ข่าวนี้ที่ 1

| 16 ตุลาคม 2560 | 17:05

ก.ล.ต.แท็กทีมDSI-ปปง.ฟันบิ๊ก GL ฐานอำพราง-ยักยอก-แต่งงบฯ

      ก.ล.ต.จัดหนัก! กล่าวโทษ "มิทซึจิ" ผู้บริหาร GL ต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ กรณีทุจริตเบียดบังทรัพย์สินของบริษัท และทำบัญชีไม่ถูกต้อง ทำธุรกรรมอำพรางผ่านบริษัทที่เกี่ยวข้องในต่างประเทศหลายแห่ง เพื่อให้ผลประกอบการของ GL สูงเกินจริง พร้อมเร่งตรวจสอบผู้เกี่ยวข้อง และส่งข้อมูลให้ ปปง.สอบยักยอกทรัพย์บริษัท ด้านผู้บีหาร GL ยันพร้อมสู้ทุกข้อกล่าวหา ขณะที่ตลท.สั่งห้ามซื้อขายหุ้นทันที ส่วนโบรกฯมองเป็นปัจจัยลบร้ายแรงต่อบริษัท

*** ก.ล.ต.กล่าวโทษผู้บริหาร GL ฐานทำธุรกรรมอำพราง-เบียดบังทรัพย์-แต่งงบการเงิน 


    รายงานข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์(ก.ล.ต.) เปิดเผยว่า ก.ล.ต. ได้กล่าวโทษ นายมิทซึจิ โคโนชิตะ ผู้บริหารบริษัท กรุ๊ปลีส จำกัด (มหาชน)หรือ GL ต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ(DSI)กรณีทุจริต เบียดบังทรัพย์สินของบริษัท และทำบัญชีไม่ถูกต้อง โดยทำธุรกรรมอำพรางผ่านบริษัทที่เกี่ยวข้องในต่างประเทศหลายแห่ง เพื่อให้ผลประกอบการของ GL สูงเกินความจริง
    ทั้งนี้ สืบเนื่องจากในงบการเงินงวดปี 2559 ของ GL ที่ผู้สอบบัญชีมีข้อสังเกตเกี่ยวกับธุรกรรมการให้กู้ยืมแก่ลูกหนี้ในต่างประเทศ ซึ่งส่งผลให้ผลประกอบการของ GL เพิ่มสูงขึ้น ก.ล.ต. ได้ตรวจสอบเพิ่มเติมพบว่า นายมิทซึจิให้บริษัท กรุ๊ปลีส โฮลดิ้งส์ จำกัด (GLH) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ GL ที่ประเทศสิงคโปร์ ปล่อยกู้แก่บริษัทในต่างประเทศหลายแห่ง โดยพบหลักฐานว่า GLH ให้กู้แก่บริษัทที่จดทะเบียนในประเทศไซปรัส 4 แห่ง และสิงคโปร์ 1 แห่ง เป็นเงินให้กู้รวมประมาณ 54 ล้านเหรียญสหรัฐ และมีนายมิทซึจิ เป็นผู้ควบคุมและเป็นผู้รับผลประโยชน์ที่แท้จริง โดยเมื่อบริษัททั้ง 5 แห่งได้รับเงินกู้จาก GLH ไปแล้ว ได้นำไปหมุนเวียนในกลุ่มบริษัทผู้กู้เพื่อชำระค่าดอกเบี้ยและเงินต้นคืนแก่ GLH เป็นงวดๆ ซึ่งยอดดอกเบี้ยถูกนำไปรวมเป็นรายได้ในงบการเงิน อันเป็นการแต่งบัญชีและสร้างผลประกอบการของ GL ให้สูงเกินจริง
    การกระทำของนายมิทซึจิข้างต้นเป็นการทำธุรกรรมอำพราง การยักยอก ยินยอมให้มีการลงข้อความเท็จในบัญชีและทำบัญชีไม่ตรงต่อความเป็นจริง รวมถึงบอกกล่าว เผยแพร่ ข้อความเท็จ ส่งผลกระทบต่อราคาหรือการตัดสินใจลงทุนในหลักทรัพย์ ตลอดจนขัดแย้งกับข้อมูลที่ GL ชี้แจงต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย(ตลท.)ในวันที่ 13 มีนาคม 2560 และการแถลงข่าวของนายมิทซึจิ ในวันที่ 14 มีนาคม 2560 ที่ยืนยันว่า บริษัทผู้กู้ในต่างประเทศไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆ กับตนเอง จึงเข้าข่ายเป็นการไม่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรับผิดชอบ ระมัดระวัง และซื่อสัตย์สุจริต ตามมาตรา 307 มาตรา 308 มาตรา 311 มาตรา 312 และ มาตรา 313 และมาตรา 281/2 วรรคสอง ประกอบมาตรา 89/7 ซึ่งอาจต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงสิบปี และปรับเป็นเงินสองเท่าของราคาทรัพย์สิน หรือประโยชน์ที่บุคคลดังกล่าวได้กระทำการฝ่าฝืนมาตรานั้นๆ แล้วแต่กรณี แต่ทั้งนี้ค่าปรับดังกล่าว ต้องไม่ต่ำกว่าห้าแสนบาท แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 และมาตรา 240 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2559 ก.ล.ต. จึงกล่าวโทษนายมิทซึจิ ต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ เพื่อพิจารณาดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

*** เร่งตรวจสอบผู้ที่เกี่ยวข้อง-ส่ง ปปง.สอบฟอกเงิน


    ก.ล.ต.ระบุด้วยว่า นอกจากนี้ ก.ล.ต. อยู่ระหว่างการดำเนินการตรวจสอบบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้องกับกรณี GL ข้างต้นอีกด้วย
    การถูกกล่าวโทษทำให้นายมิตซึจิเข้าข่ายมีลักษณะขาดความน่าไว้วางใจในการเป็นกรรมการและผู้บริหารของบริษัทที่ออกหลักทรัพย์และบริษัทจดทะเบียนตามประกาศ ก.ล.ต. จึงไม่สามารถเป็นกรรมการและผู้บริหารของบริษัทที่ออกหลักทรัพย์และบริษัทจดทะเบียนได้ตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์ฯ
    ทั้งนี้ การกระทำดังกล่าวเข้าข่ายความผิดเกี่ยวกับการกระทำอันไม่เป็นธรรมเกี่ยวกับการซื้อขายหลักทรัพย์ตามกฎหมายหลักทรัพย์ และอาจเป็นการยักยอก ตามประมวลกฎหมายอาญาซึ่งเป็นความผิดมูลฐานแห่งพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ก.ล.ต. จึงแจ้งให้สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พิจารณาดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป
    อนึ่ง การกล่าวโทษของ ก.ล.ต. เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของกระบวนการบังคับใช้กฎหมายทางอาญาเท่านั้น ภายใต้กระบวนการนี้ การพิจารณาวินิจฉัยว่าบุคคลใดเป็นผู้กระทำผิดกฎหมายเป็นขั้นตอนในอำนาจการสอบสวนของกรมสอบสวนคดีพิเศษ การสั่งฟ้องคดีของพนักงานอัยการ ตลอดจนดุลพินิจของศาลยุติธรรมตามลำดับ
    การดำเนินคดีนี้ ก.ล.ต. ได้รับความช่วยเหลือจาก Cyprus Securities and Exchange Commission ในการตรวจสอบรวบรวมข้อเท็จจริง และพยานหลักฐานซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการดำเนินการเอาผิดข้างต้น

*** ผู้บริหาร GL ยันพร้อมสู้ทุกข้อกล่าวหา 


    นายทัตซึยะ โคโนชิตะ ประธานคณะกรรมการบริหาร บริษัท กรุ๊ปลีส(GL) กล่าวถึงกรณีที่สำนักงาน ก.ล.ต. กล่าวโทษ นายมิทซึจิ โคโนชิตะ ว่า ข้อกล่าวหาของสำนักงาน ก.ล.ต. อาจจะเกิดจากความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน โดยฝ่ายบริหารของ GL ยังคงเชื่อมั่นในความถูกต้องของตัวเลขและข้อมูลต่างๆ ในงบดุลของบริษัทฯ ทั้งนี้ ฝ่ายบริหารยังคงมีความมั่นใจในศักยภาพการดำเนินธุรกิจดิจิทัลไฟแนนซ์และการขยายธุรกิจของ GL ต่อเนื่องต่อไป ถึงแม้ว่าขณะนี้ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร นายมิทซึจิ โคโนชิตะ ต้องพ้นจากการดำรงตำแหน่งกรรมการและตำแหน่งอื่นๆ ในบริษัทฯ อันเป็นผลสืบเนื่องมาจากข้อกล่าวหาของสำนักงาน ก.ล.ต.
    นายมิทซึจิ โคโนชิตะ อดีตประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร GL กล่าวชี้แจงปฏิเสธข้อกล่าวหาของสำนักงาน ก.ล.ต. ว่าเป็นความเข้าใจที่ไม่ถูกต้องและยืนยันว่าจะดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย เพื่อแก้ข้อกล่าวหาต่างๆ และยืนยันความถูกต้องของการจัดทำงบการเงิน โดยปัจจุบันคณะผู้บริหารของ GL อยู่ระหว่างการจัดเตรียมข้อมูลต่างๆ เพื่อดำเนินการชี้แจงข้อกล่าวหา ในขณะเดียวกันคณะกรรมการ (บอร์ด) ของ GL มีกำหนดการประชุมในวันพุธที่ 18 ตุลาคมนี้ เพื่อคัดเลือกประธานกรรมการคนใหม่มาทำหน้าที่ต่อไป  

*** ตลท.สั่งขึ้นเครื่องหมาย "SP"ห้ามซื้อขายหุ้น


    ด้านตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) แจ้งว่า ได้สั่งให้ขึ้นเครื่องหมายห้ามซื้อขายหลักทรัพย์(SP)กับหุ้น GL ตั้งแต่วันที่ 16 ต.ค.เป็นต้นไป หลังผู้บริหารถูกก.ล.ต.กล่าวโทษ ซึ่งตลาดหลักทรัพย์ฯได้ติดต่อประสานงานให้ GL ชี้แจงการดำเนินการของบริษัทต่อกรณีดังกล่าวและผลกระทบต่อบริษัท แต่บริษัทยังไม่สามารถชี้แจงสารสนเทศมายังตลาดหลักทรัพย์ฯได้ เนื่องจากกรณีดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานและการจัดการของ GL อย่างมีนัยสำคัญ 
    ดังนั้น ตลาดหลักทรัพย์ฯ จึงหยุดพักการซื้อขายหลักทรัพย์ GL ตั้งแต่การซื้อขายรอบเช้าของวันที่ 16 ตุลาคม 2560 จนกว่าบริษัทจะได้ชี้แจงหรือเปิดเผยสารสนเทศสำคัญและผลกระทบต่อบริษัทมายังตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้

*** โบรกฯมองเป็นปัจจัยลบร้ายแรงต่อบริษัท


    นางสาวศศิกร เจริญสุวรรณ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ ฟิลลิป (ประเทศไทย) กล่าวว่า กรณี ก.ล.ต. กล่าวโทษ นายมิทซึจิ ผู้บริหารบริษัท กรุ๊ปลีส(GL) ต่อ DSI ถือเป็นปัจจัยลบร้ายแรงที่ส่งผลต่อบริษัท โดยหลังจากนี้ บริษัทต้องดำเนินการชี้แจงข้อมูลนโยบายการทำงานที่เกี่ยวข้องต่อกรณีที่ถูกกล่าวโทษ และหากไม่ชี้แจงจะส่งผลเชิงลบต่อเนื่อง ซึ่งคาดว่าหากเปิดให้มีการซื้อขายราคาหุ้นจะลดลงอย่างแน่นอน
    ขณะนี้ภาพรวมการดำเนินธุรกิจในปัจจุบันยังอยู่ในภาวะปกติ แต่สิ่งที่ต้องจับตาคือ ก.ล.ต. จะลงโทษผู้บริหาร โดยนายมิทซึจิ โคโนชิตะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร อาจไม่สามารถดำรงตำแหน่งต่อไปได้ ซึ่งนายมิทซึจิ ถือเป็นผู้ดำเนินการหลักของธุรกิจ ดังนั้นหากไม่สามารถดำรงตำแหน่งได้ นโยบายบริษัทจะถูกเปลี่ยนแปลงไปหรือไม่อย่างไร เป็นสิ่งที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
    ส่วนการประเมินมูลค่าหุ้นและการเติบโตของธุรกิจยังไม่สามารถประเมินได้ ต้องรอความชัดเจนในประเด็นดังกล่าวก่อน

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด