถ่านหิน"พล.อ.อนันตพร กล่าว
    
***ITDเฮ โรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ช่วยดันมูลค่างานใหม่ช่วงต้นปี 60 แตะ 6.1 หมื่นลบ. 

     ก่อนหน้านี้ นายรัตนชัย นามวงศ์ รองผู้ว่าการพัฒนาโรงไฟฟ้า การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยว่า กลุ่มกิจการค้าร่วม พาวเวอร์ คอนสตรัคชั่น คอร์เปอ เรชั่น ออฟ ไชน่า และบริษัท อิตาเลียนไทย
ดีเวล๊อปเมนต์ (ITD) เป็นผู้เสนอราคาต่ำสุดที่ 3.2 หมื่นล้านบาท สำหรับการประกวดราคาโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ ขนาดกำลังผลิต 800 เมกะวัตต์ (MW) ส่วนคู่แข่งอีกราย เสนอราคาที่ 3.49 หมื่นล้านบาท 
    ทั้งนี้ การประกวดราคาโครงการดังกล่าวตั้งอยู่บนพื้นฐานเทคโนโลยีสะอาดที่รวมอุปกรณ์ควบคุมมลภาวะตามมาตรฐานสากลแล้ว คือ ระบบกำจัดก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (FGD) ระบบควบคุมก๊าซออกไซด์ของ
ไนโตรเจน (SCR) อุปกรณ์ดักจับฝุ่น (ESP) และระบบกำจัด สารปรอท (ACI) ซึ่งเป็นราคาใกล้เคียงกับโรงไฟฟ้าถ่านหินเทคโนโลยีสะอาดทั้งของเอกชนในประเทศไทยและในภูมิภาคอาเซียน
     ผู้สื่อข่าวรายงานว่านับตั้งแต่ต้นปี60 จนถึงปัจจุบัน  ITD ได้ลงนามเซ็นสัญญารับงานก่อสร้างแล้วรวม 6 โครงการ มูลค่ารวม 2.9 หมื่นล้านบาท เช่น รถไฟฟ้าสายสีส้มช่วงตะวันออก สัญญาที่E3 งานทางใต้ดินช่วง
หัวหมาก-คลองบ้านม้า มูลค่า 18,750 ล้านบาท เขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำน้ำเทิน 1 ในสปป.ลาว มูลค่าในส่วนของ ITD จำนวน 5,032 ล้านบาท เป็นต้น 
    ทั้งนี้ หากรวมกับมูลค่างานโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ 3.2 หมื่นล้านบาท จะทำให้มูลค่างานใหม่ของITD ในช่วงต้นปีนี้ เพิ่มเป็น 6.1 หมื่นล้านบาท 

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด