ข่าวนี้ที่ 1

| 17 มกราคม 2561 | 17:05

ธปท. มั่นใจบาทแข็งค่าไม่กระทบศก.-ตั้งทีมดูแลบิทคอยน์

"ผู้ว่า ธปท." ประเมินเงินบาทแข็งค่า เกิดจากดอลลาร์อ่อนค่าต่อเนื่องจากความกังวลภาวะเศรษฐกิจสหรัฐ  ทำฟันด์โฟลว์ไหลเข้าประเทศ และไทยเกินดุลบัญชีเดินสะพัดระดับสูง ยืนยันจะไม่กระทบต่อผู้ส่งออก และเสถียรภาพเศรษฐกิจ เหตุมีเศรษฐกิจโลกฟื้นตัวหนุน พร้อมยอมรับพบการเก็งกำไรค่าเงินจากสถาบันการเงินไทย เร่งตรวจสอบเชิงลึก  พร้อมตั้งคณะทำงานศึกษาการเทรดสกุลเงินดิจิทัล ด้านแวดวงตลาดเงิน-ตลาดทุน ชี้บาทแข็งค่าตั้งแต่ต้นปีกว่า 2% ถือว่าเร็วเกินไป

***  บาทแข็งค่า เหตุกังวลศก.สหรัฐ-ไทยเกินดุลบัญชีเดินสะพัดสูง
    นายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการ ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) เปิดเผยว่า เงินบาทที่แข็งค่าในขณะนี้เกิดจากดอลลาร์ที่อ่อนค่า เนื่องจากนักลงทุนกังวลต่อเศรษฐกิจของสหรัฐ ที่อาจยังไม่ฟื้นตัว และ ไทยยังเกินดุลบัญชีเดินสะพัดในระดับที่สูง และ เงินทุน หรือ ฟันด์โฟว์ที่ยังไหลเข้าในเอเชีย แต่ไม่ผิดปกติ เนื่องจากยังพบว่าต่างชาติยังขายหุ้นไทยสูงมากกว่าซื้อหุ้นไทย
     “ต้องยอมรับว่าในเดือนม.ค.ที่ผ่านมามีเงินทุนไหลเข้าในตลาดพันธบัตร และ ตลาดหุ้น แต่พบว่าเป็นเงินทุนระยะสั้น ซึ่งยังไม่มีความผิดปกติแต่อย่างใด"

*** ยันบาทแข็ง ยังไม่กระทบส่งออก
     ผู้ว่า ธปท. ยืนยันว่าค่าเงินบาทที่แข็งค่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อการส่งออกของไทยในปีนี้ เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจโลกที่ฟื้นตัวได้ดี จะเป็นปัจจัยสนับสนุนสำคัญให้การส่งออกของไทยขยายตัวได้ดีอย่างต่อเนื่อง และ ยังไม่กระทบต่อเสถียรภาพการเงินไทย
    "หากดูเชิงลึกเงินบาทเมื่อเทียบกับดอลลาร์แข็งค่าขึ้น 2% แต่ถ้าเทียบกับสกุลในเอเชียแข็งค่าขึ้น 1.8-1.9%" 

***พบสถาบันการเงินเก็งกำไรค่าเงิน
    นอกจากนี้ ทางธปท. ได้ตรวจสอบพบพฤติกรรมบางอย่างที่แสดงถึงการเก็งกำไรค่าเงิน โดยมีสถาบันการเงินในประเทศเข้าไปเกี่ยวข้อง และ เอื้อต่อการเก็งกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนของลูกค้า ซึ่งพบว่ามีปริมาณธุรกรรมที่หนาแน่น และธปท.ได้เร่งเข้าไปตรวจสอบในเชิงลึกต่อไป ซึ่งหากว่ามีความผิดจะมีบทลงโทษทันที หลังจากก่อนหน้านี้ได้มีการตักเตือนไปแล้ว

***ตั้งคณะทำงานศึกษาเทรดเงินดิจิทัล
    สำหรับการลงทุนในธุรกรรมสกุลเงินดิจิทัล เช่น บิตคอยน์ ต้องประเมินความเสี่ยง เนื่องจากไม่มีกฎหมายที่ชัดเจนเข้าไปกำกับดูแล โดยสกุลเงินดิจิทัล ถือเป็นสินทรัพย์เพื่อการลงทุน ซึ่งขณะนี้ทางผู้เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงการคลัง ก.ล.ต. ได้มีการตั้งคณะทำงานศึกษาทางด้านธุรกรรมดังกล่าวแล้ว รวมไปถึง ปปง. ที่จะเกี่ยวข้องกับการฟอกเงิน หากพบความผิดปกติที่เกี่ยวข้อง โดยขณะนี้อยู่ระหว่างร่างหลักเกณฑ์เพื่อดูแลอัตราแลกเปลี่ยน ไม่ให้เกิดการกระทำผิดกฎหมาย จึงต้องมีการตรวจสอบตัวตน (KYC) และเส้นทางการเงิน
     “แบงก์ไทยระวังเรื่องนี้ ยังไม่เห็นการเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้ ซึ่งหากเกิดขึ้นจะส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพทางการเงินได้ ส่วนที่ว่าจะมีการเปิดให้เทรดเงินสกุลดิจิทัลอย่างถูกต้องหรือไม่นั้นเป็นเรื่องที่ต้องให้คณะทำงานสรุปออกมาอย่างชัดเจน นอกจากนี้ การกำกับดูแลควรดูที่รายผลิตภัณฑ์ ซึ่งหากเป็นการขายประกันผ่านแบงก์เราก็ต้องดูแล”นายวิรไท กล่าว

*** KBANK ปฎิเสธเก็งกำไรค่าเงิน
    นายปรีดี ดาวฉาย ประธานสมาคมธนาคารไทย และกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย  หรือ KBANK  กล่าวถึงกรณีที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) พบสถาบันการเงินมีการกักตุนเงินดอลลาร์เพื่อเก็งกำไรค่าเงิน ส่งผลต่อการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาท ส่วนตัวประเมินว่ากลุ่มธนาคารต้องดำเนินการตามกฎกติกา ซึ่งหากพบเจตนากระทำผิด ถือว่าเป็นเรื่องไม่ถูกต้อง 
    "ในส่วนของธนาคารกสิกรไทยไม่พบลูกค้าที่กักตุนเงินดอลลาร์ไว้มากเป็นพิเศษจนต้องสงสัย"
    นอกจากนี้ได้เตือนลูกค้าระมัดระวังกระแสการลงทุนในเงินสกุลดิจิทัล (Cryptocurrency) ประเมินว่าเป็นการลงทุนที่ต้องระมัดระวัง ซึ่งเป็นเรื่องใหม่มาก ไม่ใช่ลักษณะเดียวกับเงินตราไทย ที่มี พ.ร.บ. เงินตรารองรับ มีมูลค่าเปรียบเทียบ ซึ่งเงินสกุลดิจิทัล เป็นการลงทุน 
    "ธนาคารทำหน้าที่ได้แค่เตือนลูกค้าให้ระวังการลงทุน โดยกลุ่มที่น่ากังวลหากเกิดวิกฤติ คือ กลุ่มที่กู้เงินเพื่อไปลงทุน ส่วนลูกค้าที่มีความมั่งคั่งคาดว่าส่งผลไม่มากนัก"

*** เงินบาทแข็งค่ากว่า 2% จากต้นปี
    นักค้าเงิน ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด(มหาชน) หรือ BAY เปิดเผยกับ "สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย" ว่า ตั้งแต่สิ้นปี 60 จนถึงปัจจุบันพบว่าค่าเงินบาทแข็งค่ามาแล้ว 1.84% โดยสิ้นปี 60 ค่าเงินบาทปิดที่ 32.58 บาท/ดอลลาร์ ซึ่งปัจจุบันค่าเงินบาทอยู่ที่ 31.87 บาท/ดอลลาร์ จากต้นปีที่เปิดตลาดที่ 32.44 บาท/ดอลลาร์ 
    "ล่าสุดเงินบาทแข็งค่าที่ระดับ 31.87 บาท/ดอลลาร์นั้น นับว่าเป็นการแข็งค่าในรอบ 41 เดือน นับตั้งแต่เดือนส.ค. 57 ซึ่งต้องยอมรับว่าค่าเงินบาทแข็งค่าเร็วเกินไปเมื่อเทียบกับสกุลเงินในตลาดเกิดใหม่" 
    อย่างไรก็ตาม ทิศทางต่อจากนี้ไปประเมินว่าค่าเงินบาทจะยังผันผวน หลังธนาคารกลางต่างๆมีนโยบายการขึ้นดอกเบี้ยที่แตกต่างกัน ซึ่งจะส่งผลให้เกิดการแสวงหากำไรจากการลงทุน โดยทางธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) จะต้องติดตามอย่างใกล้ชิดเพื่อดูแลไม่ให้ค่าเงินบาทแข็งค่าจนเกินไปหากเทียบกับประเทศคู่ค้า หรือ ในภูมิภาคเดียวกัน

***โบรกฯ มองบาทแข็งหนุนหุ้นโรงกลั่น-ก่อสร้าง
    บล.ฟินันเซีย ไซรัส ระบุ เงินบาทแข็งค่าต่อเนื่อง ตั้งแต่ต้นปีแข็งค่ามาแล้ว 2% มากกว่าภูมิภาคที่แข็งค่าเฉลี่ย 0.5% จากเงินที่ไหลเข้าตราสารหนี้ โดยต่างชาติซื้อสุทธิไป 7.5 หมื่นล้านบาท มากกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน 4 เท่าตัว ในระยะสั้นค่าเงินบาทยังแข็งค่าได้อีก เป็นผลลบต่อกลุ่มอิเล็กทรอนิคส์ เกษตรอาหาร ยานยนต์ และ EPG, VNG, STA, SITHAI, THCOM ส่วนกลุ่มที่ได้อานิสงส์จากต้นทุนนำเข้าที่ลดลงเช่น โรงกลั่น กลุ่มก่อสร้าง กลุ่มเหล็ก และกลุ่มนำเข้าสินค้าไอที เป็นต้น
 

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด